วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฮกเกอร์ออมสินไม่ทำ "พร้อมเพย์" พลิก

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้านโยบาย อี-เพย์เมนต์ (E-Payment) เพื่อต้องการพัฒนาระบบบริการทางการเงินให้มีความก้าวหน้า ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินก็ต้องพัฒนาให้ทันกระแสโลก แม้ว่าขณะนี้จะมีการแฮกเกอร์ข้อมูลธนาคารออมสินก็ตาม แต่สถาบันการเงินทุกแห่งต้องหาแนวทางป้องกัน ในขณะเดียวกัน ธปท.และสถาบันการเงินต่างพยายามหาแนวทางป้องกันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ดังนั้น การโจรกรรมที่เกิดขึ้นกับธนาคารออมสินเป็นเพียงเหตุการณ์เดียว นโยบายพร้อมเพย์และนโยบาย E-Payment ต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนกรณี ธปท.มีแนวทางให้สถาบันการเงินนำระบบสแกนลายนิ้วมือ สแกนม่านตา เป็นระบบรักษาความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า จึงควรพัฒนาใช้ให้สะดวกเพิ่มขึ้น

ด้านนายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายกำกับสถาบันการเงิน กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาระบบเอทีเอ็มของธนาคารออมสินว่า ในขณะนี้ธนาคารออมสินยังอยู่ระหว่างแก้ไขระบบ ซึ่งต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากจะต้องจัดการระบุตัวมัลแวร์ ที่เข้าในระบบดำเนินการแก้ไข และตรวจสอบระบบอีกครั้ง เพื่อป้องกันการตกค้างของมัลแวร์ในระบบ ซอฟต์แวร์ของเอทีเอ็ม ส่วนธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจอื่นๆนั้นจนถึงขณะนี้ยังไม่มีธนาคารใดรายงานว่า ระบบเอทีเอ็มของธนาคารมีปัญหา อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวไม่กระทบ กับความเชื่อมั่นของการให้บริการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ “พร้อมเพย์” ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆนี้.

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้านโยบาย อี-เพย์เมนต์ (E-Payment) เพื่อต้องการพัฒนาระบบบริการทางการเงินให้มีความก้าวหน้า ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินก็ต้องพัฒนาให้ทัน 27 ส.ค. 2559 00:17 ไทยรัฐ