วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กตู่’ ปัดไล่บี้เร่งเช็กบิลใคร ถามหาสำนึกพวกถูกปล่อยตัว ด่าไม่เลิก

นายกฯ วอนหยุดต่อต้าน เลิกเอาชาติไปประจาน ปัดแทรกแซงเช็กบิลใคร โดยไม่สนกระบวนการยุติธรรม ยันโปร่งใส ชี้กฎหมายไม่มีละเว้นใคร เตือน สำนึก พวกถูกปล่อยตัวยังด่าไม่เลิก ระวังหมดความอดทน บอกพรรคการเมืองอย่ากลัว ส.ว.ค้านปมนายกฯ ถ้าเสนอคนดีจริง

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ตอนหนึ่งว่า วันนี้หลายประเทศมาขอพบตน ให้กำลังใจเดินหน้าต่อ หลังผ่านการทำประชามติตามกระบวนการสากล แม้มีความขัดแย้งจากการต่อต้านอยู่บ้าง ทั้งในหรือต่างประเทศ บางครั้งก็เป็นคนกลุ่มเดียวกันก็ตาม ขออย่าขัดแย้ง ต่อต้านอีกเลย ร่วมปฏิรูประเทศ โดยอะไรที่ไม่ถูกต้องตนพร้อมรับฟัง ปรับแก้ไข แต่ไม่ใช่เอาประเทศไปประจานโดยไร้ข้อเท็จจริง โดยพวกให้ร้ายประเทศไม่น่าเจริญ เรื่องสิทธิมนุษยชนของสากล ตนไม่ขัดแย้ง แต่อย่าลืมคำนึงถึงประเทศชาติด้วย ไว้ใจตนบ้างที่พยายามแก้ข้อบกพร่องนำสู่การปฏิรูปประเทศ ส่วนกระบวนการยุติธรรม หลายเรื่องนำเข้าสู่กระบวนการ ส่วนคดีจำนำข้าวนั้น ตนไม่ได้เร่งรัดอย่างที่กล่าวอ้างว่า ตนสั่งไม่ต้องสนใจกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่บอกว่า หน้าที่คณะทำงานมีหน้าที่ตรวจสอบหาหลักฐาน ส่วนเรื่องของกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องของศาล ตนคงไม่ปัญญาน้อยแบบนั้น เราอย่าบิดเบือนเลย อยากให้ดูตั้งแต่ก่อน ปี 57 ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วตนเป็นคนทำหรือเปล่า

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้มันก็เพียงแค่คำเดียวที่ทุกคนคิดว่า มันยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือคำว่า ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ซึ่งตนไม่เคยละเมิดใครเลย เป็นการบังคับใช้กฎหมายที่ประกาศไว้แล้วทั้งสิ้น กฎหมายเขาไม่ยกเว้น ไม่ว่าจะเด็ก ผู้หญิง คนแก่ คนชรา กฎหมายเขาเขียนสำหรับมนุษย์ทุกคน เพียงแต่ว่ามากน้อยเกณฑ์การลงโทษมันก็ต่างกันออกไป อย่าฝืนกฎหมาย มันให้อภัยกันไม่ได้ บางคนปล่อยตัวไปแล้วยังไม่สำนึก ทำตัวเหมือนเดิมเหมือนกับประเทศนี้ไม่มีขื่อมีแป สังคมเขารังเกียจ เบื่อหน่าย คนเดิมๆ พูดอยู่ได้ ทำเสียหายไม่รู้กี่ปีมาแล้ว สังคมดูเอาแล้วกันจะฟังคนอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ หรือจะฟังตน หรือจะไม่ฟังตนก็แล้วแต่ท่านเถอะ ตนก็ต้องทำอยู่ดี คนที่ไม่เข้าใจก็อย่าด่าตนมากนัก บางครั้งความอดทนก็จำกัดนะ กฎหมายมันก็มีอยู่ ถ้าเราร่วมมือไปกับรัฐบาลหารือกันด้วยความเข้าใจ สงสัยก็ถาม พูดภาษาเดียวกัน ไม่ใช่พออ้าปากพูดก็ค้านกันแล้ว อย่าคิดอยู่ที่เดิมถ้าเราทำแบบเดิมๆ ก็จะขายใครไม่ได้อีก อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกา ฟังตนแล้วจะรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดในวันที่ตนอยู่ เกิดวันหน้า รัฐบาลเอาไปใช้ประโยชน์ทั้งสิ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเรียนก็สำคัญ ไม่ใช่เรียนจบประถมยังอ่านหนังสือไม่ออก อย่างนี้ใช้ไม่ได้ ต้องสร้างคนที่มีคุณภาพและก็มีคุณธรรมด้วย และต้องสอนหลักประชาธิปไตยพื้นฐานที่ถูกต้องในห้องเรียนด้วย สอนทำงานเป็นทีม ให้เกียรติฟังความเห็นต่างแล้วหาข้อสรุป ไม่ใช่สอนให้ทะเลาะ ปลุกปั่นนิดหน่อยก็ไปหมด สิทธิมนุษยชน สิทธิส่วนบุคคล อย่าสร้างแนวคิดที่เป็น “ปฏิปักษ์” ต่อกัน ถ้าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ปิดใจ ปิดหู ปิดตา ไม่เคารพความเห็นคนอื่นไม่ได้หรอก วันนี้หาว่า ตนปิดหูปิดตา ตนเปิดทุกตา เปิดจนตากว้างจะแย่อยู่แล้ว หูก็ใหญ่ขึ้น ปากก็กว้างขึ้น เพราะทั้งพูด ทั้งฟัง ทั้งคิด หัวโตขึ้นเยอะแล้วเนี่ย อย่างนั้นไม่รู้ทุกข์สุขประชาชน แต่ไม่ฟัง รับที่พูดจาเสียหายหรือไปฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องมองความสงบสันติส่วนรวมให้ได้ ไม่ชิดซ้ายชิดขวาจนสุดโต่ง ทุกอย่างต้องไปพร้อมกัน ทุกพื้นที่ต้องแข็งแรง ที่ไม่ได้ทำตามคะแนนเสียงของใคร ตนไม่ทำแบบนั้น ตนมีเรื่องสำคัญที่จะทำความเข้าใจอีกครั้ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อย่ากลัวว่ารัฐบาล คสช. สนช. หรือที่เกี่ยวข้อง 5 สาย จะไปเช็กบิลอะไรกับใคร พรรคไหน นักการเมืองใคร ไม่ใช่ ตนไม่ต้องการไปสลายใคร สืบทอดอำนาจจากใครทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของการนำสิ่งที่เป็นปัญหาที่ยังคงค้างคาอยู่ และไม่ได้ทำเข้ามาสู่การพิจารณาในกระบวนการยุติธรรมเขา ทุกฝ่ายมีโอกาสชี้แจ้งอย่าบิดเบือนหลักฐาน หามาที่มันเป็นจริง อย่าเอาหลักฐานปลอมหรือที่คนพูดเข้าข้างตัวเองมา เพราะหลักฐานมันฟ้องอยู่แล้ว ไม่เคยไปเติมอะไรให้สักอย่าง ล้วนแต่เป็นของเดิมที่ทำไว้ทั้งนั้น ทุกเรื่องที่สงสัย มักจะเอามาวิพากษ์วิจารณ์กันโดยไม่มีข้อยุติ ก็ร้อนอยู่อย่างนี้แล้ว จะมาให้ตนปรองดอง จะให้ตนไปปรองดองกับใคร ในเมื่อยังไม่ปรองดองกันเองเลย กฎหมายก็ไม่ยอมรับแล้วมันจะไปยังไง ให้โอกาสเขาเสมอ ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาตามข้อเท็จจริง ตามกระบวนการ ไม่มีการแทรกแซง มีแต่สนับสนุนให้เกิดความอิสระและโปร่งใสทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะ อัยการ ศาล ตำรวจ มีวิจารณญาณที่เพียงพอกันอยู่แล้ว ต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ได้ ไม่ 2 มาตรฐาน ไม่อะไรก็แล้วแต่ หลักฐานพยานอะไรก็ว่าไปตามนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า กรณีรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง ฟัง คิด ใช้สติปัญญา อย่าไปฟังตามการชี้นำของใคร เชื่อตัวเองก่อน ฟังให้เข้าใจ อ่านให้รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องให้ไปถามคนที่เขารู้เรื่อง อย่าไปถามคนที่ไม่รู้เรื่อง มันจะทำให้ไม่รู้เรื่องไปมากกว่าเดิม กลายเป็น 2 คน ไม่รู้เรื่องไปทั้งคู่ เพราะฉะนั้นมันฝืนธรรมชาติ ฝืนความจริงไปได้ เขาคงไม่ทำอะไรอย่างที่ทุกคนเป็นห่วงกังวลหรอก คำถามพ่วงก็คือคำถามพ่วง รัฐธรรมนูญคือรัฐธรรมนูญ อันนี้มันจะเดินหน้าไปอย่างไร เดี๋ยว กรธ.เขาไปทำเอง อย่าไปยุ่งเขามากนักเลย ไม่ว่าจะการเสนอชื่อจากไหน เสนอชื่อจากใคร ไปฟังเขาสรุปมาก่อน ต่อต้านกันตอนแรกมันต่อต้านเพราะอะไร กลัวอะไรกันหรอ หรือตัวเองไม่พร้อม หรือตัวเองกลัวจะไม่ได้เข้ามา

"ผมไม่รู้นะ ถ้าท่านดีจริงท่านเข้ามาได้หมด เสนอชื่อเข้ามาคนเขาก็ต้องเลือก ส.ว.เขาจะไปค้านกันหรอคนดี ท่านก็มองเอาแต่ 2 ฝ่ายเสมอ ผมไม่เคยมองแบบนั้นเลย ให้โอกาสทุกพรรค ทุกนักการเมือง เว้นผู้ที่ติดข้อกฎหมายเท่านั้นเอง ท้ายที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญเขาก็ทำหน้าที่ของเขา กรธ.ออกมาเสร็จแล้ว ประเด็นคำถามพ่วง รัฐธรรมนูญ ทั้งหมดมันก็จบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านไม่เชื่อใครสักคนเลยแล้วมันจะอยู่กันอย่างไร แล้วเกิดถ้าทำไปแล้วมันเกิดปัญหาอีก เขาก็เตรียมทางเลือกไว้แล้ว แก้ไว้แล้ว ท่านก็ฟังบ้างซิ หรือท่านจะให้มันติดอยู่ที่อันที่ 1 หรืออันแรกอย่างนี้ จะขั้นตอน 1 หรือ 2 ก็ตามแก้กันเองให้ได้ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ผมก็ไม่อยากที่จะพูดอะไรมากนัก ถามทุกวันไม่รู้จะถามกันทำไม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ วอนหยุดต่อต้าน เลิกเอาชาติไปประจาน ปัดแทรกแซงเช็กบิลใคร โดยไม่สนกระบวนการยุติธรรม ยันโปร่งใส ชี้กฎหมายไม่มีละเว้นใคร เตือน สำนึก พวกถูกปล่อยตัวยังด่าไม่เลิก ระวังหมดความอดทน บอกพรรคการเมืองอย่ากลัว ส.ว.ค้านปมนายกฯ 26 ส.ค. 2559 18:34 ไทยรัฐ