วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนอันตรายไวรัส "เรบีส์" เป็นแล้ว "ตาย" ทุกราย

ไวรัสเรบีส์ ...อาจเป็นชื่อที่คนไม่ค่อยรู้จักมากนัก แต่ถ้าบอกว่า ไวรัสนี้เป็นชื่อของโรคพิษสุนัขบ้า อาจจะดูใกล้ตัวมากขึ้น

55,000 คน คือตัวเลขของคนที่เสียชีวิตจากโรคนี้ทั่วโลกในแต่ละปี มากกว่า 95% อยู่ในทวีปเอเชียและแอฟริกา....

สำหรับประเทศไทย แม้จะมีจำนวนผู้เสียชีวิตไม่มาก โดยในปี 2559 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-3 ก.ค. 2559 มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว 6 ราย

แต่จำนวนคนไทยที่ถูกสุนัขกัดในแต่ละปีมีมากถึง 1 ล้านคน...ในจำนวนนี้ประมาณแค่ 50% เท่านั้นที่มารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคเรบีส์

นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า การติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการถูกสุนัขหรือแมวกัด ข่วน แล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาหรือเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างถูกต้อง

“จริงๆแล้วโรคเรบีส์หรือโรคพิษสุนัขบ้า หรือบางทีก็เรียกว่าโรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดเชื้อที่มีสาเหตุมาจากเรบีส์ ไวรัส ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสก่อโรคในสัตว์เลือดอุ่น และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ทั้ง สุนัข แมว วัว ควาย ลิง ชะนี กระรอก กระแต เสือ หมี หนู ค้างคาว รวมถึงคนด้วย” คุณหมออำนวยบอก พร้อมกับให้ข้อมูลว่า สำหรับประเทศไทย จากการวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการ พบว่า 96% เป็นเชื้อที่พบในสุนัข รองลงมาคือแมว

อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกด้วยว่า การปฏิบัติตนเพื่อไม่ให้เป็นโรคพิษสุนัขบ้า เริ่มแรก คือ เมื่อถูกสุนัขหรือแมวที่สงสัยว่าเป็นโรคกัด ข่วน เลีย น้ำลายกระเด็นเข้าทางตา ปาก หรือทางผิวหนังที่มีบาดแผล ควรรีบปฐมพยาบาล ล้างแผลทันทีด้วยน้ำและฟอกด้วยสบู่หลายๆครั้ง แล้วเช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโพวีโดนไอโอดีน ถ้าไม่มีให้ใช้แอลกอฮอล์ 70% หรือทิงเจอร์ไอโอดีน จากนั้นไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

“โรคนี้หากเข้าสู่ร่างกายแล้ว เชื้อไวรัสจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในบริเวณแผลที่ถูกกัด หลังจากนั้นเชื้อจะเข้าสู่แขนงประสาท และระบบประสาทส่วนกลาง และหากเชื้อเข้าสู่สมองแล้วก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นอีก ซึ่งอันตรายมาก โดยเฉพาะหากมีอาการป่วยแล้ว ไม่สามารถที่จะรักษาได้ ต้องเสียชีวิตทุกราย”

สำหรับอาการของโรคเรบีส์หรือพิษสุนัขบ้าในสัตว์ คุณหมออำนวย บอกว่า ในสัตว์ระยะฟักตัวของโรคหลังจากถูกกัดหรือขีดข่วน จะอยู่ในช่วง 3-8 สัปดาห์ ไม่เกิน 6 เดือน และเมื่อเริ่มแสดงอาการแล้วจะตายภายใน 10 วัน ซึ่งอาการก็มีทั้งแบบดุร้าย และแบบซึม โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรก สุนัขจะมีอารมณ์และนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม ระยะตื่นเต้น สุนัขจะเริ่มมีอาการทางประสาท กระวนกระวาย ตื่นเต้น หงุดหงิด ไม่อยู่นิ่ง กัดแทะสิ่งของไม่เลือก ม่านตาขยายกว้าง และระยะสุดท้าย คือ ระยะอัมพาต สุนัขจะมีอาการหางห้อยตก ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกนอกปาก น้ำลายไหล ขย้อนอาหารคล้ายมีอะไรติดอยู่ในลำคอ ขาอ่อนเปลี้ย ทรงตัวไม่ได้ ล้มลงอัมพาตทั้งตัวอย่างรวดเร็วและตายในที่สุด

ส่วนอาการในคน อาการเริ่มแรก คือ เบื่ออาหาร เจ็บคอ มีไข้ อ่อนเพลีย มีอาการคันรุนแรงบริเวณที่ถูกกัดแล้วลามไปส่วนอื่น กระสับกระส่าย กลัวแสง กลัวลม ไม่ชอบเสียงดัง เพ้อเจ้อ กลืนลำบาก โดยเฉพาะของเหลว กลัวน้ำ ปวดท้องน้อย และขากล้ามเนื้อกระตุก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรืออาจ ชัก เกร็ง อัมพาต หมดสติ หากเป็นมากจะมีอาการคลุ้มคลั่ง ดุร้าย กระวนกระวาย หากเชื้อเข้าสู่ไขสันหลังแล้วมีการเพิ่มจำนวนจะทำให้สมองและไขสันหลังทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการอัมพาตและเสียชีวิตในที่สุด

อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า ระยะฟักตัวหลังจากเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายไปจนเกิดอาการ ใช้เวลาประมาณ 2-8 สัปดาห์ หรืออาจสั้นเพียง 5 วัน หรือยาวนานเกินกว่า 1 ปี โดยระยะฟักตัวจะสั้นหรือยาวขึ้นกับปัจจัยบางอย่าง เช่น ความรุนแรงของบาดแผล ปริมาณของปลายประสาทที่ตำแหน่งของแผล และระยะทางจากแผลไปยังสมอง เช่น แผลที่หน้า ศีรษะ คอ หรือมือ อีกทั้งลักษณะของเครื่องนุ่งห่ม และการล้างแผลก็จะมีส่วนช่วยลดจำนวนเชื้อลงได้มาก

“วิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุด คือ ระวังอย่าให้ถูกสุนัข แมว กัด หรือข่วน สำคัญที่สุดคือ นำสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัข บ้า หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า การฉีดวัคซีนโรคพิษ สุนัขบ้าในสุนัข ฉีดเพียงครั้งเดียวจะสร้างภูมิให้สุนัขได้ตลอด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ ข้อเท็จจริงคือ เมื่อสุนัขอายุได้ 3 เดือน ควรพาลูกสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และต้องฉีดซ้ำปีละครั้ง ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้ผล” คุณหมออำนวยย้ำ พร้อมกับบอกว่า ที่ต้องระวังมากๆคือเด็กๆ เพราะ
จากสถิติพบว่า 40% ของคนที่โดนสุนัขกัด คือ เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งวิธีป้องกันไม่ให้สุนัขกัดหรือทำร้าย ขอให้ยึดหลักคาถา 5 ย. คือ“อย่าแหย่ อย่าเหยียบ อย่าแย่ง อย่าหยิบ อย่ายุ่ง” กับสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้

และข้อมูลที่ควรรู้อีกอย่าง คือ โรคนี้ไม่มีฤดูกาลของการระบาดว่าต้องเป็นเฉพาะหน้าร้อน หรือหน้าติดสัดเท่านั้น สามารถเป็นได้ทั้งปี จึงต้องระวังตัวตลอดเวลา และไม่ว่าจะเป็นสุนัขเล็กหรือใหญ่สามารถที่จะแพร่เชื้อมาสู่คนได้ทั้งสิ้น.

26 ส.ค. 2559 10:33 ไทยรัฐ