วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวถูกนายจ้างไต้หวันลวนลามถึงไทย ทนายสงกานต์รับตัว จ่อให้ข้อมูลดีเอสไอ

แรงงานสาวไทย ที่ถูกลูกชายนายจ้างชาวไต้หวัน ลวนลามและทำอนาจาร กลับถึงไทยแล้ว โดยมีทนายสงกานต์และครอบครัวไปรอรับ เตรียมเข้าให้ข้อมูลดีเอสไอในวันที่ 30 ส.ค. นี้ ลุยสู้คดีเต็มที่

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.59 ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย นาวาตรีวิวัฒน์ สุนทรจารุ พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ทีมทนายความและเจ้าหน้าที่จากกรมการจัดหางาน เดินทางมารับนางเอ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี แรงงานไทยที่ถูกลูกชายของนายจ้างชาวไต้หวัน ลวนลามกระทำอนาจาร โดยได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านมาทางนายสงกานต์ ซึ่งมีครอบครัวของนางเอ มารอรับด้วย ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ

นางเอ กล่าวว่า ตนเดินทางไปทำงานที่ไต้หวันเมื่อปี 57 ผ่านทางบริษัทจัดหางานในไทย และจัดส่งตนไปให้เอเย่นต์ที่ดูแลแรงงานไทยในไต้หวันเป็นคนหางานให้ โดยปีแรกได้ทำงาน 4 เดือน และพัก 3 เดือน จนเอเย่นต์หางานให้อีกครั้ง ทำงานเป็นลูกจ้างทำขนมได้ค่าแรงประมาณเดือนละ 20,000 บาท แต่ทำได้เพียง 7 เดือน ก็เกิดปัญหาถูกลูกชายของนายจ้างรายนี้ ลวนลามกระทำอนาจารถึง 2 ครั้ง แต่ตนก็ร้องขอความช่วยเหลือจากแรงงานด้วยกันจนรอดพ้นมาได้ แต่พอเกิดเรื่องขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา วันรุ่งขึ้นตนจึงตัดสินใจโทรแจ้งสายด่วนแรงงาน 1955 ของประเทศไต้หวัน เพื่อขอความช่วยเหลือให้พาออกจากที่พักดังกล่าว เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ทางเอเย่นต์ที่ดูแลหางานให้ จึงพาตนไปอยู่ศูนย์พักพิงแรงงานที่มีปัญหา หรือศูนย์ HOPE ซึ่งเป็นโบสถ์ จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไปประมาณเดือน มิ.ย. ตนจึงขอความช่วยเหลือจากทนายสงกานต์ โดยเขียนเรื่องราวร้องทุกข์เข้าไปทางเฟซบุ๊ก

นางเอ กล่าวต่อว่า จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ไทยที่ไต้หวันพร้อมเอเย่นต์ นัดนายจ้างมาพูดคุยเพื่อตกลงค่าเสียหาย โดยระบุว่า จะจ่ายเงินให้ตน 10,000 บาท และตั๋วเครื่องบินกลับ เพื่อแลกกับการที่ตนไม่ฟ้องร้องให้เป็นคดี แต่ตนไม่รับ ยืนยันจะดำเนินคดี จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไปอีกครั้ง ตนจึงคุยกับทนายสงกานต์อีกครั้งเพื่อให้ช่วยเหลือ ให้ตนได้รับความเป็นธรรม ทั้งด้านคดีที่ถูกลูกชายนายจ้างกระทำอนาจาร เพราะหลังจากนั้น เมื่อตนทวงถามความคืบหน้าไป เจ้าหน้าที่แจ้งกลับมาว่า ตนอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ เนื่องจากตนไม่มีพยานหลักฐานว่าถูกลวนลาม รวมถึงการดูแลแรงงานไทยในไต้หวันจากเอเย่นต์ เนื่องจากทุกคนถูกหักเงินเดือน 1,800 บาท โดยไม่ได้แจ้งว่าหักไปเพื่ออะไร และเมื่อเกิดเรื่องถูกเอารัดเอาเปรียบก็ไม่มีหน่วยงานหรือใครเข้ามาช่วยเหลือแรงงานไทย

นายสงกานต์ กล่าวว่า หลังรับเรื่อง ตนก็ได้นำเรื่องราวการร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ จากนางเอ ไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีค้ามนุษย์ เพื่อให้ตรวจสอบบริษัทจัดหางาน ที่หาแรงงานไทยส่งไปทำงานที่ไต้หวัน และแนวทางการดำเนินการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะเป็นปัญหาสะสมมานานโดยทราบว่า เงื่อนไขเซ็นสัญญากับแรงงานคือ 3 ปี และทุกคนจะถูกหักเงินเดือนละตั้งแต่ 1,500-2,000 บาท ในตลอดระยะเวลาการทำงานที่ไต้หวัน โดยอ้างว่าเป็นค่าเอเย่นต์และค่าล่าม รวมถึงให้มีการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในต่างประเทศว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากตนมองว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ในวันที่ 30 ส.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ตนจะพานางเอไปพบและให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกครั้ง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ.

แรงงานสาวไทย ที่ถูกลูกชายนายจ้างชาวไต้หวัน ลวนลามและทำอนาจาร กลับถึงไทยแล้ว โดยมีทนายสงกานต์และครอบครัวไปรอรับ เตรียมเข้าให้ข้อมูลดีเอสไอในวันที่ 30 ส.ค. นี้ ลุยสู้คดีเต็มที่ 26 ส.ค. 2559 14:32 26 ส.ค. 2559 15:17 ไทยรัฐ