วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จําคุก1ปี-ไม่มีรอ หมอเลี้ยบ ทำผิดเอื้อทักษิณ

แก้สัญญาดาวเทียม ทำรัฐรับความเสี่ยง

หิ้ว “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีไอซีที ขังที่เรือนจำ พิเศษกรุงเทพฯทันที หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ตาม ม.157 ฐานทำให้รัฐเสียหาย จากกรณีอนุมัติแก้ไขสัญญากิจการดาวเทียม ให้บริษัทชิน แซทฯ ลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นบุคคลสัญชาติไทยจาก 51% เหลือ 40% ก่อให้เกิดความเสี่ยงถูกครอบงำกิจการจากต่างชาติ

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ส.ค. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ที่ อม.66/2558 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือหมอเลี้ยบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีต ผอ.สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติและอดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) เมื่อวันที่ 18 ต.ค.47 เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในบริษัทชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) จากไม่น้อยกว่า 51% เป็นไม่น้อยกว่า 40% ของหุ้นทั้งหมด โดยทราบดีอยู่แล้วว่าเหตุที่บริษัทขอลดสัดส่วนการถือหุ้น เพื่อต้องการหาพันธมิตรขยายศักยภาพในการแข่งขันให้มีความเข้มแข็งและมีเงินทุนเพียงพอ ในโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์

ศาลฎีกาฯตรวจสำนวนและปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า องค์คณะทั้ง 9 มีเสียงเอกฉันท์ เห็นว่า นพ.สุรพงษ์มีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157 ทำให้รัฐเสียหายจากกรณีที่อนุมัติให้มีการแก้ไขสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียม โดยให้บริษัทชิน แซทฯ ลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นบุคคลสัญชาติไทยจาก 51% ให้เหลือ 40% ก่อให้เกิดความเสี่ยงถูกครอบงำกิจการจากต่างชาติ ส่งผลต่อกิจการโทรคมนาคมที่เป็นทรัพยากรของชาติ ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายกิจการโทรคมนาคม การกระทำดังกล่าวไม่ได้นำเสนอต่อ ครม.ตามขั้นตอน แม้จำเลยที่ 1 อ้างส่งหนังสือหารือถึงอัยการสูงสุด แต่ปกปิดความจริงที่เลขาธิการ ครม.ปฏิเสธการรับเรื่องเข้าที่ประชุม เนื่องจากนายทักษิณชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้นเป็นคู่สัญญา ทำให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน การกระทำของจำเลยไม่ได้ทำให้รัฐได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้น แต่กลับได้รับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ส่วนนายไกรสรและนายไชยยันต์ จำเลยที่ 2-3 องค์คณะมีมติเสียงข้างมากให้พิพากษาจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 2 หมื่นบาท กรณีจำเลยทั้งคู่ ไม่ได้จัดทำข้อมูลวิเคราะห์ผลการเปลี่ยนแปลงสัญญาดังกล่าวว่ามีผลกระทบต่อรัฐอย่างไร ทั้งที่จำเลยทั้งสองเคยปฏิบัติหน้าที่ด้านการสื่อสาร กระทรวงคมนาคม และกรมไปรษณีย์โทรเลข ย่อมทราบข้อเท็จจริงดีอยู่แล้ว แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่มีอำนาจในการแก้ไขหรืออนุมัติสัญญาดังกล่าว โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญา 5 ปี

กระทั่งเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ควบคุมตัว นพ.สุรพงษ์ขึ้นรถตู้เพื่อไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อรับโทษตามคำพิพากษา โดยนำรถตู้ไปจอดเทียบปากประตูทางออกช่องทางเดินจากห้องพิจารณาคดี ป้องกันไม่ให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ

หิ้ว “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีไอซีที ขังที่เรือนจำ พิเศษกรุงเทพฯทันที หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา ตาม ม.157 ฐานทำให้รัฐเสียหาย 26 ส.ค. 2559 03:54 26 ส.ค. 2559 03:55 ไทยรัฐ