วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นายกตู่' แย้มไต๋ จะอยู่ต่อ ตามกลไกปชต.!

ยัวะอจ.แซวแก้ผักตบ-อัดถึงเตี่ย สนช.เพิ่มเป็น250-ผ่าน3วาระรวด คุกคืนแรกหมอเลี้ยบความดันขึ้น


“ประยุทธ์” ฉุนสื่อตีข่าวหัก “บิ๊กป้อม” ตั้ง ผบ.ทบ.ใหม่สืบทอดอำนาจ โวยอย่ามาเสี้ยมให้แตกคอพี่ใหญ่ ลั่นไม่เคยขัดแย้ง ชาติหน้าเจอกันก็ไม่ทะเลาะ “ประวิตร” บอกจัดโผทหารยึดตั๋ว ผบ.เหล่าทัพ “บิ๊กตู่” แพลมไต๋อยู่ต่ออย่างสง่างามตามกลไกประชาธิปไตย ออกปากดักสื่อพาดหัวเปิดตัวแล้ว ยัวะเล่นถึงเตี่ย โต้อาจารย์เม้าท์ไร้ผลงานพัฒนา มัวยุ่งกับผักตบ สนช.เตรียมข้อมูลแจงสู้ในศาล รธน. ตื๊อขอสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ที่ประชุม สนช.ผ่านฉลุยแก้ รธน.ชั่วคราว ตั้งเพิ่ม 30 สนช. “พรเพชร” โดดป้องอย่ารังเกียจทหาร ปัดเปิดเก้าอี้รองรับขุนทหาร-บิ๊ก ขรก.เกษียณ นายกฯแจงพักงาน “ชายหมู” ให้สอบต่อปมทุจริต ปชป.นิ่งยังไม่วางตัวคนชิงผู้ว่าฯ กทม. “หมอเลี้ยบ” นอนคุกความดันพุ่งเล็กน้อย “พร้อมพงศ์” แนะสวดมนต์นั่งสมาธิ “บุญเลิศ” พร้อมพวกพ้นคุก ศาลให้ประกัน สั่งห้ามไปนอก-ยั่วยุปลุกปั่น

จากกรณีที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พยายามขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำถามพ่วง เพื่อให้ ส.ว.มีส่วนเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าเป็นกลไกเพื่อปูทางนำไปสู่การเลือกนายกฯคนนอก โดยมีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถูกจับตามองว่าจะถูกเสนอให้มาเป็นนายกฯอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้น

“บิ๊กตู่” แพลมไต๋อยู่ต่อบนกลไก ปชต.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ส.ค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 แก่หน่วยงานที่ได้รับคัดเลือก พร้อมให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ภายใต้การปฏิรูปประเทศ การทำยุทธศาสตร์ชาติ การจัดสรรงบประมาณ ต้องมีกลไกตรวจสอบ ไม่ซ้ำซ้อน ไม่สูญเปล่า ที่ไม่ใช่จัดสรรตามคะแนนเสียงลงประชามติ ยิ่งไม่ผ่านยิ่งต้องให้ เกลียดตนก็ต้องทำให้ และทุกคนควรได้รับรางวัลผ่านประเมินเรื่อง ความรับผิดทางละเมิดด้านการตรวจสอบภายในไม่ใช่มีคดีความเต็มไปหมด แล้วมาด่าตนว่ารังแก ถามว่าใครมันทำ สมัยไหน คนทำผิดมันอยู่ข้างเดียวกันตลอด ก็ไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนใครที่ไปอยู่ที่ไหนก็กลับมาต่อสู้ แต่ตนไม่ได้ว่าใครนะ

“ขอให้ทนกับผมไปสักระยะ คนที่เป็นข้าราชการต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เงินเดือนน้อยก็ต้องทำเพราะเลือกมาแล้ว อย่างผมเริ่มแรกได้เงินเดือน 1,950 บาท ถึงวันนี้ได้เงินเดือนนายกฯ 75,000 บาท และถึงแม้ต่อให้ทำงานหนักกว่านี้ ไม่ได้เงินเดือน ผมก็จะอยู่ แต่อยู่ด้วยกลไกประชาธิปไตย ให้สง่างาม แต่จะมาอย่างไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พูดอย่างนี้เดี๋ยวสื่อไปบอกแล้วว่าเปิดตัว” นายกฯกล่าว

ไล่ก็ไม่ออกยันอยู่ตามโรดแม็ป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องเก็บภาษีเกินเป้าหมายในช่วง 10 เดือน แทนที่จะชม ก็บอกโวฟุ้งทำแทบตาย ไม่ใช่ไปรีดภาษี เป็นการพัฒนาระบบจัดเก็บภาษี กับพวกที่หนีภาษี ให้ความเป็นธรรมกันด้วย คนจนไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว และปี 59 ใครเสียภาษีไม่ครบ ให้เก็บย้อนหลัง 5 ปี ไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่เวลานี้ค้านมันทุกเรื่อง รวมถึงดาวแดง ดาวดิน ดาวบ้าบอคอแตกอะไร ค้านอยู่นั่นแหละ ประชาธิปไตยสำคัญที่สุดในโลกอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้กำลังปรับเข้าสู่การเป็นประชาธิปไตย ก่อนหน้านี้ที่บอกดีๆ เดี๋ยวคดีความออกมาจะทำให้ดู บอกไว้เลยมาเชิญตนออกตอนนี้ก็ไม่ออก จะออกตามเวลาที่มีอยู่

เล่นถึงเตี่ยโต้อาจารย์แซวยุ่งกับผักตบ

“แม้แต่เรื่องจำนำข้าวก็บิดเบือนว่า ผมสั่งให้เร่งตรวจสอบ ฉวยโอกาสได้ทุกเรื่อง พยายามไม่โมโหแล้ว แต่เมื่อเช้ามีอาจารย์มหาวิทยาลัยมาบอกว่า นายกฯมายุ่งอะไรกับผักตบ ไม่เห็นพัฒนาอะไรเลย วันหน้าเอาผักตบมาผัดกินแทนผักบุ้งสิ ให้เตี่ยมันไปทำก็แล้วกัน พูดไม่สร้างสรรค์ แก่จะตายอยู่แล้ว พูดแบบนี้มาจะ 20 ปีแล้ว อาจารย์แบบนี้จะสร้างประเทศได้อย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ชาติหน้าก็ไม่ทะเลาะกับพี่ใหญ่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าคิดถึงแต่ตัวเอง ตนโตถึงวันนี้ไม่เคยคิดถึงตัวเองว่าจะเป็นอะไรทำงานอย่างเดียว ผู้บังคับบัญชาเขาก็เลือกเอง ไม่ได้เอาใจใคร และไม่ใช่เอาแต่พูด ดีครับผม เหมาะสมครับนายใช่ครับพี่ ไอ้พวกนี้ต้องย้ายไปไกลๆ ไม่ใช่ของจริง คนเราพอหมดอำนาจวาสนาก็ไปหมด อย่างผมเมื่อไหร่ไม่ได้เป็นนายกฯก็ไม่มีใครฟังแล้ว คิดถึงวันหน้าบ้าง มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ จะได้ไม่ทะเลาะกัน อย่างเป็น ผบ.ทบ.ขึ้นมาตามลำดับ ถ้าทำงานห่วยก็ไม่มีใครเขาตั้ง พูดไปก็โมโห หยิบหนังสือพิมพ์เปิดดูเอาอีกแล้ว บอกสืบอำนาจ แต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพ เป็นเรื่องของเขาจะตั้งใครเป็น ผบ.ทบ.ส่วนรอง ผบ.ทบ.เป็นจอมพล แย่งกันไม่ได้อยู่แล้ว คนไม่ได้เป็น ผบ.ทบ.มันไม่มีศักดิ์ศรีหรืออย่างไร มันทะเลาะกันไม่ได้ อย่าเอาตนไปทะเลาะกับรองนายกฯหรือใคร ชาติหน้าถ้าเจอกันก็ไม่ทะเลาะ ตนรักทุกคนและทุกคนให้เกียรติตนเสมอ เวลานี้ทุกคนสวมหัวโขนหมดทำงานให้ประเทศ

โวยพวกหัวหมอใช้โซเชียลด่า รบ.

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ มวลชน โดยก่อนจะถูกซักถามนายกฯได้ถือดอกกุหลาบสีชมพูมาให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกับกล่าวว่า สีชมพูสวยดี สีชมพูเป็นสีแห่งอะไร เป็นสีแห่งความรัก จากนั้นได้ส่งดอกกุหลาบให้กับทีม รปภ.พร้อมกล่าวว่าวันนี้อย่าเอาตนไปทะเลาะกับคนอื่น เสียเวลาเปล่าๆ พอพูดไปก็มีไปตอบโต้ด่าตนเสียหายผ่านโซเชียล ทำไมคนเหล่านี้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่บังอาจไปแอบด่าใคร แบบที่เขาด่าตน มีใครเขาด่ากันแบบนี้บ้างก็มีหลายคน สื่อก็เห็นอยู่แล้ว ถูกปิดสถานีไปแล้วยังด่าในโซเชียล ผ่านยูทูบ นี่คือการหลีกเลี่ยงกฎหมายทุกอัน เพื่อทำให้บ้านเมืองเสียหาย สื่อควรไปไล่ล่าคนเหล่านั้นบ้าง อย่าไล่ล่าแต่ตนข้างเดียว เป็นธรรมกับตน กับคนไทย 70 ล้านคนไหม ที่รอความหวังรออนาคต แต่คนที่จะกลับไปสู่อดีต ความขัดแย้ง ละเมิดกฎหมาย สู่ผลประโยชน์ตัวเอง สื่อลองเปรียบเทียบชั่งน้ำหนักดูหน่อย วันนี้ทุกกระทรวงกำลังร่วมทำประวัติศาสตร์ อยากให้สื่อร่วมกับรัฐบาลและคสช.ทำประวัติศาสตร์ประเทศไทยให้ได้ จะถือว่าสื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์อีก 20 ปีข้างหน้าร่วมกับผม ฉะนั้นถ้ามันไม่ดี เราทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ตนอาจจะมากหน่อยเพราะเป็นผู้นำ แต่อย่ามาโยนให้รับทั้งหมด โดยที่ทุกคนไม่รับอะไรเลย เอาแต่ดีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องร่วมกันรับผิดชอบ

โต้จัดโผทหารไม่ขัดแย้ง “บิ๊กป้อม”

เมื่อถามว่า การเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ถือว่าได้กำลังใจเพิ่มจากเดิมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า กำลังใจมีดีอยู่แล้วไม่เคยท้อแท้ ไม่เคยเหนื่อย สำหรับองคมนตรีรู้ว่าท่านเป็นกำลังใจให้ตลอด ตนเคารพท่านตลอดเวลา ทุกคนในกองทัพก็เคารพ ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร การแต่งตั้งก็เรียบร้อยไปก่อนหน้านี้แล้ว และตนไม่เคยทะเลาะกับ พล.อ.ประวิตร อันไหนที่คิดแล้วมีบางอย่างไม่ตรงกันก็คุยกัน เดี๋ยวก็ได้ข้อสรุป เรียกว่าทำงานด้วยกันได้ ต้องใช้เหตุผลและที่ผ่านมา ไม่เห็นมีอะไรที่จะขัดแย้งกันมากมาย เอาทุกคนมาใส่ตะกร้าแล้วกรองว่าสถานการณ์นี้ควรจะเป็นใครแค่นั้นเอง ได้ข้อสรุปมาเป็นไปตามคำสั่ง บางครั้งเวลาเสนอก็มีการเชียร์คนนั้นคนนี้ แต่มันเชียร์เหมือนมวยไม่ได้ ถ้าเป็นตนใครที่เชียร์และเอาใจมากๆ จะไม่ให้ จะดูจากการทำงาน บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเซ็นไปแล้ว คุยกันจบนานแล้ว ผบ.เหล่าทัพ ลงนามรับผิดชอบการแต่งตั้งขึ้นมาแล้ว และได้เรียกให้มาชี้แจงว่าทำไมเป็นคนนี้คนนั้นก็จบ ทุกคนเป็นได้หมด เพียงแต่ต้องดูความอาวุโสผลงาน ถ้าไม่มีผลงานจะขึ้นเป็น 5 เสือ 5 สิงห์ไม่ได้ หากทุกคนเก่งเท่ากันต้องดูความเป็นรุ่นพี่แต่ไม่ได้ดูว่าเหลือกี่ปีหรือจะสอดรับกับตนไม่เกี่ยว เขาโตมาอย่าไปทำลายอนาคตเขาไปว่าจนเสียหายหมด

ผบ.ทบ.ไม่ได้เอาไว้สืบทอดค้ำรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อแต่งตั้งเป็นไปตามที่เปิดเผยบนสื่อหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่าไม่รู้ ไม่ได้ดูรายชื่อบนหน้าสื่อมานานแล้วขี้เกียจดู แล้วเวลาเสนอมาชื่อไม่ตรงจะว่าอย่างไร ใครรับผิดชอบ ทำเขาผิดหวัง คิดถึงเขาบ้าง บางทีคนนี้คนนั้นไม่ดี แต่หลักฐานไม่มีพูดมาทำให้เสียหาย แล้วแก้ตัวได้ไหม วันหลังเขาคงจะเล่นงานสื่อบ้างเพราะเขาและครอบครัวเสียหาย คุณสมบัติ ผบ.ทบ.คนใหม่ ไม่มีพิเศษอำนาจมีไว้เพื่อดูแลกองทัพ ไม่ได้มีไว้เพื่อสืบทอดไม่ใช่คอยสนับสนุนรัฐบาล แต่ทำงานในหน้าที่ ต้องสนับสนุนทุกรัฐบาลอยู่แล้ว ตนก็เคยทำ ใช้อำนาจให้ถูกต้องมันก็จบแค่นั้น ถ้าไปตั้งส่งเดชเรื่อยเปื่อยไม่ได้ ทหารอยู่มาเป็นร้อยปีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงตีกันตายนานแล้ว ไม่ได้ตั้งพวกนี้พวกนั้น แต่ตั้งทุกพวก อย่าทำให้รู้สึกว่าถูกแบ่งแยก ท้ายที่สุดจะไม่ดีทั้งคู่และจะดีกับประเทศชาติไหม รัฐบาลหน้ามาก็ต้องมาปกครองบังคับ บัญชาอยู่ดีหนีได้ที่ไหน ทำไมจะต้องมองว่าตั้ง เพื่อสืบทอดอำนาจ ทำไมไม่มองว่าสิ่งที่ทำวันนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในวันข้างหน้า ส.ว.จะทำหน้าที่อะไรรัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ทำอะไร บทเฉพาะกาลเขียนอย่างไร ให้ดูไส้ในดูแก่นก่อน อย่ามาดูกระพี้ข้างนอกแล้วตีกันหาแก่นไม่เจอ

โผทหารยึดตามตั๋ว ผบ.เหล่าทัพ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2559 ว่า ตนได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แล้ว มีความเหมาะสมทุกคน อีกทั้งมีความรู้ความสามารถกันทุกคน ส่วนหลักการจัดทำบัญชีโยกย้ายนั้น ยึดหลักตามที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นคนเสนอชื่อมา ถ้าอยากรู้ให้ไปถาม ผบ.เหล่าทัพเอาเอง

นายกฯฮึ่มระวังหมดความอดทน

จากนั้นเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ตอนหนึ่งว่า กระบวนการยุติธรรมหลายกระบวนการได้นำเข้าไปสู่การพิจารณาคดีแล้ว ตนไม่ได้เร่งรัดประเด็นจำนำข้าวตามที่กล่าวอ้าง คงไม่ปัญญาน้อยแบบนั้น อย่าบิดเบือนเลย ตนพยายามทำอย่างเต็มที่ คนบางคนต่อต้านตนอยู่คนเดียว คนเดิมๆ ทำความเสียหายไม่รู้กี่ปีมาแล้ว สังคมดูเอาแล้วกันว่าจะฟังคนอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ หรือจะฟังตนหรือไม่ก็แล้วแต่ ต้องทำอยู่ดี คนที่ไม่เข้าใจก็อย่าด่าตนมากนัก บางครั้งความอดทนก็จำกัดกฎหมายมันมีอยู่ อีกประการหนึ่ง ทะเลาะเบาะแว้งกันทุกวัน ถามว่าเข้าใจคำว่าประชาธิปไตยดีพอเพียงใด ฉะนั้นต้องไปสอนหลักประชาธิปไตยพื้นฐานที่ถูกต้อง ควรจะเป็นในห้องเรียนด้วย สอนทำงานเป็นทีม ให้เกียรติฟังความเห็นต่าง แล้วหาข้อสรุป ไม่ใช่สอนให้ทะเลาะ เบาะแว้ง ปลุกปั่นนิดหน่อยก็ไปหมด

ลั่นเปิดใจฟังทุกฝ่ายไม่คิดเช็กบิลใคร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้หาว่า ตนปิดหูปิดตา แต่ตนเปิดทุกตา เปิดจนตากว้างแย่อยู่แล้ว หูก็ใหญ่ขึ้น ปากก็กว้างขึ้น เพราะทั้งพูด ทั้งฟังทั้งคิด เรื่องสำคัญที่จะทำความเข้าใจอีกครั้ง คือ อย่ากลัวว่ารัฐบาล คสช. สนช. หรือที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำ 5 สาย จะไปเช็กบิลอะไรกับใคร พรรคไหน ตนไม่ต้องการไปสลายใคร หรือสืบทอดอำนาจจากใครทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของการนำสิ่งที่เป็นปัญหา ที่ค้างคาอยู่และไม่ได้ทำ เข้ามาสู่การพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายมีโอกาสชี้แจงแต่อย่าบิดเบือน ส่วนรัฐธรรมนูญ กรธ.เขาทำเอง อย่าไปยุ่งมากนักเลย ไม่ว่าจะการเสนอชื่อนายกฯจากไหน จากใคร ถ้าท่านดีจริงท่านเข้ามาได้หมด เสนอชื่อเข้ามาคนเขาก็ต้องเลือก ส.ว.เขาจะไปค้านกันเหรอคนดี ตนให้โอกาสทุกพรรค ท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญเขาก็ทำหน้าที่ของเขา ทั้งหมดมันก็จบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าทำไปแล้วมันเกิดปัญหาเขาก็เตรียมทางเลือกไว้แล้ว แก้ไว้แล้วท่านก็ฟังบ้าง

สนช.พร้อมแจงสู้ในศาล รธน.

อีกเรื่องที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. กล่าวถึงกรณี กรธ.มีมติไม่เห็นด้วยกับเจตนารมณ์คำถามพ่วงประชามติที่ สนช.เสนอมาให้ปรับปรุงว่า ไม่ขอชี้แจงเรื่องนี้ หลังจากนี้ให้เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลรัฐธรรมนูญต้องการให้ไปชี้แจง สนช.ก็พร้อมชี้แจง ขึ้นอยู่กับจะให้ไปชี้แจงในประเด็นใด

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. กล่าวว่า สนช.ต้องเก็บข้อมูลเพื่อทำหนังสือชี้แจงยืนยันตามเจตนารมณ์เดิมของ สนช. หากศาลรัฐธรรมนูญร้องขอข้อมูลมา ยืนยันว่า สนช.ไม่มีเจตนาลึกลับซับซ้อน หรือได้คืบจะเอาศอก

ผ่าน 3 วาระรวดเพิ่ม สนช.มี 250 คน

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธาน เพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติมฯ ตามที่ ครม.และ คสช.เสนอเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยพิจารณาสามวาระรวด มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นตัวแทนชี้แจงการขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฯ ให้มีสมาชิก สนช.ไม่เกิน 250 คน จากเดิม 220 คน โดย พล.อ.ประวิตรระบุว่า ครม. และ คสช.มีเจตนารมณ์เพื่อช่วยการทำงานของสนช.เป็นไปด้วยความรวดเร็ว

“วิษณุ” ร่ายให้มาช่วยร่าง ก.ม.สำคัญ

ขณะที่นายวิษณุชี้แจงหลักการว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญดังกล่าวมี 3 มาตรา เนื้อหาสำคัญคือมาตรา 3 ที่แก้ไขให้ สนช.มีสมาชิกไม่เกิน 250 คน แต่เพื่อความชัดเจน จะขออนุญาตเพิ่มอีก 1 มาตราคือมาตรา 4 ว่าให้ สนช.ซึ่งดำรงตำแหน่งก่อนจะมีประกาศใช้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้เป็น สนช.ต่อไป โดยขณะนี้มี สนช. 220 คน อาจไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญ คาดว่าอีก 1 ปี 4 เดือน จะมีกฎหมายหลั่งไหลเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. เป็นกฎหมายตามนโยบาย 100 ฉบับ และกฎหมายที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้ต้องพิจารณา 80 ฉบับ จึงต้องใช้บุคลากรมาก มีความหลากหลาย รอบคอบ บางฉบับต้องออกภายใน 4 เดือน จึงต้องปรับเพิ่มสมาชิก สนช. จาก 220 คน เป็นไม่เกิน 250 คน ถือเป็นจำนวนที่พอสมพอควร

ไม่มีแตกแถวโหวตฉลุย 189–0

ต่อมาสมาชิก สนช.ได้สลับขึ้นมาอภิปรายให้ความเห็นด้วยในวาระรับหลักการ อาทิ นายสมชาย แสวงการ สนช. อภิปรายว่า ขณะนี้มีกฎหมายรอสังคายนา 300-400 ฉบับ สมาชิกที่เพิ่มขึ้น 30 คน จะเข้ามาเสริมช่วยแบ่งเบาภาระงานได้ งบประมาณและเบี้ยประชุมที่เพิ่มขึ้นมาไม่ได้สิ้นเปลืองอะไร ยังใช้น้อยกว่าสมัยมี ส.ส.และ ส.ว.ถึง 1 ใน 3 แต่มีผลงานมากกว่า ไม่ใช่การนำ สนช.มาใช้เป็นที่พักพิงให้ใครหรือว่าสิ้นเปลืองงบฯ จากนั้นที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการด้วยคะแนน 186 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 หลังจากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาเพื่อพิจารณาวาระสอง เรียงตามมาตรา ตั้งแต่มาตรา 1-4 ก่อนที่ประชุม สนช.จะให้ความเห็นชอบการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวดังกล่าว ในวาระ 3 ด้วยคะแนน 189 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง

“พรเพชร” ป้องอย่ารังเกียจทหาร

นายพรเพชรกล่าวว่า จะนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป คาดว่าภายในเดือน ก.ย.ขั้นตอนทุกอย่างจะเสร็จสิ้น เพื่อให้ คสช.แต่งตั้ง สนช.เพิ่มเติมต่อไป สนช.ใหม่จะเป็นใครขึ้นอยู่กับอำนาจ คสช. แม้จะให้มาช่วยเน้นงานด้านกฎหมาย แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมายอย่างเดียว แม้จะใช้งบฯเพิ่มขึ้น แต่รับรองว่าคุ้มค่า เชื่อว่าคงไม่ได้มาจากสัดส่วนทหารทั้งหมด อย่าไปรังเกียจทหาร ที่ผ่านมาทหารทำหน้าที่ สนช.ได้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ เมื่อถามว่า การแต่งตั้ง สนช.เพิ่มเติมเพื่อถ่วงดุลความเป็นเอกภาพใน สนช. ไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนการเลือกผู้ตรวจการแผ่นดินหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน ลืมไปแล้ว และไม่ทราบว่าเป็นการแต่งตั้งเพื่อรองรับข้าราชการและทหารที่จะเกษียณอายุหรือไม่ เพราะเป็นอำนาจของ คสช.

“มาร์ค” หนุน กรธ.กอดหลักการ

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เท่าที่เห็น กรธ.พยายามยึดบทหลัก น่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด จากนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง พร้อมยอมรับเมื่อออกมาบังคับใช้ แต่ถ้าพรรคการเมืองอยากมีบทบาท ต้องสร้างศรัทธากับประชาชน จึงได้ย้ำกับสมาชิกพรรคว่าอย่าจมกับกติกา แต่ให้มุ่งหน้าเข้าหาประชาชนว่าคาดหวังอะไรกับรัฐบาลหน้า ถ้าเราตอบสนองได้ ไม่ว่ากติกาจะเป็นอย่างไร เสียงสะท้อนที่ประชาชนสนับสนุนพรรคการเมืองจะมีความหมาย ส่วนข้อสังเกตว่า ส.ว.จะกลายเป็นตัวแปรการเลือกนายกฯที่ต้องใช้เสียงเห็นชอบถึง 375 เสียงนั้น ทางตัวเลขเป็นไปได้ที่ ส.ว.จะเป็นตัวแปร แต่ ส.ว.ต้องอยู่ในสังคม เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วต้องรับฟังว่าประชาชนคิดอย่างไร การเลือกนายกฯต้องเริ่มจากกรอบในบัญชี ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีปัญหาเรื่องคะแนนเสียง กว่าจะไปถึงตัวเลขว่าใครมีเท่าไหร่ ต้องผ่านกระบวนการเลือกตั้ง

แนะ คสช.เดินตามช่องเพื่อสง่างาม

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ขอชื่นชมในความกล้าหาญและความมั่นคงในหลักการของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.และ กรธ.ที่ไม่คล้อยไปตามกระแสกดดันของ สนช. และ สปท.บางส่วน หาก คสช.หรือผู้มีอำนาจต้องการร่วมเสนอตัวเป็นนายกฯ ให้พรรคการเมืองนำชื่อไปใส่ได้ตามกติกา จะสง่างามกว่า ส่วนการแต่งตั้งเพิ่มสนช.จาก 220 เป็น 250 คน ได้รับข้อมูลมาว่ามีสนช.จำนวนมากไม่ได้เข้าร่วมประชุมใหญ่และประชุมคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ หลายคนลงชื่อแต่ไม่เข้าประชุม ไม่แตกต่างจากนักการเมืองในอดีต จึงไม่ตอบโจทย์ของ คสช.ที่ควรกวดขันการทำงานของ สนช.ให้มีประสิทธิภาพมากกว่า เพราะต้องเสียงบประมาณแผ่นดินเพิ่ม และถูกมองว่าเตรียมรองรับข้าราชการที่จะเกษียณ และ สนช.บางคนเตรียมลาออกไปเป็น ส.ว.แต่งตั้งด้วย สนช. และ สปท.คนใดต้องการเป็น ส.ว.แต่งตั้ง ควรลาออกก่อนที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ เพื่อความสง่างามและเป็นแบบอย่างที่ดี

“นิกร” มองการเมืองป่วนหลังใช้ รธน.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนิกร จำนง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวบรรยายหัวข้อ “การขับเคลื่อนประเทศในมิติเศรษฐกิจและการเมือง ภายหลังการออกเสียงประชามติ” ให้นักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง (พตส.) รุ่นที่ 7 ว่า ฝ่ายการเมืองมองพลาดหมด นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา มีสัญชาตญาณทางการเมืองสูง แถลงในนามส่วนตัวว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าประเทศต้องเลือกตั้งจะดีขึ้นเอง ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ฉบับใหม่จะแย่กว่าเดิม ส่วนการเมืองหลังจากนี้เชื่อว่ามีความปั่นป่วนเกิดขึ้นในบรรดารัฐมนตรี สนช. สปท.ที่อยากเป็นรัฐมนตรี หรือ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องลาออกหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ภายใน 90 วัน เพื่อไม่ขัดคุณสมบัติ ตนจะยื่นใบลาออกจาก สปท.ช่วง ก.พ.60 เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้งให้พรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนคนอื่นคงอยู่ระหว่างตัดสินใจแบบพะว้าพะวัง ไม่แน่ใจว่าหากลาออกไปแล้วจะถูกแต่งตั้งมาเป็น ส.ว.อีกหรือไม่

จี้ใช้ ม.44 แก้ ม.8 สกัดรัฐประหาร

เมื่อเวลา 13.15 น. ที่รัฐสภา นายเกรียงศักดิ์ เหล็กกล้า ตัวแทน พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีตผบ.ส.ส.ในฐานะประธานคณะรัฐบุคคล ยื่นจดหมายขอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.ผ่านนายภูมิรัตน์ ทักษาดิพงศ์ กรธ. ขอให้เพิ่ม ข้อความในมาตรา 8 ในกรณีวิกฤติการเมืองเกิดขึ้น ไม่สามารถหาทางออกโดยกระบวนการตามปกติได้ หัวหน้ารัฐบาลผู้รับผิดชอบการบริหารราชการแผ่นดิน จึงมีหน้าที่กราบบังคมทูลให้ทรงทราบสถานการณ์บ้านเมือง และขอพระราชทานพระกรุณา ขอพึ่งพระบารมีเข้าช่วยแก้ไข จึงเป็นหน้าที่ขององค์กรทหารที่พึ่งสุดท้าย ต้องออกมาปฏิบัติหน้าที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก แล้วให้เชิญสถาบันที่เป็นหลักของประเทศและบุคคลที่มีความรู้ มาร่วมประชุม ปรึกษาหรือพิจารณาแก้ไขสถานการณ์ แล้วให้ผู้มีอำนาจร่างพระบรมราชโองการ โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่อาจระงับใช้บางมาตราได้และไม่ใช่การรัฐประหาร ก่อนคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน จัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 2 ปี ขอให้ คสช.ใช้อำนาจมาตรา 44 แก้ไขเพื่อให้เกิดความมั่นคงของประเทศ

เผยพักงาน “ชายหมู” สอบต่อทุจริต

เมื่อเวลา 10.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 50/2559 พักงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า เพราะมีเรื่องทักท้วงจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำเหมือนกรณีอื่น ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นสองมาตรฐาน และต้องทำตามขั้นตอน แต่ไม่ได้บอกว่าผู้ว่าฯกทม.ผิดหรือไม่ผิด เพียงแต่ให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ หากไม่ผิดกลับมาทำหน้าที่ได้ แต่จะทำที่ไหนแล้วแต่ความเหมาะสม มาตรา 44 มีไว้ทำเช่นนี้ แต่ถ้าใช้อีกแบบแรงกว่านี้คือ การชี้ผิดถูกไล่ออกโดยไม่ต้องสอบก็ทำได้แต่ไม่ทำ เพราะต้องให้เป็นเรื่องกลไกยุติธรรม คนตรวจสอบจะได้สบายใจ ส่วนคนถูกตรวจสอบจะได้ไม่เป็นภาระมากนักเป็นสิ่งที่ดีของทั้ง 2 ฝ่าย ประชาชนต้องรอฟังอย่าเพิ่งบอกว่าผิดหรือถูก การพักงานดังกล่าวไม่เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมใน กทม.ถ้าเกี่ยวกับน้ำท่วมคงต้องปลดและย้ายใช้มาตรา 44 ทุกจังหวัดเลยหรือไม่

ปลัด กทม.ขวัญอ่อนถึงกับตกใจ

ที่ศาลาว่าการ กทม. นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัด กทม. กล่าวว่า รู้สึกตกใจเนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววว่าหัวหน้า คสช.จะใช้มาตรา 44 สั่งพักงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ในส่วนของการทำงาน ขณะนี้นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯ กทม.ได้รักษาการแทนตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ทั้งนี้ ระหว่างที่ กทม.ถูกตรวจสอบการทำงานจากองค์กรภายนอก ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ ข้าราชการทุกฝ่าย ทำงานกันอย่างรอบคอบ รัดกุม และให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด หากมีปัญหาหรือการดำเนินงานขัดข้องให้มีการปรึกษาหารือกัน เพื่อแก้ไขปัญหาภายในองค์กร อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งพักงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้กำชับเจ้าหน้าที่ กทม.ทุกหน่วยงาน ใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ผ่านข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครแล้วอย่างรัดกุม รวมทั้งเร่งรัดการทำงานให้เป็นไปตามแผนที่เสนอของบประมาณ ทั้งกรอบเวลาและกรอบวงเงินที่ได้รับจัดสรร

ปชป.ยังไม่คิดวางตัวชิงผู้ว่าฯ กทม.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพักการปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.ตามระเบียบรองผู้ว่าฯคนที่ 1 ต้องขึ้นมารักษาการผู้ว่าฯ กทม. แต่ตามคำสั่งของ คสช.มีข้อยกเว้นกรณีนายกฯมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แต่ในส่วนของประชาชนอาจจะมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เมื่อพรรคไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ก็ต้องขอโทษประชาชน ส่วนจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นกับคนที่พรรคเลือกให้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในอนาคตหรือไม่นั้น พรรคต้องเก็บเกี่ยวจากเรื่องนี้ และไม่ทราบว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หากคำสั่ง คสช.ยังอยู่ก็ยังไม่มีการเลือกตั้ง ดังนั้น พรรค จึงไม่ได้มีการวางตัวผู้สมัคร

“วัฒนา” โพสต์ค้านอำนาจ คสช.

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ระงับการทำหน้าที่ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมือง บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ ว่า ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว แม้ทั้ง 2 คนมีข้อกล่าวหากระทำความผิด แต่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมเพราะการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ขัดต่อหลักนิติธรรมเป็นอำนาจไม่ชอบที่ได้มาจากการยึดอำนาจ ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งผู้ใช้อำนาจกลับตรากฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเอง จึงไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกใช้อำนาจ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้วอำนาจที่มาจากเผด็จการควรถูกยกเลิกไป ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนยุติธรรมปกติถึงจะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้นการลงโทษดังกล่าวจะไม่สร้างการยอมรับ จึงขอประณามและเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้อำนาจที่ขัดต่อหลักนิติธรรมทั้งประกาศ หรือคำสั่งของ คสช. การใช้อำนาจตามมาตรา 44 และการเอาพลเรือนขึ้นศาลทหาร ขอให้ปฏิบัติกับทุกฝ่ายเป็นไปตามกระบวนยุติธรรมปกติ

“เด็จพี่” แนะ “หมอเลี้ยบ” นั่งสมาธิ

เมื่อเวลา 08.30 น.วันเดียวกัน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตรองนายกฯและอดีต รมว.พลังงาน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย และครอบครัวของนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เดินทางเข้าเยี่ยม นพ.สุรพงษ์ หลังถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา กรณีอนุมัติแก้ไขสัญญากิจการดาวเทียมให้บริษัทชินแซทฯโดยใช้เวลาเข้าเยี่ยมกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นนายพร้อมพงศ์ให้สัมภาษณ์ว่า จากการพูดคุย นพ.สุรพงษ์ ยังมีกำลังใจดี มีครอบครัว เพื่อนๆมาให้กำลังใจทำให้ไม่เครียด ได้แนะนำเรื่องการปรับตัว อยากให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องสุขภาพ เนื่องจากเป็นผู้ใหญ่น่าจะมีโรคประจำตัวทั่วไป แต่ในเรือนจำมีแพทย์และสถานพยาบาลคอยดูแลอย่างดีอยู่แล้วไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนแกนนำพรรคเพื่อไทยจะพากันเข้าเยี่ยมวันที่ 29 ส.ค.

เรือนจำรายงานความดันขึ้นเล็กน้อย

ที่กระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาว์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่ารับตัว นพ.สุรพงษ์ ผู้ต้องขังไปยังแดนแรกรับแล้ว พร้อมเข้าตรวจร่างกายและทำประวัติตามขั้นตอนการรับตัวนักโทษใหม่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมาพบว่า นพ.สุรพงษ์มีโรคความดันโลหิตขึ้นสูงเล็กน้อยแต่ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนการรับประทานอาหารมื้อเช้ายังคงปกติและสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นหลังจากนี้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ คณะกรรมการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯจะมีการประชุมพิจารณาเพื่อจำแนกลักษณะผู้ต้องขังไปยังแดนต่างๆที่เหมาะสม

“มาร์ค” เตือนให้จำเป็นอุทาหรณ์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี นพ.สุรพงษ์เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ทำงานการเมืองต้องเตือนตัวเองเสมอว่าการไปทำอะไรเพื่อตอบสนองพรรคพวก หรือหัวหน้า แต่ไม่ทำในสิ่งที่มีปัญหาทางกฎหมาย สุดท้ายความรับผิดชอบก็ย้อนกลับไปที่ตัวเอง ซึ่งเป็นอีกกรณีหนึ่งที่เป็นการตอบสนองนโยบายที่ขัดกับกฎหมายในเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน จึงต้องย้ำถึงทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ศาลให้ประกันตัว “บุญเลิศ–ทัศนีย์”

เมื่อเวลา 09.00 น.เจ้าหน้าที่เรือนจำกลาง เชียงใหม่และเจ้าหน้าที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ได้ควบคุมตัวนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายกอบจ.เชียงใหม่ และ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พร้อมกับพวก 12 คน ผู้ต้องหากระทำความผิดกรณีเผยแพร่จดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ไปยังศาลทหารใน มทบ.33 ค่ายกาวิละ เพื่อฝากขังผัดที่ 3 โดยมีทีมทนายความนำเงินสดขอยื่นประกันตัวคนละ 1 แสนบาท กระทั่งเวลา 15.00 น. พล.ต.โกศล ประทุมชาติ ผบ.มทบ.33 ในฐานะ ผอ.รักษาความสงบฯ แถลงว่าทุกคนได้ประกันตัวแล้ว ทั้งนี้ มี 1 ราย คือนายเทวรัตน์ รินต้า คนขับรถเทศบาลตำบลช้างเผือกไม่มีผู้ยื่นขอประกันตัว ตุลาการทหารมีเมตตาปล่อยตัวทุกคนโดยมีเงื่อนไขในการให้ประกันตัวห้ามออกนอกราชอาณาจักร และห้ามมีพฤติกรรมยั่วยุทำให้เกิดการปลุกปั่นหรือวุ่นวายในบ้านเมือง

“บิ๊กป้อม” หารือ กสม.ปัดละเมิดสิทธิฯ

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่อาคารรับรองเกษะโกมล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ว่า กสม.เป็นห่วงประเด็นสิทธิมนุษยชน เรื่องการเชิญบุคคลเข้ามาให้ข้อมูลในค่ายทหาร 7 วัน และเกรงว่ารัฐบาลและ คสช.จะไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ขอย้ำว่าไม่ได้ละเมิดแต่อย่างใด เพียงแค่ต้องการทราบข้อมูลว่าการที่คิดเห็นแตกต่างนั้นเป็นเพราะอะไรเท่านั้น ได้ชี้แจงให้ กสม.เข้าใจไปหมดแล้ว ยืนยันว่ารัฐบาล และ คสช. ทำแบบประชาธิปไตยทุกอย่าง เพียงแค่เรามีมาตรา 44 ไว้สำหรับแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการป่วนบ้านป่วนเมือง เรื่องคนไม่ดี เพื่อสามารถทำให้รัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้ ฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วงมาก ขอให้เป็นห่วงตัวเองกันบ้าง

จี้เปิดสถานที่คุมตัว–ให้ญาติเยี่ยม

ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร กสม.กล่าวว่ากสม.ได้เสนอข้อสังเกตฝากไปยังรัฐบาล เรื่องการควบคุมตัวว่า ควรจะระบุสถานที่ให้ชัดเจนและเปิดโอกาสให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ หรือหากไม่ได้ กสม.ขอเป็นตัวแทนในการเข้าเยี่ยม ซึ่ง พล.อ.ประวิตรพร้อมจะนำข้อเสนอนี้ไปหารือในที่ประชุมของรัฐบาลต่อไป

“ปู” อาลัยต้นตำรับโอทอปลาโลก

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความเสียใจต่อการจากไปของนายโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าการจังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น ผู้ริเริ่มความคิดหนึ่ง หมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือ One Village, One Product จนแนวคิดแพร่หลายไปทั่วญี่ปุ่น แล้วนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นำเอาหลักการมาปรับปรุงกลายเป็นหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ส่งเสริมท้องถิ่นให้พัฒนาสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง กระตุ้นให้ชาวบ้านพัฒนาคุณภาพสินค้าชุมชนจนกลายเป็นโอทอปห้าดาว สมัยเป็นรัฐบาลได้พัฒนาโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง และผลสำเร็จโครงการนี้มีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จึงขอยกย่องนายโมริฮิโกะเป็นแรงบันดาลใจให้นโยบายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างกว้างขวาง ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวนายโมริฮิโกะ ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่ง และเป็นผู้อุทิศตนเอง ทั้งแรงกายแรงใจในการสร้างคุณประโยชน์ต่อประชาชนชาวโออิตะและชาวญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทยด้วย จึงขอไว้อาลัยต่อการจากไปครั้งนี้

ไทย–เขมรตั้งศูนย์ช่วยเหยื่อค้ามนุษย์

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเซนต์ รีจีส ถนนราชดำริ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และนายปรัก สุคน รัฐมนตรีอาวุโสและ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (เจซี) ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 10 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยหารือถึงการเสริมสร้างความร่วมมือ 3 สาขาหลัก คือ การเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม โดยได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์แรกรับเหยื่อการค้ามนุษย์ เพื่อช่วยเหลือชาวไทยและกัมพูชาที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยฟื้นฟูก่อนกลับเข้าสู่สังคม

จากนั้นนายดอน แถลงว่า ไทยและกัมพูชา ตกลงจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าภายในปี 2563 และจะส่งเสริมการพัฒนาจุดผ่านแดน การจัดทำข้อตกลงการขนส่งสินค้าทางทะเล และการก่อสร้างทางรถไฟเพิ่มอีก 6 กม.เชื่อมต่อรถไฟจากกรุงเทพฯไปยังกรุงพนมเปญ

ขณะที่นายปรัก สุคน กล่าวว่า กัมพูชาติดตามพัฒนาการทางการเมืองของไทยอย่างใกล้ชิด และเห็นแล้วว่าคนไทยส่วนใหญ่ไว้วางใจร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งตามแผนของรัฐบาลไทย กัมพูชาเคารพการตัดสินใจของคนไทย

ฝากกัมพูชาเตือนลักตัดไม้ฝั่งไทย

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปรัก สุคน รัฐมนตรีอาวุโสและ รมว.การต่างประเทศกัมพูชา เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จากนั้น พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯขอบคุณรัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์เคารพการตัดสินใจของประชาชนไทยในการทำประชามติ สำหรับการเปิดหรือยกระดับจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ที่บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท รัฐบาลไทยได้เร่งรัดให้เปิดได้โดยเร็ว และกัมพูชาประสงค์จะเปิดจุดผ่านแดนกับไทยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้นายกฯขอให้กัมพูชาตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์ตามแนวชายแดน และการแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจต่อประชาชนของตน มิให้เข้ามาลักลอบตัดต้นไม้ในฝั่งไทย รวมถึงฝากความระลึกถึงไปยังสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา พร้อมฝากคำเชิญเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือแห่งเอเชีย ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นช่วง ต.ค.ด้วย

“ป๋าเปรม” ทำบุญวันเกิดครบ 8 รอบ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เขตพระนคร กทม. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดงานบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคล 8 รอบนักษัตร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 96 ปี ในโอกาสเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมามอบให้ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.เกษม อยู่สุข เป็นผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมามอบให้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล พล.อ.เปรมสวมชุดทรงพระราชทานสีส้ม มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมจำนวนมาก

นายกฯเร่งสานฝัน “โค้ชเช–น้องแต้ว”

เมื่อเวลา 18.30 น.วันเดียวกัน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นประธานงานเลี้ยงต้อนรับนักกีฬา พร้อมมอบเงินรางวัลแก่นักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 และรายการแข่งขันระดับนานาชาติ (ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย-โลก) จำนวน 27 รายการ ยอดเงินรางวัลทั้งสิ้น 157,727,500 บาท พล.อ.ประยุทธ์กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนมีความสุขเพราะได้ต้อนรับทุกคน หัวใจของตนหายไปหลายวันเพราะส่งใจไปอยู่กับพวกเราระหว่างแข่งขัน ขอชื่นชม ไม่ว่าจะได้เหรียญหรือไม่ และไม่ว่าจะแพ้หรือชนะนำมาเป็นบทเรียนพัฒนาตัวเอง ขอให้ตั้งใจ ศรัทธาในตัวเอง มั่นคงและมุ่งมั่น อย่างที่ตนมีความมุ่งมั่น และศรัทธาในการบริหารบ้านเมืองให้สงบสุข ขอบอกโค้ชเช ว่ายังไม่ลืมจะดูเรื่องสัญชาติไทยให้ตามที่ได้รับปากไว้ ส่วน “น้องแต้ว” พิมศิริ สิริแก้ว จะเร่งดูการเข้ารับราชการทหารให้ รับปากตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.ทบ.แล้วไม่รู้ทำไมช้า ตอนนี้เป็นนายกฯแล้วถ้าไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่ายังไง “น้องเมย์” ก็ไม่ต้องอายใครเพราะการรักษาแชมป์เป็นเรื่องยาก จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมถ่ายรูปกับคณะนักกีฬา และขึ้นเวทีร้องเพลง เพราะเธอคือประเทศไทย

“ประยุทธ์” ฉุนสื่อตีข่าวหัก “บิ๊กป้อม” ตั้ง ผบ.ทบ.ใหม่สืบทอดอำนาจ โวยอย่ามาเสี้ยมให้แตกคอพี่ใหญ่ ลั่นไม่เคยขัดแย้ง ชาติหน้าเจอกันก็ไม่ทะเลาะ “ประวิตร” บอกจัดโผทหารยึดตั๋ว ผบ.เหล่าทัพ 27 ส.ค. 2559 06:04 ไทยรัฐ