วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘อุเทน’ ตะเพิด! พวกกระสัน ส.ว.ลากตั้ง จี้ลาออก เพื่อความสง่างาม

"อุเทน" ชม "มีชัย" ไม่มั่วตามกระแส สนช.สายเชลียร์ แก้ร่าง รธน.ปิดทาง ส.ว.ชงชื่อนายกฯ หวังเป็นบรรทัดฐานการใช้ ก.ม. แนะ บิ๊ก คสช. อยากลุ้นเป็นนายกฯ เอาชื่อไปใส่โผของพรรคการเมืองได้ ค้านเพิ่ม สนช.เป็น 250 คน ชี้ที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยทำงานอยู่แล้ว อยู่ไปก็เปลืองงบ-เปลืองภาษี

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 59 นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีมตินำคำถามพ่วงที่ผ่านการลงประชามติ มาแก้ไขเพิ่มเติมในร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ แต่ไม่มีสิทธิที่จะเสนอชื่อ ว่า แม้จะไม่เห็นด้วยที่ ส.ว.จากการแต่งตั้งจะมาร่วมลงมติเลือกนายกฯ แต่ต้องขอชื่นชมในความกล้าหาญ และความมั่นคงในหลักการของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. และกรรมการ กรธ. ที่ไม่คล้อยไปตามกระแสกดดันของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสมาชิกบางส่วนของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่พยายามสร้างความสับสน โดยการตีความอย่างกว้างว่า คำถามพ่วงที่ผ่านประชามติ ระบุให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นนายกฯ ได้ในช่วง 5 ปีแรก หลังการเลือกตั้ง ทั้งที่คำว่าร่วมพิจารณาในคำถามพ่วงนั้น ควรครอบคลุมแค่การร่วมลงมติเท่านั้น

ทั้งนี้หากสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเลือกนายกฯ ได้ เชื่อว่าถ้า กรธ.ไหวหวั่นไปตามแรงกดดัน จะส่งผลเสียจนเกิดวิกฤติศรัทธาที่มีต่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยเฉพาะนายกฯ เนื่องจากจะถูกมองว่ามีการตีความเข้าข้าง และเพื่อผลประโยชน์ของ คสช. ทั้งนี้หากผู้มีอำนาจ หรือคนใน คสช.ต้องการร่วมกระบวนการเสนอตัวเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง ก็สามารถให้พรรคการเมืองนำชื่อไปใส่ได้ ตามกติกาที่ร่างมา

"การที่มีการตีความตามลายลักษณ์อักษร ตามเจตนารมณ์ที่กำหนดในคำถามพ่วงอย่างตรงไปตรงมา จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการเสนอหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องของ กรธ. และจะเป็นบรรทัดฐานในการบังคับใช้กฎหมายปกครองบ้านเมืองในอนาคต ที่ต้องมีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นไปตามครรลอง อย่าให้มีการตีความจนทำให้ดูเหมือนมีการเข้าข้าง หรือสองมาตรฐานอีก" นายอุเทน กล่าว

นายอุเทน ยังกล่าวถึงกรณีที่ คสช.กำลังจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิก สนช. จาก 220 คน เป็น 250 คน โดยให้เหตุผลว่า ต้องการเพิ่มบุคลากรเพื่อมาช่วยเร่งพิจารณาร่างกฎหมายที่ค้างอยู่เป็นจำนวนมากว่า ต้องถามว่า สนช.ที่มีอยู่ได้ทำหน้าที่อย่างดี และเต็มที่แล้วหรือไม่ หลายคนที่เป็นข้าราชการประจำก็ไม่สามารถทำงานในฐานะ สนช.ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย อีกทั้ง ยังได้รับข้อมูลมาว่า มี สนช.จำนวนมากไม่ได้เข้าร่วมประชุม ทั้งในส่วนของที่ประชุมใหญ่ และโดยเฉพาะการประชุมในกรรมาธิการชุดต่างๆ ซึ่งหลายคนมาลงชื่อแต่ก็ไม่เข้าประชุม พฤติกรรมนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากนักการเมืองที่มีมาในอดีต อีกทั้ง ยังมี สนช.บางส่วนที่จ้องแต่จะเอาอกเอาใจผู้มีอำนาจ ด้วยการตีความคำถามพ่วงจนเกิดความสับสน โดยพยามอุปโลกน์ อ้างเสียงประชามติของประชาชน โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ก็เพียงเพื่อต้องการเอาใจผู้มีอำนาจนั่นเอง ดังนั้นการเพิ่มจำนวน สนช.จึงไม่ได้ตอบโจทย์ที่ คสช.ต้องการ แต่ควรที่จะกวดขันการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ใครไม่พร้อมก็ควรลาออกไป เพื่อให้ คสช.พิจารณาคนใหม่มาทำหน้าที่แทน เพราะการเพิ่มจำนวนสมาชิกของ สนช.ก็หมายถึงการที่ประเทศจะต้องสูญเสียงบประมาณในส่วนของค่าตอบแทนต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วย อีกทั้ง ยังจะถูกมองว่าเพิ่มจำนวน สนช.เพื่อรองรับข้าราชการที่กำลังจะเกษียณ รวมทั้ง สนช.บางคนที่เตรียมลาออกไปเป็น ส.ว.แต่งตั้งในอนาคตด้วย

"ดังนั้น สนช. หรือ สปท.คนใดที่คิดว่าทำงานไม่ได้ ควรพิจารณาตัวเอง รวมทั้งพวกที่หวังจะเล่นการเมือง จะลงเลือกตั้ง หรืออยากเป็น ส.ว.แต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ควรลาออกก่อนที่รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ เพื่อความสง่างาม และจะเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไปในทางการเมือง” นายอุเทน ระบุ

"อุเทน" ชม "มีชัย" ไม่มั่วตามกระแส สนช.สายเชลียร์ แก้ร่าง รธน.ปิดทาง ส.ว.ชงชื่อนายกฯ หวังเป็นบรรทัดฐานการใช้ ก.ม. แนะ บิ๊ก คสช. อยากลุ้นเป็นนายกฯ เอาชื่อไปใส่โผของพรรคการเมืองได้ ค้านเพิ่ม สนช.เป็น 250 คน 26 ส.ค. 2559 15:56 ไทยรัฐ