วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากมิวนิกถึงภูเก็ต ทดสอบทางไกลใน BMW 730Ld M-SPORT

การทำงานหนักเพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จท่ามกลางการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายในวงการธุรกิจคือสิ่งที่ผู้บริหารต้องพบเจอ เมื่อมีเงินเยอะการเลือกพาหนะของผู้บริหารระดับสูงก็ต้องเยอะตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น Mercedes Benz S-Class หรือ BMW Series-7 ต่างก็เป็นรถซาลูนหรูที่ถูกเลือกโดยคนรวยทั่วโลก คุณสามารถเห็นรถหรูเหล่านี้ได้ตามถนนหนทางที่เป็นย่านธุรกิจสำคัญทั่วโลก คุณจะเห็นรถเหล่านี้ถูกใช้เป็นรถลีมูซีนในโรงแรมหรูระดับ 7 ดาว รวมถึงการเป็นยานพาหนะของผู้นำระดับสูงและนักการทูต กฎเหล็กของยานยนต์ลีมูซีนนอกจากเป็นกล่องเก็บเงินและออฟฟิศเคลื่อนที่ได้แล้ว จะต้องให้ความหรูหรามีระดับที่อยู่ในเกณฑ์ยันเพดาน ต้องมีความโดดเด่นมากกว่ารถทั่วไปทั้งเรือนร่าง รูปลักษณ์ กำลังและเทคโนโลยี ตลอดจนระบบความปลอดภัยชนิดจัดเต็ม เป็นรถที่เกือบจะขับได้ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้วจากการแข่งขันของยักษ์แห่งโลกยนตรกรรม แบรนด์ตราใบพัด BMW Group ได้ให้กำเนิดยานยนต์ที่มีความครบเครื่องมากที่สุดสำหรับการขับหรือนั่งโดยสาร เป็นที่มาของเงินจำนวนไม่น้อยที่ต้องจ่ายไป แลกกลับด้วยวัตถุสิ่งของจักรกลยานยนต์ที่แสดงออกถึงความสำเร็จของเจ้าของได้ดีที่สุด


เวอร์ชั่นที่ 6 ของ Series-7 รุ่นประกอบและจำหน่ายในประเทศไทยเป็นรถรุ่นตัวถังช่วงยาวรหัส G12 สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ BMW New Series-7 730Ld M-Sport มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ที่เพียบพร้อมและล้ำสมัยมากขึ้นกว่าเดิม เป็นการก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่พร้อมกับการเฉลิมฉลองครบวาระ 100 ปี ของแบรนด์ นวัตกรรมเสริมความแกร่งกับการลดทอนน้ำหนักเมื่อตัวถังของรถรุ่นเรือธงมีการนำเอาวัสดุน้ำหนักเบาพวกคาร์บอนคอมโพสิตและอะลูมินั่มอัลลอยมาปรับใช้เสริมแรงร่วมกับโลหะเหล็กกล้าเพื่อการลดน้ำหนัก รถรุ่นตัวถังช่วงยาว หรือ Long Wheel Base ยืดความยาวของตัวรถออกไปอีก 140 มิลลิเมตร เพื่อขยายพื้นที่วางเท้าของผู้โดยสารตอนหลังซึ่งหมายถึงเจ้าของรถให้มีพื้นที่มากพอที่จะใช้นอนเล่นได้ การจัดวางอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในตำแหน่งเบาะหลังเน้นไปที่ความหรูชนิดสุดขั้ว ดูๆ ไปแล้ว งานตกแต่งภายในของ New Series-7 730Ld M-Sport มีความทันสมัยและใช้โทนสีที่นุ่มละมุนเหมือนเดิมเพื่อยกระดับความน่านั่งน่าใช้งาน เบาะหลังยังปรับได้ด้วยไฟฟ้าเพื่อมอบท่านั่งที่ผ่อนคลายให้กับคนที่เสียเงินเกือบ 7 ล้านบาทสำหรับการครอบครองเรือธงเวอร์ชั่นล่าสุดจากแบรนด์ใบพัดสีฟ้า-ขาว

งานดีไซน์เปลือกตัวถังที่ต้องงดงามลงตัวสมส่วนไม่อ้วนใหญ่เหมือน 7 Series รุ่นที่เคยโดนต่อว่าอีกต่อไป BMW New Series-7 2016 เจนเนอเรชั่นที่ 6 นำเอาเรือนร่างที่ประสบความสำเร็จของ New Series-3 F30 มาปรับยืดสัดส่วนเพิ่มเติมบางจุดบางตำแหน่งให้มีมุมมองที่เหมาะสมกับคำว่าอภิมหาลีมูซีนหรู โฉมใหม่ของ New Series-7 จึงไม่มีเค้าโครงของรุ่นเก่าหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย มิติตัวถัง ยาว 5,238 mm กว้าง 1,902 mm สูง 1,479 mm ความยาวฐานล้อหน้า-หลัง 3,070 mm ความกว้างฐานล้อหน้า 1,902 mm หลัง 1,467 mm ไฟหน้าเรียวยาว กระจังหน้าที่มีขนาดใหญ่ตามสไตล์ของ 7-Series ระบบส่องสว่างแบบ Adaptive LED ทำงานร่วมกับระบบนำทางด้วยดาวเทียมพร้อมการฉายไฟไปที่ถนนในบางมุมที่มืดบอดต่อการมองเห็น พร้อมๆ ไปกับการลดลำแสงเมื่อมีรถแล่นสวนทางมา เทคโลโลยีใหม่ของระบบส่องสว่างใน New 7 Series ทำให้คนขับสามารถมองเห็นได้ไกลขึ้นและไม่ไปแยงตารถที่แล่นสวนมาด้วยเซนเซอร์ตรวจจับที่จะทำการลดความแรงกับมุมของไฟหน้าทันที หลังจากผ่านไปแล้วไฟ Adaptive LED จะกลับมาส่องในตำแหน่งเดิม พื้นผิวของตัวถังถูกขัดเกลาจนไม่หลงเหลือความเทอะทะอีกต่อไป แม้ตัวจะใหญ่โต แต่จากงานออกแบบที่เข้มข้นทำให้ New 7 Series มีความปราดเปรียวสมส่วนไล่เรียงตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงส่วนท้ายที่สวยงามจนคนขับ S-Class ต้องหันกลับมามองอีกครั้ง กระจังหน้ารูปไตคู่ยังเปิดและปิดตัวเองได้แบบอัตโนมัติเพื่อค่าแอร์โรไดนามิกที่ถูกต้อง ทำให้ระบบอากาศพลศาสตร์ใน 7-Series มีความก้าวล้ำสุดๆ

ไฟท้ายมีส่วนผสมของไฟท้ายจาก 3 Series และ 6 Series เพียงแต่ทำออกมาให้มีขนาดของกรอบไฟท้ายสอดคล้องกับฝาท้ายและสัดส่วนบั้นท้ายแบบใหม่ที่ปราศจากความเทอะทะด้วยบั้นท้ายที่สมส่วน ท่อระบายไอเสียทรงเหลี่ยมฝังตัวเองอยู่ที่ชายล่างของสปอยเลอร์หลังเชื่อมต่อด้วยชิ้นงานโลหะผิวมันเดินเส้นอย่างงดงาม และทำให้ดูมีราคาแพงขึ้นมาทันที แนวเส้นด้านข้างตัวรถมีเส้นนำสายตาลากจากกรอบไฟหน้าไปจนเกือบจะถึงกรอบไฟท้าย ล้ออัลลอยแบบซี่ถี่ๆ คล้ายกังหันเทอร์ไบน์ สวยแต่ล้างยากซึ่งไม่ใช่ประเด็นเพราะคนนั่งไม่ได้ล้างเองอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่ามันใช้โครงสร้างหลักจากวัสดุน้ำหนักเบาพวกคาร์บอนไฟเบอร์กับโลหะเบาอัลลอย ทำให้น้ำหนักหายไปถึง 130 กิโลกรัม และส่งผลดีไปถึงสมรรถนะในด้านอัตราเร่งอีกด้วย

สำหรับระบบควบคุมการทรงตัวที่คอยช่วยเหลือขณะขับเร็วๆ ได้แก่ Driving Stability Control ทำตัวเหมือนสมองส่วนกลางที่เชื่อมโยงกับระบบขับเคลื่อนและระบบความปลอดภัย เป็นแกนหลักในการแจกแจงสั่งงานให้ทุกองคาพยพทำงานอย่างราบรื่นราวกับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ฟังก์ชั่นออกตัวหรือวิ่งลงจากทางลาดชันที่เนียนราวกับพรมวิเศษของอะลาดิน รวมถึงระบบรีดน้ำออกจากจานเบรกที่ช่วยให้เบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อวิ่งฝ่าสายฝน ระบบควบคุมการทรงตัว เชื่อมต่อกับระบบป้องกันการลื่นไถล โหมดการขับขี่และระบบเบรกที่แบ่งแยกซอยย่อยออกไปอีกสี่ระบบช่วยเบรก กับช่วงล่างถุงลมทำให้การขับเจ้า New Series-7 มีความเสถียรสูงสุดแม้สภาพเส้นทางจะไม่เป็นใจก็ตาม

เครื่องยนต์ของ BMW New Series-7 ในตลาดรถใหม่ทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกามีให้เลือกครบทั้งดีเซล เบนซินและเบนซินบวกมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องทุกรุ่นอัดอากาศด้วยนวัตกรรม BMW TwinPower Turbo เป็นงานวิศวกรรมขั้นก้าวหน้าที่มีให้คุณทั้งแรงบิดและความประหยัดที่มาพร้อมๆ กันในเครื่องยนต์ตัวเดียว แถมยังมีขนาดที่เล็กลงและมีน้ำหนักท่ีเบาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นดีเซล เบนซิน หรือแม้แต่เบนซินไฮบริดลูกผสมมอเตอร์ไฟฟ้า จะถูกยัดด้วยระบบส่งกำลังแบบ 8 สปีด อันเฉียบคมของค่าย ZF เกียร์ที่มีประสิทธิภาพดีจน BMW นำมาปรับใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ไล่เรียงจาก 116i ไปจนถึง 750iL เครื่องยนต์ของ New Series-7 ประกอบไปด้วยรุ่นเบนซิน 2 รุ่นและรุ่นดีเซลอีก 1 รุ่น เครื่องทุกตัวผ่านมาตรฐานมลพิษระดับ EURO-6 ไล่เรียงตามลำดับจาก 740i / 740Le / 750i / 730d หากเป็นรุ่นตัวถังยาวจะลงท้ายด้วย Li หรือ Ld แล้วแต่เครื่องยนต์ที่ประจำการอยู่ภายใน สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะใช้คำว่า xDRIVE เหมือนบีเมอร์รุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน


เครื่องเบนซิน 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ใน BMW 740Li เป็นเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 สูบ 2,998 ซีซี มีกำลัง 330 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 450 นิวตันเมตร มาในย่าน 1,350-5,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมจะได้ลองอีกครั้งในช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้แล้วจะมาฟุ้งให้ฟังกันครับ

เครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 เทอร์โบคู่ ใน BMW 750i ปริมาตรความจุ 4,395 ซีซี กำลัง 450 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดจัดเต็มถึง 650 นิวตันเมตร ที่ 1,800-4,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เครื่องยนต์ดีเซลแบบแถวเรียง 6 สูบใน BMW 730Ld คันทดสอบวางเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบอัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมหัวฉีดแบบคอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น ปริมาตรความจุ 2,993 ซีซี กำลัง 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดมาเต็มเหนี่ยวถึง 620 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำแค่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจัดไปที่ 6.2 วินาที สาแก่ใจขาแรงไปตามๆ กัน ส่วนความเร็วสูงสุดเมื่อมีถนนที่โล่งพอล่อกันได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในยุโรป New Series-7 ออกขายเมื่อเดือนตุลาคม 2015 ด้วยรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 326 แรงม้า ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ใน 740i และ 740Li ถัดมาเป็นรุ่นที่มีกำลัง 450 แรงม้า กับเครื่องเบนซินไซส์โตขนาด 4.4 ลิตรแบบ V8 อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ใน 750i xDrive และ 750Li xDrive ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 6 กระบอกสูบเทอร์โบประกอบในโรงงานของ BMW ที่จังหวัดระยอง จะได้กำลัง 265 แรงม้า ด้วยสมรรถนะของเครื่องดีเซลแถวเรียง 6 สูบ 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ในรุ่น 730Ld คันทดสอบ

บ่ายวันพุธที่ 17 สิงหาคม ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุอบอ้าวของเมืองภูเก็ตยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เมื่อขบวนรถทดสอบ BMW New 7-Series วิ่งผ่านประกายเปลวแดดแผดกล้า จากความร้อนแรงของเรือนร่างยานยนต์ BMW ในรุ่นเรือธงที่อัดแน่นด้วยสารพัดเทคโนโลยีใหม่ควบรวมความสะดวกสบายล้นปริ่ม เป็นการมัดใจลูกค้ามหาเศรษฐีที่ชื่นชอบยานหรูตราใบพัดในรุ่น 7-Series ทั้งแนวทางในการผลิต งานตกแต่งภายนอกแนวสปอร์ตจากอุปกรณ์ของ M เอกลักษณ์ที่ไม่เคยจืดจางในความเป็นลีมูซีนหรูล้ำที่ต้องนำหน้าคู่แข่งอยู่เสมอ แชสซีใหม่มาพร้อมกับความเบาและแข็งแกร่งมีส่วนช่วยทำให้การควบคุมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เครื่องดีเซล 3.0 ลิตรเทอร์โบจอมพลังพร้อมห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาส ผมเพิ่งจะบินกลับจากมิวนิกหลังการทดสอบความสามารถของ 7-Series เวอร์ชั่น Plug in Hybrid ในรุ่น 740Le Plug in Hybrid กลับมานอนบ้านได้แค่ 3 คืนก็ต้องระเห็จลงมาที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อขับทดสอบ 7-Series รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งประกอบและขายในประเทศไทยด้วยราคาที่คนรวยส่วนใหญ่สามารถจับต้องได้

BMW 730Ld M-Sport คันทดสอบเป็นรถที่ขับแบบจัดหนักก็ได้ไปเบาๆ ก็ดี แรงฉุดลากจากเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเทอร์โบระห่ำมากถึง 620 นิวตันเมตร!! น้องๆ รถหัวลากกันเลยทีเดียว แรงบิดมหาศาลเกินขนาดและน้ำหนักไปไกลลิบทำให้เกิดความคล่องแคล่วว่องไวสุดติ่งและดูเหมือนว่ามันจะแรงกว่า 740Le xDRIVE Plug in Hybrid 326 แรงม้าที่มีแรงบิดแค่ 500 นิวตันเมตรด้วยซ้ำ ม้า 265 ตัวที่กลั่นออกมาจากเครื่องดีเซลสูบเรียงแบบ 6 กระบอกสูบพร้อมแรงบิด 620 นิวตันเมตรกับน้ำหนักของแชสซีใหม่ที่หายไปถึง 130 กิโลกรัมส่งผลให้เจ้า BMW 730Ld M-Sport กลายร่างเป็นสปอร์ตซาลูนสุดหรูโคตรแรงทันตาเห็น ทุกครั้งที่คุณต้องการเร่งความเร็วเพื่อแซงก็แค่กดคันเร่งให้ลึกกว่าปกติ แรงดึงหรือพลังงานจากเครื่องยนต์ที่ส่งถ่ายออกมานั้นล้นเกินความต้องการจนบางครั้งต้องแตะเบรกเพราะพุ่งมาเร็วมากจนเกินงาม

การพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความมั่นคงกลายเป็นของชอบสำหรับคนรวยที่เสพติดความเร็ว มันเกาะถนนได้ดีมากในโค้งที่ต่อเชื่อมกับจังหวัดพังงา ทรงตัวได้นิ่งแม้จะโดนกระแสลมพัดตัดขวางตัวถังก็ยังไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือนเป๋ปัดโผล่ออกมาให้สัมผัส ความมั่นคงที่เกิดขึ้นในแทบจะทุกสภาพการณ์เกิดจากระบบรองรับแบบ Air Suspension ที่ผ่านการควบคุมโดยพวงมาลัยไฟฟ้าหน้าตาแจ่มๆ ADAPTIVE mode ทำงานร่วมกับตัวปรับตั้งช่วงล่างแบบไฟฟ้าโดยวางเซนเซอร์นับสิบจุดเพื่อบันทึกและปรับพฤติกรรมของตัวรถให้เข้ากับลักษณะของการขับขี่ได้ราวกับการใช้เวทมนตร์ของพ่อมดเมอร์ลิน มันมอบทั้งความนุ่มนวลกระชับรัดกุมในแบบที่คุณจะไม่มีวันได้พบเห็นหรือสัมผัสในรถยี่ห้ออื่นที่มีราคาต่ำกว่า ระบบควบคุมการทรงตัวทำงานผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบสภาพถนนและปรับความแข็งของโช้คอัพให้เข้ากับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งขับคุณจะยิ่งหลงรักเจ้า 7 ตัวใหม่คันนี้อย่างหัวปักหัวปำ

อย่าให้ห้องโดยสารสุดหรูของ 730Ld M-Sport มาเบี่ยงเบนความสนใจไปจากการควบคุมเป็นอันขาด เบาะคนขับปรับไฟฟ้าได้ละเอียดราวกับช่างวัดตัวเจ้าประจำในร้านตัดสูทราคาแพง ท่านั่งอันแสนสบายในทุกตำแหน่งแต่หากจะให้นั่งขออยู่ในตำแหน่งเบาะหลังที่มีปุ่มสั่งงานสำหรับคนขี้เมื่อยแถมมาให้ เพื่อการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อระหว่างเดินทาง ไอเย็นจากระบบปรับอากาศรุ่นใหม่กระจายอย่างทั่วถึงไล่จากเสากลางไปจนถึงกึ่งกลางอุโมงค์เกียร์บริเวณส่วนหลัง แม้จะเป็นรถลีมูซีนที่นั่งสบายแต่ก็ขับสนุกอย่างเหลือร้าย ออปชั่นแบบจัดเต็มสูบไล่เรียงจากจอภาพและระบบนำทางแบบใหม่ที่คมชัดละเอียดลออพร้อมงานตกแต่งภายในที่คนชั้นกลางได้แต่ฝันถึง

จอภาพ TFT Thin film transistor เปลี่ยนรูปแบบไปตามโหมดขับเคลื่อนยิ่งทำให้คุณจ้องมันบ่อยมากขึ้น งานตัดเย็บที่ประณีตบรรจงแม้กระทั่งการเดินตะเข็บด้ายที่เน้นความแม่นยำพร้อมโทนสีที่โดนใจ ลายไม้สีเข้มที่ตัดกับชิ้นงานอัลลอยสีเงินยวง ห้องโดยสารของ BMW 7-Series จะทำให้คุณนึกถึงการนั่งไปบนซุปเปอร์ยอชต์ท่ามกลางทะเลที่เงียบสงบ ที่เจ๋งมากและเป็นของเล่นใหม่ถูกใส่เข้ามาให้ฮือฮาก็คือ AmbientLight และหลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama หลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama ใช้หลอดไฟ LED บริเวณด้านข้างส่องให้แผ่นกระจกเปล่งประกายระยิบระยับราวกับคุณกำลังจ้องมองทางช้างเผือกในคืนเดือนมืดที่ปราศจากเมฆหมอก Sky Lounge Panorama ปรุงแต่งแผ่นหลังคากระจกราวกับเป็นท้องฟ้าในคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว เล่นเอาผมถึงกับสะอึกน้ำลายกระเซ็นด้วยความอยากได้

อาการโคลงตัวหรือหน้าทิ่มเมื่อผมกดเบรกหนักๆ แทบจะไม่ปรากฏออกมาให้พบเจอ แชสซี BMW EfficientLightweight จัดเต็มด้วยวัสดุสามประเภท เช่น เหล็กกล้าในจุดที่ต้องรับแรงและกระจายแรง อะลูมินั่มอัลลอยโลหะที่ขาดไม่ได้สำหรับรถสมรรถนะสูงผสานคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับตัวถัง โช้คอัพ สปริงพร้อมระบบถุงลมปรับความหนืดด้วยค่าและมุมที่มีความเหมาะสม อาการเฉื่อยชาแบบรถที่มีน้ำหนักตัวเยอะหายไปช่วยทำให้มันเกาะถนนได้ดีเอามากๆ แม้จะมีน้ำหนักมากถึง 1,870 กิโลกรัม และมีแรงเฉื่อยมากกว่ารถเล็กแต่คุณสามารถซิ่งหมอนี่ได้อย่างมั่นใจ ถนนบนภูเขาที่สวยงามในเขตจังหวัดพังงาเต็มไปด้วยโค้งหลากรูปแบบเชื่อมต่อระหว่างภูเก็ตกับพังงาเป็นสถานที่ที่มีความท้าทายสำหรับการขับเจ้าลีมูซีนหรูเพื่อการทดสอบ ผมมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่ใช้สำหรับการจอดพักดื่มน้ำ บางช่วงบางตอนเป็นถนนแบบสองเลนสวนกันที่ค่อนข้างอันตรายแต่ไม่ใช่ปัญหาของเจ้าเรือธงลำนี้ ทุกครั้งที่ผมหมุนพวงมาลัยไปตามโค้งเหล่านี้เจ้า 730Ld M-Sport ก็แสดงความสามารถออกมาให้เห็นในแบบไร้ที่ติติง การยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมผสานกับแรงบิด 620 นิวตันเมตรที่ถูกรัดตรึงเอาไว้กับระบบรองรับที่มีความเหนือชั้นและพวงมาลัยไฟฟ้าแบบแปรผันน้ำหนักทำให้คุณควบคุมมันได้ง่ายดายราวกับกำลังขับรถคันเล็กทั้งๆ ที่เจ้าเรือธงคันนี้มีความยาวถึง 5 เมตร และกว้างเกือบ 2 เมตร!!

ความคิดเรื่องแรงสั่นสะเทือนกับเสียงการทำงานที่ดังของเครื่องยนต์ดีเซลเริ่มจางหายไปเมื่อลูกค้าคนไทยได้ลองสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่จากเครื่องยนต์ดีเซลตัวล่าสุดของค่ายตราใบพัด หลังจากที่ได้ลองทั้งรุ่นปลั๊กอินไฮบริดและรุ่นดีเซล รวมถึงการนั่งโดยสารที่เบาะหลังของรุ่นเบนซินที่มิวนิก เครื่องดีเซล 3 ลิตร 6 สูบเทอร์โบที่ขายในไทยนับว่าเป็นรุ่นที่มีความสปอร์ตมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเดินเบา การดับและติดตัวเองด้วยความเนียนเมื่อมันทำงานผ่านโหมด Auto Start-Stop เสียงคำรามราวกับเครื่องเบนซินเมื่อถูกลากรอบ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดจาก ZF ส่งถ่ายความไหลลื่นได้เหมือนเดิม แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift ทำให้การขับบนทางที่อุดมไปด้วยโค้งแบบนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน

การตอบสนองของเกียร์ขับหลังลูกโตมีประสิทธิภาพที่ดีเอามากๆ ทำให้ BMW ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนคิดค้นเกียร์ใหม่ไปอีกนาน 730Ld M-Sport มุ่งไปที่ความนุ่มนวลและการตอบโต้สื่อสารกับคนขับผ่านพวงมาลัยแบบ Servotronic สิ่งที่ต้องรับภารกรรมหนักๆ ก็คือล้อและยาง 730Ld M-Sport รุ่นประกอบในประเทศยัดล้ออัลลอยลาย M ขนาด 20 นิ้ว แบบ Double-spoke โดยใช้ยางล้อหน้าไซส์ 245/40 R20 ส่วนล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนว่ากันถึง 275/35 R20 เป็นยาง Runflat ที่เมื่อแตกหรือลมรั่วออกมาจนหมดก็ยังประคองวิ่งในย่านความเร็วต่ำไม่เกิน 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อเอาตัวรอดออกไปจากที่เปลี่ยวๆ แทนที่จะจอดนิ่งๆ รอรถยกหรือรอให้โจรเข้ามาปล้นจี้

ประสิทธิภาพของการกระจายน้ำหนักยังส่งผลไปถึงการเบรกอีกด้วย เจ้านายที่นั่งอยู่ข้างหลังจะรู้สึกสบายตัวแม้คนขับจะใช้เบรกหนักๆ เพื่อหลีกการชนเข้ากับจักรยานยนต์หรืออะไรก็ตามที่ขับแบบขาดความระวัง จานเบรกขนาดมหึมาพร้อมคาร์ลิปเปอร์เบรกยุคใหม่จาก BMW เข้ามาจัดการกับแรงม้าได้ดีโดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนไปใช้จานคาร์บอนเซรามิก เบรกสามารถลดความเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีอาการเฟดโผล่มาให้สัมผัส น้ำหนักที่น้อยกว่าคู่แข่งทำให้ BMW 730Ld M-Sport G12 รุ่นตัวถังช่วงยาวเบรกได้อย่างมั่นคง เช่นเดียวกับพวงมาลัย Servotronic ที่เบาในย่านความเร็วต่ำและหนักขึ้นมาอีกนิดเมื่อเข็มวัดรอบเริ่มตวัดไปยังรอบสูงสุด ความสมดุลในการรักษาทิศทางยอดเยี่ยมกระเทียมดอง แม้จะเจอเข้ากับผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอก็ไม่สามารถทำให้เจ้า 7 เสียอาการ มันเป็นรถที่เข้าโค้งได้เร็วแต่ถ้าเจอเข้ากับโค้งแคบๆ ก็แค่ใช้เบรกให้ลึกมากพอก่อนที่จะหมุนพวงมาลัยไปตามโค้ง เป็นรถลีมูซีนแบบสองอารมณ์จะขับช้าก็ได้ขับเร็วก็ดีไปหมดมีแค่ราคาเท่านั้นที่ทำให้คิดหนัก


ความรู้สึกแบบพรมวิเศษพร้อมแสงสีที่ประดับประดาอยู่ทั่วทั้งห้องโดยสารเกิดขึ้นในช่วงค่ำก่อนการขับกลับเข้าไปสู่โรงแรมที่พัก ไฟ AmbientLight พร้อมกับลูกเล่นปรับเฉดสีได้ถึง 6 แบบ แพรวพราวปรากฏออกมาทันทีที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า คุณสามารถปรับสีของแสงไฟจากหลอด LED ในระบบไฟ AmbientLight คล้ายกับภายในของ Mercedes Benz S-Class เป็นของเล่นที่สร้างความพึงพอใจได้ไม่ต่างจากการขับที่ดีของมัน ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้านหรือเป็นแค่คนขับรถที่คอยรับส่งเจ้านายให้ถึงจุดหมายปลายทางด้วยความปลอดภัย BMW 730Ld M-Sport G12 มีให้ทุกอย่างและมากเกินความต้องการด้วยซ้ำ

วิถีทางที่ต้องแข่งขันกับรถอย่าง S-Class ทำให้ 730Ld M-Sport G12 ต้องควงหมัดเด็ดออกมาต่อกรกับรถจากแบรนด์ตราดาวชนิดจัดเต็ม เป็นการยืนแลกหมัดแบบใครดีใครอยู่รู้ดำรู้แดงกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว ความสดใหม่และการคลอดตามหลัง S-Class ทำให้ 730Ld M-Sport G12 มีจุดแข็งมากพอสำหรับการเอาชนะ ข้อสรุปของเรือธงคันนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจสถานเดียวไม่เกี่ยวกับราคาแต่อย่างใดทั้งสิ้น BMW 730Ld M-Sport G12 เป็นยานลีมูซีนที่ไฮเทคล้ำอนาคตไปไกล มีความสะดวกสบายพร้อมความหรูที่ไม่เป็นสองรองใครทั้งสิ้น ขับมันมากๆ จากกำลังที่ทำให้มันพุ่งลิ่วๆ ราวกับรถสปอร์ต มันเหมาะกับคนเงินเหลือเยอะ (มาก) โดยซื้อไว้เพื่อขับไปพักผ่อนที่บ้านริมทะเลหรือขับไปทำงานท่ามกลางความรีบเร่งของวงการธุรกิจในปัจจุบันที่ผู้คนส่วนใหญ่ตัดสินสถานะของคุณด้วยพาหนะประจำตัว ถามว่าทำไมต้องเป็น BMW ก็บอกได้เลยว่า ถ้าคุณอยากได้รถที่พร้อมจะเปล่งประกายรัศมีของความรวยออกมาให้คนอื่นเห็น 730Ld M-Sport G12 คือคำตอบที่ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ครับ.

ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก BMW Group Thailand
BMW Group Thailand เสริมทางเลือกรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศแนะนำรถผู้บริหารระดับสูง BMW 730Ld M-Sport ใหม่ และ บีขยายสายผลิตภัณฑ์รถยนต์รุ่นประกอบในประเทศจากโรงงาน BMW Group Manufacturing Thailand ในจังหวัดระยองเดินหน้าจำหน่าย BMW 730Ld M-Sport รุ่นประกอบในประเทศเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบยานยนต์ระดับพรีเมียมพร้อมด้วยบริการคุณภาพระดับโลกให้กับลูกค้าในประเทศไทย “สถานะผู้นำของ BMW ในตลาดรถยนต์พรีเมียมถือเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จของแนวคิดที่มุ่งเน้นการพัฒนาสู่อนาคตของเราเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดให้กับลูกค้า” มร. แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน BMW Group Thailand กล่าว “การขยายสายการผลิตในประเทศให้ครอบคลุม BMW 730Ld M-Sport จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอรถยนต์ทั้งสองรุ่นให้กับลูกค้าในประเทศไทยในราคาที่แข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้นและยังเป็นการต่อยอดความสำเร็จในด้านสายการผลิตของ BMW ซึ่งได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 16 ของการประกอบรถยนต์ในประเทศไทย”

BMW 730Ld M-Sport G12
รถยนต์รุ่นแฟลกชิปที่มาพร้อมสมรรถนะล้ำหน้าและรูปลักษณ์สง่างาม
BMW 730Ld M-Sport ใหม่ มาพร้อมกับระบบ Air Flap Control ซึ่งจะทำงานเมื่อตัวรถต้องการระบายความร้อน โดยนอกจากจะพัฒนาสมรรถนะด้านแอโรไดนามิกส์ให้กับรถแล้วยังเพิ่มความสะดุดตาให้กับส่วนหน้าของรถด้วยจำนวนซี่ของไตคู่บีเอ็มดับเบิลยูที่เพิ่มขึ้นส่วนไฟหน้ายังได้รับการออกแบบขยายไปจนถึงขอบไตในขณะที่ไฟทรงกลมคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ถูกจัดวางอย่างพอดีช่วยทั้งการใช้งานและดึงดูดสายตา

BMW EfficientLightweight: โครงสร้างแบบ Carbon Core ลดน้ำหนัก 130 กิโลกรัม เทคโนโลยี BMW EfficientLightweight ช่วยลดน้ำหนักรวมของ 730Ld M-Sport G12 ได้สูงสุดถึง 130 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าด้วยโครงสร้างตัวถังที่ผลิตด้วย Carbon Core ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ใน BMW i8 ทำให้ BMW 730Ld M-Sport เป็นรถยนต์รุ่นแรกในเซ็กเมนต์นี้ที่ใช้โครงสร้างผลิตจากพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) ผสมผสานกับโครงสร้างเหล็กและอะลูมิเนียมช่วยเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงของห้องโดยสาร ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดน้ำหนักของตัวรถได้อย่างมาก

มาตรฐานของสมรรถนะและความสะดวกสบาย
เทคโนโลยีช่วงล่างในรุ่นมาตรฐานช่วยยกระดับสมรรถนะและคุณภาพในการขับขี่ของ BMW 730Ld M-Sport ใหม่ ในขณะเดียวกันความสมดุลทั้งสองประการของสุนทรียภาพในการขับขี่ได้ยกระดับให้รถยนต์รุ่นนี้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดในเซ็กเมนต์รถยนต์หรู โดยในรุ่นมาตรฐานได้รวมช่วงล่างแบบถุงลมสำหรับเพลาขับทั้งหน้าและหลังและระบบควบคุมความนุ่มนวลของโช้กอัพเอาไว้ด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดนี้มอบอิสระแห่งการขับขี่ให้แก่ผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นโดยสามารถเลือกใช้งานโหมดที่เหมาะสมที่สุด การใช้งานใน Sport Mode หรือ Eco Pro Mode เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่หรือเลือกใช้ ADAPTIVE mode ซึ่งสามารถเรียกใช้งานได้ผ่านสวิตช์ควบคุมแบบใหม่ การตั้งค่าเหล่านี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบในการขับขี่และประเภทของเส้นทาง

ระบบหน้าจอสัมผัสและการสั่งงานด้วยท่าทาง
BMW 730Ld M-Sport ใช้หน้าจอควบคุม iDrive แบบระบบสัมผัสซึ่งนอกจากจะสามารถควบคุมระบบต่างๆ ในแบบเดิมแล้วระบบสัมผัสนี้ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเลือกสั่งการและควบคุมจากการสัมผัสหน้าจอได้เช่นกัน อีกหนึ่งฟังก์ชั่นใหม่ของการใช้งานร่วมกับระบบ iDrive คือการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ หรือ BMW GestureControl เซนเซอร์ 3 มิติจะจับการเคลื่อนไหวของการสั่งงานระบบควบคุมความบันเทิงและการสื่อสารซึ่งใช้งานได้อย่างง่าย เช่น การปรับระดับเสียง การรับหรือปฏิเสธสายเรียกเข้าโทรศัพท์

BMW TouchCommand เชื่อมต่อรถกับโลกภายนอก
นวัตกรรมของระบบควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่นซึ่งใช้ใน BMW 730Ld M-Sport ใหม่ มาในรูปแบบของ BMW TouchCommand หรือควบคุมสั่งการด้วยระบบสัมผัสผ่านหน้าจอแท็บเล็ตพกพาขนาด 7 นิ้ว สามารถใช้งานได้จากทั้งภายในและนอกตัวรถ ซึ่งสามารถปรับและควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นการปรับที่นั่ง แสงไฟภายในตัวรถ การปรับอุณหภูมิรวมถึงระบบความบันเทิงต่างๆ ระบบนำทาง และระบบการสื่อสารและยังสามารถเล่นไฟล์เพลงและวิดีโอ รวมถึงใช้เป็นเกมคอนโซลได้อีกด้วย

AmbientLight และหลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama
BMW 730Ld M-Sport มาพร้อมกับหลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama ที่ใช้ไฟแอลอีดีบริเวณด้านข้างส่องให้แผ่นกระจกเปล่งประกายระยิบระยับทั่วแผ่นราวกับเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยผืนดาว

เครื่องยนต์ 6 สูบใหม่ พร้อมชุดแต่ง M-Sport
การขยายสายการผลิตในครั้งนี้จะทำให้รถยนต์หรูขนาดใหญ่อย่าง BMW 730Ld M-Sport มีราคาจำหน่ายใหม่ในประเทศไทยที่ 6,399,000 บาท โดยยังคงผสมผสานความสะดวกสบายและสมรรถนะความปราดเปรียวขณะขับขี่ไว้อย่างครบครันด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียงขนาด 3 ลิตร เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 620 นิวตันเมตร ทำงานเชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6.2 วินาที รูปลักษณ์ของ 730Ld M Sport โดดเด่นไม่แพ้สมรรถนะและความนุ่มนวล ดีไซน์แบบสปอร์ตพร้อมไฟหน้าที่โฉบเฉี่ยว ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว เส้นสาย High-GlossShadow Line ในแบบของ BMW และชุดแต่ง M Aerodynamics

ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก BMW Thailand
BMW 7-Series 730Ld M Sport ราคา 6,399,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 71,600 บาท /เดือน
เครื่องยนต์และสมรรถนะ
เครื่องยนต์.................................................ดีเซล 6 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo
ปริมาตรกระบอกสูบ.................................2,993 ซีซี
กําลังสูงสุด................................................195 กิโลวัตต์ 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด..............................................620 นิวตันเมตร ที่ 2000-2500 รอบต่อนาที
ความเร็วสูงสุด..........................................250 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง .............. 6.2 วินาที

อัตราสิ้นเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย-อ้างอิงผล ECO Sticker (กิโลเมตร/ลิตร) 18.2
ระดับการปล่อย CO2 146 กรัม/กิโลเมตร

ล้อและยาง
ขนาดล้อ...................................................ล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้ว แบบ Double-spoke
ขนาดยาง ล้อหน้า: ....................................8.5 J x 20 / ยาง 245/40 R20
ล้อหลัง : ....................................................10 J x 20 / ยาง 275/35 R20 ยาง Runflat

มิติรถยนต์
ความยาว..................................................5238 มิลลิเมตร
ความกว้าง................................................1902 มิลลิเมตร
ความสูง.....................................................1485 มิลลิเมตร

ปริมาตรในการบรรจุของ ..........................515 ลิตร
น้ําหนักรถสุทธิ.......................................... 1870 กิโลกรัม


ระบบและเทคโนโลยีการขับเคลื่อน
เกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 จังหวะ
ระบบควบคุมความนุ่มนวลของโช้กอัพโหมดการขับขี่รูปแบบต่างๆ พร้อมโหมดขับขี่ Adaptive
พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Servotronic
ระบบควบคุมช่วงล่าง Executive Drive Pro
เบรกมือและระบบห้ามล้อแบบไฟฟ้า
ช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับอัตโนมัติ

อุปกรณ์ตกแต่งภายนอก
ไฟหน้าแบบ LED ปรับตามทิศทางการหมุนของพวงมาลัย
ระบบไฟหน้าและใบปัดน้ําฝนทํางานอัตโนมัติ
ไฟตัดหมอกแบบ LED หลังคากระจก Sky Lounge
ระบบปรับการทํางานไฟสูงอัตโนมัติ
กล้องแสดงภาพด้านหลังของตัวรถ
กุญแจรีโมทแบบแสดงข้อมูลรถ
กระจกมองข้างแบบตัดแสงในที่มืด
ฝากระโปรงหลังทํางานด้วยระบบไฟฟ้า
ระบบควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลังระบบ Comfort access
กล้องแสดงภาพรอบตัวรถ
ระบบช่วยปิดประตูแบบผ่อนแรงกระแทก

อุปกรณ์ตกแต่งภายใน
เบาะนั่งหนังแท้ Dakota
ลายไม้ 'Fineline' Black แบบ metal effect high-gloss
ระบบระบายอากาศสําหรับเบาะนั่งตอนหน้า
ด้านบนของคอนโซลและแผงประตูหุ้มหนัง
ระบบระบายอากาศสําหรับเบาะนั่งตอนหลัง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแบบสปอร์ต พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์
เบาะนั่งตอนหน้าแบบ Comfort ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบความจํา
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบควบคุม 4 โซน
เบาะนั่งตอนหลังแบบ Comfort ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบความจํา
ชุดไฟเพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสาร
เบาะนั่งตอนหน้าและหลังแบบปรับอุ่นได้
ม่านบังแดดกระจกหลังไฟฟ้า
ฟังก์ชั่นนวดผ่อนคลายสําหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ม่านบังแดดประตูหลัง

ระบบความบันเทิงและการสื่อสาร
จอภาพแบบสัมผัสขนาด 10.25”
ระบบบันเทิงควบคุมด้วย Tablet พร้อมจอภาพสําหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ปุ่มควบคุม iDrive พร้อมระบบสัมผัส
แอพพลิเคชั่น BMW สําหรับสมาร์ทโฟน
ฟังก์ชั่นการใช้งานระบบ iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ (hand gesture)
หน้าปัดแบบจอภาพขนาด 10.25”
ฟังก์ชั่นโทรทัศน์
ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon
ระบบแผนที่นําทางรุ่น Professional
การเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วย Bluetooth ช่อง USB และแท่นสําหรับอุปกรณ์เสริม
ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้าฝั่งคนขับ
ปุ่มเรียกใช้ฟังก์ชั่นที่ชื่นชอบ
เครื่องเล่น CD

เทคโนโลยีความปลอดภัย
พนักพิงศีรษะตอนหน้ารองรับแรงกระแทกแบบแอ็กทีฟ
ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่
ระบบช่วยลดการบาดเจ็บก่อนเกิดอุบัติเหตุ พร้อมเตือนให้หยุดพัก
ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน
ถุงลมนิรภัยสําหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
ระบบปิดการทํางานถุงลมนิรภัยสําหรับผู้โดยสารตอนหน้า
ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก
ถุงลมนิรภัยศีรษะสําหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง
ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ
ถุงลมนิรภัยด้านข้างสําหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
โครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Core
ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง ระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน
ชุดตกแต่ง M Sport ชุดตกแต่งรอบคันดีไซน์ M
หลังคาภายในตกแต่งด้วยสี Anthracite
ขอบหน้าต่างสีดําเงา

100 Year BMW Group
BMW เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก โดยผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ BMW / MINI / Rolls Royce และมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 14 ประเทศ มีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2558 BMW Group มียอดขายรถยนต์ 2.247 ล้านคัน มอเตอร์ไซค์ 137,000 คันทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 122,244 คน ความสำเร็จของ BMW ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีสร้างผลิตภัณฑ์ และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนโดยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย


BMW Group Thailand
BMW Group Thailand เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 โดยประกอบไปด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท BMW Group Thailand รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ บริษัท BMW Manufacturing รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ BMW / MINI / Rolls Royce และ BMW Motorrad และบริษัท BMW Leasing Thailand รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล ในปี 2558 BMW Group Thailand ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยสถิติยอดขายประจำปีสูงสุดของ BMW / MINI และมอเตอร์ไซค์ BMW Motorrad กับยอดส่งมอบรวมกว่า 10,000 คัน ซึ่งในจำนวนนี้มียอดส่งมอบรถยนต์ BMW / MINI จำนวน 8,768 คัน เพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ BMW Motorrad 1,280 คัน เพิ่มขึ้น 83 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมเป็นสถิติยอดส่งมอบของทั้งสามแบรนด์ที่ 10,048 คันในปี 2558 ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย นับเป็นการสร้างสถิติแห่งความสำเร็จของแต่ละแบรนด์ เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ BMW ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญและด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรมทำให้ BMW Manufacturing Thailand เป็นศูนย์กลางการประกอบรถ BMW ในภูมิภาคอาเซียน


ในปี 2559 นี้ BMW Group จะมีการลงทุนเพิ่มอีก 488 ล้านบาทเพิ่มเติมจากยอดเงินลงทุนที่ผ่านมาทั้งสิ้นกว่า 3.7 พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออกคิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี BMW จึงเตรียมจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วยเพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนเพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของ BMW 31 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก


ปี 2555 BMW Group Thailand ได้จับมือกับพันธมิตรเพื่อนำแนวคิดของระบบการศีกษาแบบทวิภาคมาปรับใช้งานในประเทศไทยภายใต้ความร่วมมือกับหอการค้าไทยเยอรมัน (GTCC) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จนเกิดเป็นโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-ThaiDual Excellence Education (GTDEE) ซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตของโครงการ BMW Service Apprentice Program และมีจุดมุ่งหมายเพื่ออบรมความรู้และฝึกฝนทักษะในสายงานด้านช่างเทคนิคให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการซึ่งนอกจากการเรียนรู้ด้านทฤษฎีแล้ว ยังรวมถึงการอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมของ BMW และร่วมปฏิบัติงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจากผู้จำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการ ความร่วมมือในโครงการดังกล่าวนี้ได้ช่วยให้เกิดการพัฒนาความสามารถของนักศึกษาให้เติบโตต่อยอดไปสู่การสร้างแรงงานฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะพร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมระดับโลก.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th.
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

รีวิวเรือธง BMW 730Ld M-SPORT ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร 265 แรงม้า 620 นิวตันเมตร 0-100 ใน 6.2 วินาที มีดีที่ความสดและเทคโนโลยีสุดล้ำ นี่คือลีมูซีนหรูตราใบพัดรุ่นล่าสุด ราคา 6,399,000 บาท!! 26 ส.ค. 2559 15:18 ไทยรัฐ