วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป๋าเชียร์บิ๊กตู่ 'ทหารแก่ช่วยชาติ' สนช.ลุ้นศาลรธน.เสนอชื่อนายก

สนช.กัดฟันรับ ส.ว.ซดแห้ว ชงชื่อนายกฯ “สมชาย” ยัง ไม่ยอมแพ้ขอสู้ต่อในศาล รธน. “มีชัย” ยัน กรธ.-สนช.ไร้ปัญหา ร่วมทำ ก.ม. ลูก 10 ฉบับราบรื่น ตอกย้ำ ส.ส.เท่านั้นที่มีสิทธิเสนอ พท.วอนเปิดช่องแก้ รธน.บ้าง ซัดเพิ่มโควตา สนช.อีก 30 ที่ก็แค่ต่างตอบแทน ปชป.ขอบคุณ กรธ. ยึดหลักการ เชื่อ ส.ว.ล็อบบี้ดึงเสียง ส.ส.ไปสู่ขยักที่สองยาก แนะ กรธ.-สนช.ปรับจูนเครื่องกันใหม่ “บิ๊กตู่” ยกคณะ ครม.-ผบ.เหล่าทัพตบเท้าเบิร์ธเดย์ 96 ปี “ป๋าเปรม” ชื่นมื่น ชมเปาะเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนรุ่นหลัง “ป๋า” บอกขอให้มั่นใจทหารแก่ยังช่วยชาติได้ เป็นกำลังใจให้นายกฯบรรลุภารกิจสมดังตั้งใจ “ประยุทธ์” ฟ้องสื่อตัวดีชอบเสี้ยมให้ทะเลาะพี่ใหญ่ บอกชาติหน้าก็ไม่ทะเลาะ

แม้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะมีข้อสรุปปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามคำถามพ่วง โดยตัดสิทธิ ส.ว.ในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากนอกบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง ให้เป็น ส.ส.เท่านั้นที่เป็นผู้เสนอชื่อ ล่าสุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังไม่ยอมแพ้ หวังจะได้ชี้แจงหลักการคำถามพ่วงต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง

สนช.กัดฟันรับแห้วชงชื่อนายกฯ

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 25 ส.ค.ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามคำถามพ่วงประชามติ โดยบัญญัติให้ในระยะ 5 ปีแรก ส.ว.มีอำนาจลงมติให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่สามารถเสนอชื่อนายกฯได้ว่า เคารพการตัดสินใจของ กรธ.ที่ยืนยันตามหลักการเดิม เป็นหลักการที่ดี แต่ สนช.ยังยืนยันตามหลักของ สนช. ประเด็นนี้ไม่ทำให้ กรธ. และ สนช. เกิดความขัดแย้งกันถือเป็นการทำหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ยืนยันว่า สนช.ไม่มีความคิดได้คืบจะเอาศอก แต่เป็นการสร้างความใจผิดจากบางฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ

ยังไม่ยอมแพ้ขอสู้ต่อในศาล รธน.

นายสมชายกล่าวอีกว่า แม้ กรธ.ยังไม่ได้ส่งร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่ กมธ.คงไม่นำเสนอความเห็นไปยัง กรธ. แล้ว จะรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวกับการตั้งคำถามพ่วงทั้งหมด ทั้งคำอภิปรายในที่ประชุม สนช. และหนังสือที่ สนช.เคยทำไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญส่งหนังสือแจ้งมาให้ สนช.ไปชี้แจงเมื่อไหร่ สนช.จะได้ดำเนินการทันที ส่วนตัวเห็นว่าภาพรวมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ออกมานั้นเป็นไปตามคำถามพ่วงที่ผ่านการทำประชามติ แต่มี 2 เรื่องที่ยังเห็นไม่ตรงกัน คือ การเสนอชื่อนายกฯ และการเลือกนายกฯจากบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีพรรค การเมือง

“มีชัย” ยันไร้ปัญหาทำ ก.ม.ลูกราบรื่น

ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวว่า ไม่ติดใจกับที่ สนช.เตรียมจัดทำข้อมูลเพื่อชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญ ถึงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วง เป็นสิทธิที่ สนช.ทำได้ แต่ง กรธ.ถือว่าเราได้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามตัวอักษร ไม่ได้ทำเกินไปกว่าที่กำหนดไว้ในคำถามพ่วง มั่นใจว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ. จะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างกรธ.และ สนช. โดยเฉพาะการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 10 ฉบับที่ต้องทำร่วมกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนบุคคล แต่เป็นความคิดเห็นทางกฎหมายที่แตกต่างกันเท่านั้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะทำหน้าที่ตัดสิน

ตอกย้ำ ส.ส.เท่านั้นที่มีสิทธิเสนอ

เมื่อถามว่า การรับรองญัตติผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อที่ประชุมรัฐสภา ให้ใช้เฉพาะเสียง ส.ส.เท่านั้นใช่หรือไม่ หรือต้องมีเสียง ส.ว.ร่วมรับรองด้วย นายมีชัยตอบว่า ตามร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้เฉพาะเสียงของ ส.ส.จำนวน 1 ใน 10 จากจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 500 คนเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงของ ส.ว.แต่อย่างใด

กกต.มอบโล่ จว.ทำผลงานดีเด่น

ที่อาคารอิมแพค เมืองทองธานี สำนักงาน กกต. จัดประชุมสัมมนาวิจัยประเมินผลและการจัดออกเสียงประชามติ โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่จังหวัดที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติสูงสุดระดับภูมิภาคและประเทศ จากนั้นนายศุภชัยกล่าวมอบนโยบายว่า ขอให้แต่ละจังหวัด แต่ละภาค เสนอปัญหาและวิธีการแก้ไขจากการทำประชามติที่ผ่านมา เพื่อให้การเลือกตั้งในอนาคตจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำอีก เนื่องจากตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังจับจ้องมายัง กกต.จึงอยากให้นำสิ่งที่เป็นผลบวกจากการทำประชามติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วย การรายงานผลคะแนน พิจารณาดูว่าจำเป็นหรือไม่ ต้องพัฒนาจุดใดเพื่อนำมาต่อยอดกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง เราอยากให้องค์กร กกต.อยู่คู่กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยต่อไป ดังนั้นสิ่งสำคัญคืออย่าให้เกิดปัญหาเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557

อาศัย สนช.รื้อ ก.ม.รองรับปราบโกง

ด้านนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า อยากให้แต่ละฝ่ายไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งที่จะมาถึง ปราศจากการทุจริต เพราะจุดอ่อนของ กกต. คือการแสวงหาพยานหลักฐาน การรบกับนักการเมืองที่มีอิทธิพลในพื้นที่ ทำให้พยานของเรามีจำกัด ต้องปฏิรูปกันหลายเรื่อง ต้องแก้ไขกฎหมายสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่ดี ซึ่งต้องทำในช่วงนี้ที่สนช.ทำหน้าที่ในสภา ดูแล้วน่าจะมีความสำเร็จมากกว่า เพราะหากทำตอนช่วงที่มี ส.ส. อาจทำได้ยาก

พท.วอนเปิดช่องแก้ รธน.บ้าง

ที่พรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอบคุณ กรธ.ที่ปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญโดยยึดตามหลักการเดิม ให้ ส.ส.มีสิทธิเสนอรายชื่อนายกฯ ยึดเจตนารมณ์ของประชาชนตามคำถามพ่วง หวังว่าทุกฝ่ายจะยุติ ส่วนกรณีที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อแต่งตั้ง สนช. เพิ่มอีก 30 คน จาก 220 คน เป็น 250 คน โดยอ้างเหตุผลเรื่องการเร่งทำกฎหมายนั้น ถามว่าเหตุใดรัฐธรรมนูญใหม่จึงไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ง่าย เหมือนที่พวกท่านกำลังคิดทำกันอยู่ ถ้าย้อนไปดูมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาครั้งหนึ่งแล้ว หากในอนาคตรัฐบาลชุดใหม่เจอปัญหาเร่งด่วนที่คาดคิดไม่ถึงเหมือนที่อ้างอยู่ในตอนนี้จะทำกันอย่างไร ฝากให้ กรธ.ลองพิจารณาเผื่อจะได้นำไปเขียนเปิดช่องทางไว้ในกฎหมายลูก เพราะอาจเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดได้ในอนาคต ถ้าจะให้ดีอยากขอให้หัวหน้า คสช. อนุญาตให้จัดประชุมพรรคการเมืองได้ เพื่อหารือเสนอข้อคิดเห็น ข้อท้วงติง ข้อเสนอแนะ ในเนื้อหาสาระที่จะเป็นประโยชน์ในการยกร่างกฎหมายลูกของ สนช.

เพิ่มโควตา สนช.ก็แค่ตอบแทนกัน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจะเพิ่มจำนวน สนช.อีก 30คนนั้น ถามว่ามีความจำเป็นอย่างไร หรือหวังตอบแทนกลุ่มที่เคยช่วยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีอำนาจในวันนี้หรือไม่ ถือว่าไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรม
ปชป.ขอบคุณ กรธ.ที่ยึดหลักการ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอชื่นชม กรธ.ที่ยังยึดมั่นในหลักการ และบัญญัติเนื้อหาของคำถามพ่วงประชามติได้ตรงตามเจตนารมณ์ ให้ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง โดยให้ ส.ว.เป็นเพียงแค่ผู้ร่วมลงมติ ส่วนกรณีการเปิดช่องให้มีนายกฯนอกบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองนั้น ถ้า ส.ว.อยากจะได้นายกฯคนนอก ตามมาตรา 272 ส.ว.ต้องไปหา ส.ส.อีกจำนวน 250 คน ยื่นให้ประธานรัฐสภาเพื่อขอยกเว้นให้มีการเลือกนายกฯ คนนอกได้ จึงจะนำไปสู่การเลือกนายกฯ นอกบัญชีรายชื่อพรรค การเมือง ในขยักที่ 2 ซึ่งยากมากที่ ส.ว.จะหาแนวร่วม ส.ส.ให้ได้มากกว่ากึ่งหนึ่ง เพื่อนำไปสู่ขยักที่ 2

แนะ กรธ.–สนช.ปรับจูนเครื่องใหม่

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถูกเเล้วที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ยังยืนยันหลักการที่ถูกต้องของกฎหมายมหาชน ถ้าทำตามข้อเสนอ สนช. เเล้วส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญก็สุ่มเสี่ยงมาก นายมีชัยใจเเข็งไว้ถูกเเล้ว ไม่อย่างนั้นจะเสียคน เพราะถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกแน่ ส่วนกรณีนี้จะทำให้เกิดรอยร้าวระหว่าง สนช. กับ กรธ.หรือไม่นั้น ไม่อยากฟันธง แต่ทั้งสององค์กรควรต้องปรับจูนเครื่องการทำงานกันใหม่ ไม่ให้มีใครติดใจกัน เพื่อให้การร่างกฎหมายลูกเกิดความราบรื่น ส่วนกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ควรให้ผู้มีประสบการณ์ เช่น พรรคการเมือง ที่เคยลงสนามจริงเข้าไปช่วย

“อภิสิทธิ์” ชี้ผู้นำต้องลดขัดแย้ง

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ห้องประชุมพีรสิทธิ์ คำนวณศิลป์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง “บทบาทผู้นำกับ การบริหารความขัดแย้ง” ว่า บทบาทของผู้นำกับการบริหารความขัดแย้งไม่มีสูตรสำเร็จ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้นำควรคำนึงถึงคือต้องเป็นผู้ให้บริการประชาชน สังคม เพราะบทบาทการเป็นผู้นำ ทั้งผู้นำระดับประเทศหรือท้องถิ่นต้องเป็นผู้ที่เข้าใจในสภาวะและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องจัดการกับความขัดแย้งถือเป็นเรื่องใหญ่ เช่น นายกฯคนปัจจุบัน เมื่อถูกซักถามเกี่ยวกับการ บริหารงานเรื่องสำคัญมากๆ นายกฯมักตอบว่าเพราะประเทศไทยมีความขัดแย้ง ที่ท่านมาอยู่ตรงนี้เพราะความขัดแย้ง แต่ถ้าถามว่าเมื่อไหร่ความขัดแย้งจะหมดไป ไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่มีใครหรือผู้นำคนไหนมีสูตรสำเร็จ เชื่อว่าผู้นำทุกคนทำบทบาทหน้าที่ตัวเองดีที่สุดแล้ว สำหรับตนช่วงเป็นผู้นำที่เกิดความขัดแย้ง สิ่งแรกที่ยึดมั่น คือ แสวงหาสันติวิธีปฏิเสธการใช้ความรุนแรง โดยใช้หลักนิติธรรม และคุณธรรม

“บิ๊กตู่” นำคณะตบเท้าเบิร์ธเดย์ “ป๋า”

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านพักให้ ครม. และ ผบ.เหล่าทัพ เข้าอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 96 ปี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะ ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รวมถึง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร เสธ.ทบ. คู่แคนดิเดต ผบ.ทบ. เข้าร่วมอวยพรด้วย

ชมเปาะเป็นแบบอย่างคนรุ่นหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างเดินเข้าบ้านพักว่า “อย่าไปเขียนนะ เพราะเซ็นไปแล้ว ได้ปรับย้ายไปก่อนหน้านี้และคุยกับรองฯนายกแล้ว ไม่มีข้อขัดแย้งอะไร” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวแทนกล่าวอวยพร พล.อ.เปรม ว่า พวกตนตระหนักอยู่เสมอว่าท่านได้อุทิศตนทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาต่อเนื่องยาวนาน เกียรติประวัติและคุณงามความดี รวมทั้งการดำรงตนที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี โดยเฉพาะความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำให้ท่านเป็นที่เคารพยกย่อง เชิดชู และเป็นแบบอย่างให้กับพวกตนในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ต้องยึดถือคุณประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลัก อีกทั้งพร้อมมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ ให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า เพื่อประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชน

ขอให้มั่นใจทหารแก่ยังช่วยชาติได้

จากนั้น พล.อ.เปรมกล่าวว่า “ขอบคุณนายกฯเพื่อนรักของพวกเราทุกคน ผมคิดอยู่เสมอว่าสมัยของตู่ สมัยที่พวกเราร่วมมือร่วมใจกัน ต้องทำให้บ้านเมืองสามัคคีกลับมาให้ได้ ผมเชื่อมือนายกฯและพวกเราทุกคน ที่ทำงานให้ชาติบ้านเมืองด้วยความจงรักภักดี ด้วยความเสียสละเห็นแก่ความสุขคนไทย พวกเราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้เกิดความสำเร็จ ถ้ามีอุปสรรคไม่ว่าเล็กใหญ่ ยากง่าย ขอให้นายกฯสบายใจว่าพวกเรา กองทัพ และประชาชนจะสนับสนุนและให้กำลังใจแก่นายกฯ และพวกเราทุกคน

“ตู่เดี๋ยวนี้ป๋าอายุเยอะแล้ว อยากช่วยตู่เท่าที่สามารถจะช่วยได้ คือเวลาคุยกับใครก็บอกเขาว่าทำไมตู่ต้องเป็นนายกฯให้เหนื่อยเปล่าๆ ทำไมป้อม (พล.อ.ประวิตร) ต้องมาช่วยน้องชาย ทำไมเจี๊ยบ (พล.อ.ธนะศักดิ์) ถึงต้องมาช่วยเพื่อน เพราะพวกเราเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องเข้ามาในสถานการณ์เช่นนี้ ที่พูดวันนี้ไม่ได้หมายความว่าเราทำเพื่อใคร แต่เราทำเพื่อไทย เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอให้ตู่มั่นใจว่าพวกทหารแก่ๆอย่างเราจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ตู่สามารถบรรลุภารกิจอันยิ่งใหญ่ของชาติให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องทำต่อไปจนได้ ต้องทำให้จงได้” พล.อ.เปรมกล่าว

เชียร์ “นายกฯตู่” ให้ทุกอย่างสำเร็จ

พล.อ.เปรมกล่าวต่อว่า หากมีอุปสรรคก็ต้องแก้ให้ได้ และหวังพวกเราจงเข้าใจว่าเป็นโอกาสที่ดี ไม่ใช่ดีสำหรับตู่ หรือของใคร แต่เป็นโอกาสของคนไทยและโอกาสของพวกเราที่จะช่วยให้เกิดความรักสามัคคีให้บ้านเมือง “ที่พูดว่าป๋าแก่แล้ว คงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่จะช่วยอยู่เป็นกำลังใจให้ตู่ และพวกเราทุกคน เชื่อว่าตู่จะต้องทำสำเร็จ และหวังว่าจะทำความเข้าใจประชาชนให้เกิดความสำเร็จ และความรักความสามัคคีจะต้องกลับมา ขอขอบใจทุกคน และขอให้ตู่สบายใจว่า พวกเราเชียร์เป็นกำลังใจและจะทำทุกอย่างที่จะทำให้ตู่นำความผาสุกมาให้ประชาชนชาวไทยให้ได้ ขอให้โชคดีและมีความสุข ขอบใจมาก”

จวกสื่อตัวดีชอบเสี้ยมทะเลาะกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้แนะนำ ครม.ที่มาร่วมอวยพรให้ พล.อ.เปรม ทราบอย่างเป็นกันเอง โดย พล.อ.เปรมได้กล่าวทักทาย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ว่า “ต๊อกยังคงตัวเล็กเหมือนเดิม” นายกฯจึงกล่าวตอบว่า “ยิ่งอยู่ยิ่งเตี้ย แต่พี่ป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ตัวใหญ่ขึ้น” จากนั้นได้แนะนำ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ พล.อ.เปรมรู้จักพร้อมกล่าวติดตลกว่า “ไม่รู้จะอยู่ครบวาระหรือเปล่า เพราะยังเด็กอยู่เลย” ก่อนจะฟ้อง พล.อ.เปรมว่า “สื่อนะตัวดี พวกนี้เชียร์ทหารหมด แต่เชียร์ไปเชียร์มาก็ทำร้ายเขา แต่เราก็ให้กำลังใจน้องๆในกองทัพทุกคน ว่าตั้งใจทำงานดีทุกคนครับป๋า” พร้อมกวักมือเรียก พล.อ.ประวิตร เข้ามาคุยกับ พล.อ.เปรมใกล้ๆ โดยกล่าวตัดพ้อสื่อมวลชนว่า ชอบทำให้เราทะเลาะกัน เราไม่มีทะเลาะกันชาติหน้าก็ไม่ทะเลาะ พร้อมหันไปหัวเราะกันทั้ง 3 คน จากนั้น พล.อ.เปรมได้เชิญรองนายกฯ ทั้งหมดเข้าไปพูดคุยกันภายในบ้านเป็นการส่วนตัวประมาณ 20 นาที

“ป๋าเปรม” ขอสื่อเป็นกลางเพื่อชาติ

จากนั้นคณะผู้สื่อข่าวสายทหารได้เข้าอวยพรและมอบพวงมาลัยให้ พล.อ.เปรม ก่อนที่ พล.อ.เปรมกล่าวว่า “ขอบคุณทุกคนที่มา ขอให้ทุกคนทำภารกิจให้สำเร็จเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ขอให้ทุกคนเป็นกลาง ไม่มีฝ่าย มีฝ่ายเดียวคือฝ่ายคนไทย วันนี้ดีใจที่ได้พบกันหวังว่าคงได้พบกันอีกหลายปี ขอให้ทุกคนเป็นผู้สื่อข่าวที่เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ ขอให้มีแต่ความสุข อายุยืนๆเท่ากัน”

พล.อ.เปรมยังกล่าวถึงการแสดงดนตรี 96 ปี รักษ์เพลงรักแผ่นดินที่ผ่านมาว่า “เราได้บอกกับ อ๊อด คีรีบูน ว่าให้เอาเสื้อเราไปใส่เถอะ เพราะเราจะเกษียณแล้ว ปีหน้าจะไม่ร้องเพลงแล้ว แต่จะเขียนเพลงให้เขาร้อง ซึ่งเรื่องเพลงก็ยังเล่นอยู่ แต่ว่าการแสดงคอนเสิร์ตจะต้องมีการซักซ้อม ซึ่งค่อนข้างจะเกินกว่าคนแก่อย่างผมจะทำ” ผู้สื่อข่าวถามถึงการพูดคุยกับนายกฯว่าได้ฝากอะไรถึงสถานการณ์ระเบิดในภาคใต้หรือไม่ พล.อ.เปรมหันกลับมากล่าวสั้นๆว่า “ไม่บอก” พร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดีและเดินเข้าบ้านไป

“บวรศักดิ์” แนะปฏิรูปลดเหลื่อมล้ำ

วันเดียวกัน ที่สถาบันพระปกเกล้า มีการจัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “การพัฒนาด้านการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน สถาบันพระปกเกล้า กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “พลังประชาชนและประชาสังคมในการปฏิรูปประเทศ” ว่า เป้าหมายของการปฏิรูปคือ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดความขัดแย้ง ส่วนกระบวนการปฏิรูปต้องปฏิรูปจากบนลงล่างเหมือนในขณะนี้ที่คิดไม่ออกบอกไม่ถูกก็จะใช้มาตรา 44 แก้ปัญหา ดังนั้น การปฏิรูปควรลดความเหลื่อมล้ำก่อนโดยไม่ไปแตะเรื่องการเมือง เพราะจะคุยกันไม่จบอย่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงแม้จะผ่านการทำประชามติไปแล้วแต่ก็ยังทะเลาะกันตีความคำถามพ่วงไม่จบ

“วรชัย” ซัด ป.ป.ช.ก้าวล่วงนิติบัญญัติ

อีกเรื่อง นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ปรึกษากับ 40 อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และทีมทนายความ หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งอนุกรรมการสอบสวนเอาผิด กรณีลงมติออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการทำหน้าที่ ส.ส.และทำตามรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจพวกตนเสนอญัตติ หาก ส.ส. 20 คน เข้าชื่อเสนอญัตติ ถ้าสภาฯไม่รับก็ตกไป แต่เมื่อสภาฯรับก็ถือเป็นขั้นตอนของสภาฯ ดังนั้น การที่ ป.ป.ช.ขยายขอบเขตอำนาจตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ ถามว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อีกทั้งสถานการณ์ประเทศขณะนั้นต้องการความปรองดอง ตนจึงเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนทุกสี ทุกฝ่าย ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น จึงไม่ยอมรับกับการที่ ป.ป.ช.ตั้งข้อหาพวกเรา

แฉเรียกค่าเสียหายจีทูจีไม่คืบ

อีกด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีการเรียกค่าเสียหาย 20,000 ล้านบาท ในคดีการระบายข้าวแบบจีทูจี จำนวน 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน จากนักการเมืองและข้าราชการ 6 ราย ตามหนังสือบังคับทางปกครอง ซึ่งประชาชนเข้าใจว่ามีการลงนามตามขั้นตอนแล้ว แต่เอาเข้าจริงยังไม่คืบหน้า จนถึงขณะนี้เรื่องยังคาราคาซังอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ โดย รมว.พาณิชย์ไม่ได้ลงนามหนังสือบังคับทางปกครอง สร้างความเข้าใจผิดมาตลอดว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงอยากเรียกร้องนายกรัฐมนตรีว่า ในเมื่อรัฐบาลมีเจตนาแก้ปัญหาการทุจริต ซึ่งเรื่องการระบายข้าวแบบจีทูจีก็อยู่ในความหวังของประชาชน ดังนั้น การมอบหมายให้ รมว.พาณิชย์ดำเนินการ แต่ถ้า รมว.ไม่กล้า นายกฯก็น่าจะเปลี่ยนเอาคนที่มีความกล้ามาทำงานแทน

เปิดสำนวน “สุกำพล” ล้วงโผทหาร

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุมเพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่งในข้อหาก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล โดยใช้สถานะหรือตำแหน่งเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงโดยมิชอบ โดย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงเปิดสำนวน ว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค.55 พล.อ.อ.สุกำพล นำ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุน พล.อ.ทนงศักดิ์เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จึงชี้ให้เห็นเจตนาว่า พล.อ.อ.สุกำพลใช้ตำแหน่งเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงในหน้าที่ของข้าราชการ จึงสมควรถูกถอดถอนและตัดสิทธิ์การดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

“บิ๊กโอ๋” ยันยึดตามข้อบังคับเป๊ะ

ขณะที่ พล.อ.อ.สุกำพลแถลงคัดค้านว่า การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลในวาระ ต.ค.2555 ยึดตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกลาโหม และข้อบังคับกระทรวงกลาโหม โดยให้หน่วยขึ้นตรงส่งรายชื่อนายทหารที่จะโยกย้ายมาที่สำนักงานปลัดกลาโหมภายในวันที่ 15 ส.ค. แต่เมื่อถึงกำหนดไม่มีหน่วยไหนส่งรายชื่อมา ตนจึงต้องตัดสินใจเพราะวาระการแต่งตั้งโยกย้ายในเดือน ส.ค.น่าจะไม่เสร็จทันตามกำหนด เพื่อส่งให้สำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการ ยืนยันว่าการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมที่ครบองค์ประชุม ส่วนที่กล่าวหาที่ว่าตนพา พล.อ.ทนงศักดิ์ กับ พล.อ.อ.ประจินไปพบนายกฯ เพราะอยากรู้จักเท่านั้น ไม่ได้ปิดบังอะไรนักข่าวเห็นหมด และนายกฯไม่ได้พูดถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย

สนช.กัดฟันรับ ส.ว.ซดแห้ว ชงชื่อนายกฯ “สมชาย” ยัง ไม่ยอมแพ้ขอสู้ต่อในศาล รธน. “มีชัย” ยัน กรธ.-สนช.ไร้ปัญหา ร่วมทำ ก.ม. ลูก 10 ฉบับราบรื่น ตอกย้ำ ส.ส.เท่านั้นที่มีสิทธิเสนอ พท.วอนเปิดช่องแก้ รธน.บ้าง ซัดเพิ่มโควตา สนช.อีก 30 26 ส.ค. 2559 03:48 ไทยรัฐ