วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอให้ทบทวน

คนเขียนเข้ามาแสดงความคิดเห็น “เรื่องอำนาจอนุมัติให้ดำเนินคดีหรือแจ้งข้อหาสมคบ ช่วยเหลือสนับสนุน ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534” บอกว่า ในอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะมีอำนาจในการออกหมายจับได้เอง

เป็น “คานอำนาจและเป็นหลักประกันให้กับประชาชน” ได้มอบอำนาจให้เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นผู้อนุมัติให้ดำเนินคดีหรือแจ้งข้อหาสมคบ ช่วยเหลือ สนับสนุน ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 แต่ต่อมา ป.วิ.อาญา ได้ถูกแก้ไขตามกาลเวลา

อำนาจในการออกหมายจับถูกเปลี่ยนผ่านไปเป็นอำนาจของศาลที่ทำหน้าที่ในการออกหมายจับแทนตำรวจ จึงสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่ง เมื่ออำนาจในการออกหมายจับเปลี่ยนผ่านไปแล้ว

อำนาจในการอนุมัติให้ดำเนินคดีหรือแจ้งข้อหา ที่ยังคงเป็นอำนาจของเลขา ป.ป.ส.

ควรจะยกเลิกไปหรือไม่

ให้เหมือนกับการกระทำความผิดในข้อหา “สมคบ ช่วยเหลือ สนับสนุน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน” ที่ไม่จำเป็นต้องรอให้เลขา ปปง.อนุมัติ ก่อนที่จะดำเนินคดีหรือแจ้งข้อหาในคดีความผิด

ถึงเวลาที่ควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงอำนาจนี้หรือไม่ ปัจจุบันเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ ตำรวจมีที่ตั้งทั่วประเทศ ต้องมาขออนุมัติเลขา ป.ป.ส.เพียงคนเดียว คนกลั่นกรองงานให้เลขา ป.ป.ส.ก็คือ นิติกรกลุ่มหนึ่ง ถ้าไม่มีการยกเลิกให้เหมือนกับ ปปง.ควรมีการถ่ายโอนอำนาจหรือมอบอำนาจในการอนุมัติไปให้ ผบช.ภาค หรือ ผบก.ภ.จ.

เป็นการกระจายอำนาจ

คนนี้บอกว่า อำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติมากขึ้น หรือยกเลิกทั้งหมด แล้วให้ไปเป็นอำนาจของศาลเหมือนการขอหมายจับปกติ พร้อมออกกฎหมายลูกมารองรับ หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแนวทางนี้ เชื่อว่าการดำเนินคดีในข้อหาสมคบ ช่วยเหลือ สนับสนุน คงมีผลในทางปฏิบัติอย่างได้ผล และขยายเป็นวงกว้างได้รวดเร็ว

หากภาครัฐหวังผลทำลายเครือข่าย ตัดวงจรเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์ กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดให้ได้ผล ควรมีการให้รางวัลจูงใจใหม่ แทนที่จะเน้นปริมาณให้กลับมาเน้นขยายผลขึ้นไปชั้นเหนือกว่าคนขน และยึดทรัพย์เครือข่ายมาเป็นแนวทางวัดผลหรือให้รางวัลนำจับ แทนที่จะเน้นที่ปริมาณตัวยา เหมือนทุกวันนี้

มีเจ้าหน้าที่บางส่วนจะเน้นเพียงจับกุมตัวยา ไม่เคยคิดขยายผลไปดำเนินคดี คนที่อยู่เหนือขึ้นไปจนถึงนายทุนหรือเจ้าของโรงงานผู้ผลิต หากทำได้จริงจัง เชื่อว่าน่าจะตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างได้ผล

ผู้มีอำนาจในวันนี้จะต้องทบทวนการทำงาน ทบทวนกฎหมาย แนวทางปฏิบัติ ให้ต่อสู้กับกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดชนิด “สมน้ำสมเนื้อ” และนำเงินหรือทรัพย์สินมาจำหน่ายนำเงินกลับเข้ามาสู่รัฐได้อีกทาง

วงจรอุบาทว์ถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th 

26 ส.ค. 2559 09:34 ไทยรัฐ