วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อิรัชชัยมาเซะ...โอลิมปิก(ต่อ)

เป็นที่รู้แจ้งกันโดยทั่วอยู่แล้วว่า ยูโด เป็นกีฬาที่ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่น กระทั่งแพร่หลายไปจนถึงหยิบไปใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 12 เป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเข้าสู่การปกครองโดยซามูไร ในสมัย “คามะคุระ” สืบเนื่องมาจนถึงศตวรรษที่ 17-19 ในสมัยเอโดะ ทำให้ศิลปะการต่อสู้ในหลากหลาย แขนงได้ถูกพัฒนาขึ้น รวมไปถึงการต่อสู้ด้วยดาบและธนู

ต่อมาซามูไรได้พัฒนาการต่อสู้ด้วยมือเปล่า เพื่อใช้สำหรับประชิดตัวกับศัตรูในสนามรบ

กระทั่งต้นสมัยเมจิ ค.ศ.1868-1912 จิโกะโร คะโน ได้ก่อตั้งสำนักยูโดขึ้น โดยมีจุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อเป็นกีฬาเท่านั้น แต่เพื่อเป็นการฝึกฝนจิตใจด้วย กีฬายูโด ได้รับความสนใจในฐานะกีฬาสากล ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก นับตั้งแต่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 18 ในปี 2507

การแข่งขันยูโดถูกล้อมกรอบภายใต้สังเวียนที่มีขนาดพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 8-10 ม. มีกรรมการตัดสิน 1 และผู้ช่วยอีก 2 ในการแข่งขันที่ต้องใช้เทคนิค 67 กระบวนท่าเศษๆ เพื่อโยนคู่ต่อสู้ และอีก 29 กระบวนท่าสำหรับล็อกคู่ต่อสู้ไม่ให้ขยับ อาจถูกตัดสินเห็นผลรู้ชนะ

การให้คะแนนนั้น คู่แข่งสามารถทุ่มอีกฝ่ายจนหลังคู่ต่อสู้สัมผัสพื้น จะได้รับ “อิปปง” คะแนนสูงสุด การบิดหรือล็อกแขนคู่ต่อสู้ไว้กับเสื่อหรือร่างกายจะสามารถได้รับคะแนน และทำให้การแข่งขันสิ้นสุดลงทันทีเมื่อคู่ต่อสู้กล่าวว่า “มะอิตตะ” ยอมแพ้ หรือใช้มือตบลงบนร่างกายหรือเสื่อมากกว่า 2 ครั้ง

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง คือเรื่องของ “มารยาท” ซึ่งแสดงถึงความเคารพต่อคู่ต่อสู้ ในการแข่งขัน 1 ครั้ง มีการโค้งเพื่อคารวะถึง 7 ครั้ง ทั้งก่อนและหลัง ด้วยการโค้งร่างกายส่วนบนไปข้างหน้าทำมุมประมาณ 30 องศา การโค้งเมื่อเข้าและออกจากบริเวณการแข่งขัน โค้งก่อนและหลังออกจากสังเวียน โค้งเมื่อพบคู่ต่อสู้ก่อนและหลังจากการแข่งขัน และสุดท้ายโค้งหลังจากกรรมการประกาศผลการแข่งขัน

และการเป็นเจ้าภาพอีกครั้งคราวนี้ ญี่ปุ่นก็เพิ่มกีฬาอีก 6 ประเภท : เบสบอล ซอฟต์บอล โต้คลื่น สเกตบอร์ด คาราเต้และกีฬาปีนป่าย หวังต้อนคนรุ่นใหม่ทั้งผู้เล่นและผู้ดูมากขึ้นนั่นเอง.

กิรณา อินทร์ชญาณ์

26 ส.ค. 2559 09:33 26 ส.ค. 2559 09:33 ไทยรัฐ