วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2 ผู้ประกอบการเรือประมงทูน่า โอด แทบหมดตัว รับภาระกว่า10ล. วอนรัฐช่วย

2 ผู้ประกอบการเรือประมงปลาทูน่าที่ถูกจับกุม โอด ถูกจับมากว่า 7 เดือน คดียังไม่สิ้นสุด รับภาระค่าน้ำมันเรือปั่นเครื่องทำความเย็นรักษาปลาของกลางไปแล้วกว่าสิบล้านบาทแทบหมดตัว วอน หน่วยงานเกี่ยวข้องรับของกลางดูแลเอง

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ท่าเรือองค์การพัฒนาเหมืองแร่ในทะเล (อมท.) ติดกับท่าเทียบเรือน้ำลึก บ้านอ่าวมะขาม ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายทนงศักดิ์ รักษาวงศ์ กรรมการบริษัท สยามทูน่าฟิชเชอรี่ จำกัด บริษัทเจ้าของเรือประมงทูน่า มุกอันดามัน 018 และมุกอันดามัน 028 และนางทวีสุข ทองสัน เจ้าของเรือ YU LONG 6 และเรือ YU LONG 125 เรือประมงทูน่าสัญชาติไทย ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 30 มกราคม และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 ในข้อหาทำประมงโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 ขัดคำสั่ง หน.คสช.ที่ 10/2558 ที่กำหนดให้มารายงานตัวและไม่ได้นำเรือมารายงานตัวตามกำหนด ได้ขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน กรณีได้รับความเดือดร้อนหลังถูกจับกุมดำเนินคดี ยาวนานกว่า 7 เดือน แต่ยังไม่ทราบความชัดเจนว่า จะสิ้นสุดเมื่อใด เนื่องจากข้อกฎหมายหลายฉบับ ทำให้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายค่า ทั้งค่าใช้จ่ายลูกเรือ และน้ำมันเรือที่ใช้สตาร์ตเครื่องเรือ เพื่อทำความเย็นไม่ให้ทูน่าที่อยู่ในเรือเน่าเสีย พร้อมกับพาไปดูภายในเรือที่กำลังเดินเครื่องเรือทำความเย็น

นายทนงศักดิ์ รักษาวงศ์ กรรมการบริษัท สยามทูน่าฟิชเชอรี่ จำกัด กล่าวว่า หลังจากถูกจับจนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 7 เดือน และยังไม่มีความชัดเจนว่า คดีความจะสิ้นสุดเมื่อใด ซึ่งตอนแรกคาดว่า จะใช้เวลาไม่นาน จึงยอมเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องน้ำมันเรือที่ต้องสตาร์ตเครื่องไว้สำหรับเครื่องทำความเย็นให้ปลาทูน่า ที่มีอยู่กว่า 278,033 กิโลกรัม หรือประมาณ 2700 กว่าตัน ซึ่งปลาทั้งหมดจะต้องอยู่ในความเย็นไม่ต่ำกว่า-50 องศา ทำให้ต้องใช้ค่าน้ำมันที่สูงเฉลี่ยวันละ 50,000 บาท บริษัทจึงขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายได้อีกต่อไป เนื่องจากขณะนี้ ในส่วนของเรือมุกอันดามัน 018 และมุกอันดามัน 028 ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 11,070,000 บาท และไม่มีความชัดเจนว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจะดำเนินการอย่างไรกับของกลางดังกล่าว

โดยบริษัทได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมประมง สำนักอัยการ และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ดำเนินการรับของกลางดังกล่าวไปดูแลแทน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากวอนไปถึงหน่วยงานดังกล่าวให้รีบดำเนินการ เนื่องจากตนเองแบกภาระต่อไปไม่ไหว จำเป็นจะต้องหยุดเดินเครื่องทำความเย็นเรือ หลังน้ำมันเรือถังสุดท้ายหมดลง ซึ่งคาดว่า ไม่เกินวันที่ 28 ส.ค.นี้ และหากเครื่องทำความเย็นเรือหยุดลงจะทำให้ปลาทูน่ากว่า 2,700 ตัน เน่าเสีย เกิดภาวะมลพิษอย่างรุนแรง จนเรืออาจจะระเบิดได้ นอกจากนี้ อาจทำให้พื้นที่โดยรอบท่าเทียบเรือเกิดมลพิษ

ด้านนางทวีสุข ทองสัน เจ้าของเรือ YU LONG 6 และเรือ YU LONG 125 กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองถึงแม้จะมีเรือขนาดเล็กกว่าและมีปลาทูน่าอยู่เพียง 300 ตัน แต่ได้รับผลกระทบเช่นกัน หลังจากที่ได้ทำตามข้อกฎหมาย คือ ดูแลของกลางปลาทูน่าในเรือมาเกือบ 7 เดือน ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนหลายล้านบาท อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับของกลางไป ไม่ใช้ให้เป็นภาระของผู้ประกอบการฝ่ายเดียว ซึ่งตนเองเข้ามาทำธุรกิจเรื่องประมงทูน่าได้เพียง 1 ปี ไม่ได้มีรายได้มากมาย ซึ่งหากไม่เข้ามารับของกลางก็จะหยุดเดินเครื่องเรือ เนื่องจากไม่สามารถรับภาระได้ต่อไปอีกเช่นกัน อย่างไรก็ดี ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดภูเก็ต นำโดยนายประเสริฐ ทองสมบูรณ์ เจ้าพนักงานประมงอาวุโส พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าตรวจสอบของกลางบนเรือทั้ง 4 ลำ เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาตามหน้าที่ ซึ่งเจ้าของเรือทั้ง 2 ได้ชี้แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมยื่นหนังสือขอให้เร่งรัดดำเนินการหาสถานที่รองรับของกลาง ซึ่งเบื้องต้นได้รับคำตอบว่า จะเร่งดำเนินการเรื่องสถานที่ โดยขณะนี้ได้สำรวจสถานที่ไว้แล้วเตรียมที่จะขนย้ายของกลางออกจากเรือได้ทันที เพื่อไปดูแลต่อหลังจากได้รับการอนุมัติ

2 ผู้ประกอบการเรือประมงปลาทูน่าที่ถูกจับกุม โอด ถูกจับมากว่า 7 เดือน คดียังไม่สิ้นสุด รับภาระค่าน้ำมันเรือปั่นเครื่องทำความเย็นรักษาปลาของกลางไปแล้วกว่าสิบล้านบาทแทบหมดตัว วอน หน่วยงานเกี่ยวข้องรับของกลางดูแลเอง 26 ส.ค. 2559 23:32 27 ส.ค. 2559 00:32 ไทยรัฐ