วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้นำควบแน่น คุมดุลเปลี่ยนผ่าน

จับอาการ “ประยุทธ์”มั่นใจ“ภูมิคุ้มกัน”เดินหน้าประเทศ

ภัยธรรมชาติโหดร้ายเมื่อยามโลกขาดสมดุล

กับเหตุธรณีพิโรธ แผ่นดินไหวต่อเนื่องกันหลายทวีป จุดใหญ่ที่แผ่นดินยุโรป ประเทศอิตาลี ทำให้คนเสียชีวิตกว่า 250 ศพ ในเวลาไล่เลี่ยกับเหตุเกิดที่ทวีปเอเชีย ประเทศพม่า ทำให้โบราณสถาน เจดีย์ วัดพังถล่มเสียหายจำนวนมาก

แรงสั่นสะเทือนมาถึงประเทศไทย คนที่อยู่บนตึกสูงในเมืองกรุงต้องหนีกันโกลาหลอลหม่าน

สถานการณ์อยู่ในช่วงเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก

และโดยจังหวะที่ล้อไปกับเหตุแผ่นดินไหว ตัดฉากกลับมาที่บรรยากาศทางการเมืองมันก็มีปรากฏการณ์สั่นสะเทือนในระดับหลายแมกนิจูด 2–3 เหตุการณ์ในจังหวะต่อเนื่องกัน

ไล่ตั้งแต่ปฏิบัติการลงดาบฟัน 2 คนดัง 2 กรณีที่กำลังร้อนๆ

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งให้ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระงับการปฏิบัติราชการ หรือหน้าที่ในกรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราวโดยยังไม่พ้นจากตำแหน่ง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนในระหว่างนี้

พ่วงด้วย นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ อําเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ให้ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ในเทศบาลเมืองบ้านไผ่เป็นการชั่วคราวโดยยังไม่พ้นจากตำแหน่ง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเช่นเดียวกัน

เป็นอะไรที่ลุ้นกันมาเป็นระยะ สุดท้ายไม่รอดสันดอน

ซึ่งกรณีของ “หมอเปรม” นั้น ว่าไปก็ถือเป็นพฤติกรรมส่วนตัว ที่บังเอิญเป็นข่าวสังคมส่วนหนึ่งติดตามให้ความสนใจในเรื่องราวกำกวมของอดีตนักการเมืองคนดัง

ต่างจากกรณีของผู้ว่าฯ กทม.ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่กระทบกับคนจำนวนมาก

อย่างที่รู้กัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นั้นมีหัวเชื้ออยู่แล้ว จากการถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการทุจริตโครงการประดับตกแต่งไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของ กทม.วงเงิน 39.5 ล้านบาท

ไม่นับสารพัดปมเทาๆ ที่ถูกคนในพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันเองสาวไส้

ประกอบกับปัญหาเรื่องน้ำๆที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ทำให้คนเมืองกรุงหงุดหงิดมาตลอด จนมาถึงคืนก่อนที่จะโดนคำสั่งมาตรา 44 ก็มีสภาพน้ำท่วมขังรอการระบายจากฝนถล่มเมืองกรุงอย่างหนัก

นั่นก็น่าจะเป็นอีกปัจจัยเหตุที่ถึงจุดต้องโดนหักดิบ

และวันเดียวกันเลยกับที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์โดนดาบมาตรา 44 ฟัน สั่นสะเทือนสถานะของพ่อเมืองกรุงเทพฯ โดยไม่ได้รับการงดเว้นแม้จะมีสถานะพิเศษ

อีกด้านหนึ่งมันก็มีเหตุการณ์ที่อดีตรัฐมนตรีคนดังในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ต้องเดินเข้าไปใช้ชีวิตเรือนจำ

เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินคำคุก “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบ-วงศ์ลี อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ

ทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีมีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ต้องถือในบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)

มือทำงานของ “ทักษิณ” โดนเช็กบิล ติดคุกจริง

พวกที่อยู่ในข่ายติดชนัก น่าจะเกิดอาการสั่นไหวไปตามๆกัน

และอีกปรากฏการณ์ที่ถือว่าก่อแรงสั่นสะเทือน

อย่างลึกๆในเกมของฝ่ายความมั่นคง นั่นคือโผการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีที่หลุดออกมาทางสื่อมวลชน

ออกมาแบบพลิกล็อก เหนือการคาดหมาย

โดยเฉพาะในตำแหน่งของผู้บัญชาการทหารบก รวมถึงแม่ทัพภาคที่ 1 หน่วยสำคัญที่เป็นกำลังหลักในการเสริมฐานความแน่นของรัฐบาล คสช.

ไม่ใช่สายบูรพาพยัคฆ์อย่างที่ต่อแถวกันไว้

ตามข่าววงในเหตุผลเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการคืนความชอบธรรมให้บุคลากรในกองทัพที่เติบโตตามสายงานมา เป็นลำดับ ลดดีกรีความอึดอัดในกองทัพ

ล้างภาพวงศ์เทวัญ บูรพาพยัคฆ์ ให้จางไป

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ วิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ส่วนใหญ่มองในมุมของการสลายขั้วอำนาจบูรพา-พยัคฆ์ การหักดิบกันในหมู่พี่ๆน้องๆ

มองลึกไปถึงการฟื้นพลังอำนาจบ้านใหญ่ย่านเทเวศร์

เรื่องของเรื่อง มองในมุมของแรงกระเพื่อม โผทหารพลิกล็อก อดีตรัฐมนตรีมืองาน “ทักษิณ” ติดคุก และลงดาบมาตรา 44 สั่งพักงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.

หากเทียบกับแผ่นดินไหว ก็ในระดับหลายแมกนิจูด

แต่อย่างไรก็ตาม ประเมินจากสถานการณ์ของผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ กลับไม่ได้รู้สึกถึงผลกระทบจากแรงสั่นไหวทาง การเมืองสักเท่าไหร่

และจริงๆอาการของผู้นำรัฐบาล คสช.ก็นิ่งมาตั้งแต่การเผชิญสถานการณ์ ระเบิดป่วนเมืองในจังหวัด ท่องเที่ยวภาคใต้ลามมาถึงหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เสียงตูมตามไม่ได้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เสียการทรงตัวแต่อย่างใด

สามารถคุมกระแสตื่นตระหนกตกใจไม่ให้ขยายวงได้

ทั้งหลายทั้งปวงเลย โดยกระบวนท่านิ่งๆ อาการทรงตัวแน่นๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ มันเกิดขึ้นหลังผลการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม

ประชาชนเสียงส่วนใหญ่ ต่อตั๋วอำนาจพิเศษให้

ในจังหวะประกอบกับโพลสำนักต่างๆได้สะท้อนผลสำรวจความนิยมของประชาชนในโอกาสครบรอบ 2 ปีรัฐบาลทหาร คสช.

ตัวเลขส่วนใหญ่ออกมาตรงกัน รัฐมนตรีคนอื่นได้คะแนนผ่านเฉียดฉิว หรือสอบตกก็มี

มีแค่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่คะแนนนิยมนำโดดอยู่คนเดียว

นั่นก็สะท้อนนัยว่า คะแนนโหวตประชามติที่ออกมา ประชาชนที่ลงคะแนนให้ผ่านทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ไม่ได้มาจากพอใจในเนื้อหา

แต่เพราะความศรัทธาในตัวผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์

ถึงจุดที่พูดได้แล้วว่า “บิ๊กตู่” เป็นพวก “มีแสงในตัวเอง”

ในอารมณ์ที่นักเลือกตั้งอาชีพบางส่วนยังต้องยอมรับว่า ผู้นำรัฐบาลทหาร คสช.เก่งจริง ทั้งการเดินหมากเกมอำนาจตามยุทธศาสตร์แบบฝ่าย เสธ.ทหาร

เชี่ยวแม้แต่บทนักการตลาด เล่นกระแสเบียดครองพื้นที่ข่าว

อย่างที่เห็นอาการฉุนเฉียว พล.อ.ประยุทธ์แกล้งขึ้นเสียงเขียวกับสื่อ แต่แทรกอารมณ์ดี

และพักหลังจะเห็นถี่ๆกับการโชว์บทพ่อค้าขายข้าวแกงในงานอีเวนต์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล หรือการเดินสายลงพื้นที่ภาคอีสานที่จังหวัดร้อยเอ็ด นายกฯก็มีการปรุงแกงอ่อมไก่ ตำส้มตำ แจกให้รัฐมนตรีและผู้ติดตามชิม

ชิงกระแสช่วงน้ำขึ้น ผู้นำทำอะไรก็ดูดี ดูน่ารักไปหมด

หรือในโหมดของการโชว์อำนาจเด็ดขาดในฐานะ ผู้นำที่รับผิดชอบสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ก็แสดงให้เห็นในการทุบโต๊ะประเด็นการให้ ส.ว.สรรหาร่วมเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี

ฟันธงเลยว่า เป็นสิทธิของ ส.ส.ในยกแรก

เบรกกระแสได้คืบเอาศอก เริ่มมีเสียงต่อต้าน อาการกระสันของพวกลากตั้ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สังเกตได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ได้ปิดทางตัวเอง กรณีของการถูกชูให้เป็นนายกรัฐ-มนตรีหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่อย่างใด

นั่นหมายถึงจะไม่ซ้ำรอยตระบัดสัตย์เพื่อชาติเหมือนยุค พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯ

เอาเป็นว่า โดยรูปแบบพิธีการในสภาก็ว่ากันไป

แต่คำตอบสุดท้ายรู้กันทั้งประเทศแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ คือนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันและคนต่อไป

ก็อย่างที่ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พูดชัดๆในงานอวยพรวันเกิดล่าสุด “ป๋าอายุมากแล้ว ก็อยากจะช่วยตู่เท่าที่สามารถจะช่วยได้”

“ขอให้ตู่มั่นใจว่าทหารแก่อย่างเราจะทำทุกอย่าง เพื่อให้ตู่สามารถทำงานบรรลุภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของชาติ ถ้าไม่ได้ก็ต้องทำต่อไปจนกว่าจะได้”

ทั้งเสียงผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ทั้งประชาชนส่วนใหญ่มอบฉันทามติให้

พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในภาวะผู้นำที่ตกผลึกอำนาจ

ตามสถานการณ์ที่คาดกันได้ กับ “ป๋าเปรมโมเดล” เส้นทางในตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์

หลังเลือกตั้งที่ปูกันไว้ ไม่จำเป็นต้องตั้งพรรคการเมือง ไม่จำเป็นต้องเกลือกกลั้วกับนักเลือกตั้ง

เชื่อว่า มีนักการเมืองพร้อมเอาเกี้ยวไปเชิญมานั่งหัวโต๊ะรัฐบาล

อย่างที่เจ้าตัวเน้น ขีดเส้นใต้ไว้

นายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นใคร ต้องสง่างาม

สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่ “นายกรัฐมนตรีคนนอก”

แต่ต้องเป็น “นายกรัฐมนตรี” คนกลาง.

“ทีมการเมือง”

27 ส.ค. 2559 09:43 ไทยรัฐ