วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สวยแนววัยรุ่นชอบ! เปิดโปรไฟล์ เนี๊ยบ-ฐฤณณรัตน์ ทายาท Waterside Resort

หากใครได้มีโอกาสแวะไปแยกเกษตรนวมินทร์ตัดใหม่ ย่านเลียบทางด่วนรามอินทราอยู่บ่อยครั้ง จะเห็นได้ว่าแถวนั้นมีร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ มากมาย ซึ่งหนึ่งในร้านอาหารที่ขึ้นทำเนียบติดท็อปอันดับต้นๆ ที่คนไปมากที่สุด เล่นเอาที่จอดรถเต็มตั้งแต่หัววัน ก็เป็นร้าน Waterside Resort Restaurant ธุรกิจครอบครัวของเซเลบฯ สาวมั่น ‘เนี๊ยบ-ฐฤณณรัตน์ เดชะทวีวัฒน์’ ที่เปิดมานานถึง 13 ปี ด้วยชื่อร้านที่ติดหู และรสชาติอาหารที่อร่อยเว่อร์ ทำให้คนต่างต่อคิวรอกันแน่นเลยทีเดียว (โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์)

ล่าสุด ไฮโซโปรไฟล์ ได้เจอเธอโดยบังเอิญในงานเปิดตัวนิทรรศการผลงานอาร์ตสุดอลังการ ‘KAWS:BFF (คอวส์ : บีเอฟเอฟ)’ แน่นอนว่า เราไม่พลาดคว้าตัวเธอมาล้วงธุรกิจของครอบครัว ธุรกิจสปาส่วนตัว ตลอดจนไลฟ์สไตล์ชิลๆ มาให้ทำความรู้จักกันมากขึ้น การตอบแบบฉะฉานมั่นใจบวกกับหน้าตาสวยเด่นทำเอาละสายตาจากเธอไม่ได้เลยจริงๆ !

ที่มานิกเนม : เป็นลูกสาวคนโต คุณพ่อคุณแม่เลยอยากให้เนี๊ยบ
อายุ : 23 ปี
วันเกิด : 9 ก.พ. 2536
ส่วนสูง-น้ำหนัก : 165 ซม.-47 กก.
พี่น้อง : มีน้อง 2 คน
การศึกษา : ป.ตรี มหาวิทยาลัยนานาชาติมหิดล สาขาการโรงแรม
อาชีพปัจจุบัน : ช่วยธุรกิจที่บ้าน ทำการตลาดให้ร้าน Waterside Resort Restaurant และบริหารสถาบันดูแลผิว-ความงาม Noelle Beauty งามวงศ์วาน
อาหารที่ชอบ : ขนมจีนน้ำเงี้ยว
ที่เที่ยวสุดโปรด : เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น
คติประจำใจ : Live like you only live once
สิ่งที่คาดหวังในอนาคต : เรียนจบโท และกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน
อินสตาแกรม : nieabtrinn
เฟซบุ๊ก : Trinnarat Dechathaweewat

ธุรกิจร้านอาหารได้เข้าไปช่วยในส่วนไหน
ธุรกิจนี้คุณแม่เป็นคนสตาร์ตเริ่มทำขึ้นมา ตั้งแต่เด็กๆ เราจะไปคลุกคลีช่วยดูแลลูกค้า โต๊ะไหนมีปัญหาหรือขาดเหลืออะไรไหม เราก็ไปเทคแคร์เขา ซึ่งส่วนตัวเป็นคนชื่นชอบงานบริการอยู่แล้ว พอโตขึ้นเริ่มเรียนมหา’ลัย เราก็เปลี่ยนมาช่วยด้านการตลาด-พีอาร์ เริ่มทำการตลาดในเว็บ ค่อยๆ ทำเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

ถามว่าอนาคตจะรับช่วงต่อจากคุณพ่อคุณแม่ไหม เอาตรงๆ เรายังไม่ได้คิดขนาดนั้น เพราะตอนนี้พวกท่านก็ยังค่อนข้างหนุ่มสาวกันมาก ยังทำงานไหวอยู่ แล้วก็ยังรักที่จะทำงานบริหารด้วยตัวเองมากกว่า ถ้าเราต้องรับช่วงต่อจริงๆ ก็คิดว่าคงเป็นหลังเรียนจบปริญญาโท สาขา Digital Marketing ด้วยความที่วุฒิประสบการณ์เรายังน้อย บอกตรงๆ เรายังไม่อยากดูแลงานบริหารตอนนี้ อีกอย่างธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร

ประสบการณ์การทำงาน
เราได้ประสบการณ์เยอะนะ ถึงจะเป็นธุรกิจของครอบครัวก็ตามแต่ คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ตัดสินใจในส่วนที่เราได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ มันเลยทำให้เราได้เรียนรู้ และมีโอกาสได้ทำงานจริงๆ ตลอดจนเรียนรู้จากข้อผิดพลาดต่างๆ เช่นว่า ทำแบบนี้มันผิด คราวหน้าเราก็ไม่ทำแล้ว หรือรู้ว่าพูดแบบนี้ไปมันไม่ดี คุมลูกน้องแบบนี้ไม่ได้ คราวหน้าเราก็จะเปลี่ยนวิธีการพูด Treat ลูกน้องใหม่ ทุกวันที่เรามาช่วยทำงานมันเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า

ครอบครัวฟิกไหมว่าต้องรับช่วงต่อธุรกิจที่บ้าน
เอาจริงๆ เขาไม่บังคับ หรือวางกรอบให้เราเลยนะ เขาเลี้ยงเรามาแบบฟรีสไตล์มากตั้งแต่เด็กจนโต เหมือนเขาแค่เป็นไกด์แล้วให้เราเดิน จะซ้ายจะขวาจะตรง เขาจะบอกเรา แต่ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเลี้ยวนะ จะต้องเดินทางนี้นะ ฉะนั้นเรื่องธุรกิจเขาเลยไม่ได้มีแพลนว่า เราจะต้องมารับช่วงต่ออะไร เขาอยากให้เราทำในสิ่งที่รักที่ชอบมากกว่า อย่างไรก็ตามแต่ ถ้าเราต้องทำธุรกิจร้านอาหาร เราอยากจะทำเป็นธุรกิจของตัวเองเลย คืออาจจะแตกย่อยสาขาออกมาเอง หรือไม่ก็แตกธุรกิจออกไปในรูปแบบอื่น แต่ยังคงกิมมิกคล้ายๆ กัน

เปิดธุรกิจสปา-ความงาม Noelle Beauty Point
ธุรกิจนี้เป็นของเราเอง เปิดมาได้ประมาณ 4-5 ปีแล้ว อยู่ตรงงามวงศ์วาน จุดเริ่มต้นมาจากส่วนตัวได้ไปใช้บริการร้าน Noelle มานานหลายปี แล้วรู้สึกชื่นชอบทั้งผลิตภัณฑ์ การบริการ กิมมิกน่ารักๆ และไอเดียการตกแต่งร้าน ร้านนี้แตกต่างจากร้านอื่นๆ ตรงที่มันไม่ใช่คลินิกทำผิว แต่มันคือสปาจริงๆ ที่ช่วยทำให้ผิวหน้า-ผิวตัวดีขึ้น เนียนใสขึ้น

ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็กๆ เราจะเป็นคนค่อนข้างมีสิวเยอะมากที่ใบหน้า ซึ่งพอเรามีโอกาสได้ลองมาใช้บริการที่นี่ครั้งแรก เราก็รู้สึกแบบ เห้ยย !! มันสามารถเปลี่ยนแปลงผิวเราได้จริงๆ จากที่มีสิวเยอะ มีผดผื่นขึ้นเต็มหน้า จนตอนนี้หน้าเนียนใสขึ้น และผิวกายก็ขาวใสขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก พอเราได้ทำเรื่อยๆ คือมันเห็นผลกับตัวเอง และมันก็มีความปลอดภัยมากกว่าการเข้าคลินิก หรือการฉีดผิวที่ไม่รู้จบสิ้น เราก็เลยเชื่อ และมีความสนใจที่จะซื้อแฟรนไชส์มาทำเป็นธุรกิจของตัวเอง ตอนแรกๆ ยอมรับเลยว่ามันเป็นเรื่องยาก และท้าทาย เพราะเราไม่มีความรู้เรื่องบริหาร หรือเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรมาก่อนเลย

ฟีคแบ็กเป็นยังไงบ้างพอเปิดตลาดของตัวเองแรกๆ
ค่อนข้างประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งนะ อย่างในไอจีตอนนี้เราก็พยายามโปรโมตเรื่อยๆ เชื่อมโยงธุรกิจให้มัน Connect แล้วก็มีพาเพื่อนๆ ดารามาทำบ้างให้เขาช่วยโปรโมทอีกต่อหนึ่ง ถามว่าธุรกิจเรามีความโดดเด่นยังไงที่จะดึงดูดลูกค้า เราว่าสิ่งที่แตกต่างจากทั่วๆ ไป ก็คือ มันไม่ใช่คลินิก อย่างที่บอกว่ามันเป็นสปาให้คุณได้ผ่อนคลายผิว-ดูแลผิว หรือจะมาขัดผิวนวดหน้าก็ย่อมได้

จับทาร์เก็ตกลุ่มลูกค้ายังไงบ้าง
แน่นอนว่า ต้องเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ที่รักสวยรักงาม หันมาใส่ใจดูแลตัวเอง มีเวลาว่างอยากดูแลตัวเอง และไม่อยากที่จะใช้วิธีการฉีด หรือทำเลเซอร์ตามคลินิก ทว่าอยากดูแลบำรุงผิวจากภายใน ซึ่งสปาของเราจะเป็นการนำอะไรในสมัยเก่าที่เขาเห็นกันว่าดีมาพัฒนาให้เป็นสมัยใหม่ และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่

เรามีหลายแพ็กเกจดูแลผิวให้ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเจ้าสาว หรือเตรียมตัวไปงานอีเวนท์ เราก็สามารถทำให้ผิวของคุณเฉิดฉายออร่าพุ่งได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง มีดาราหลายคนชอบมาทำผิวที่ร้านอยู่บ่อยๆ เพราะมาแล้วเขาติดใจ เห็นผลลัพธ์ในทันที อย่างคอร์สขัดผิว พอสัมผัสปุ๊ปก็รู้เลยว่าผิวเนียนขึ้นมาก มันเห็นผลจริงๆ และรวดเร็วมากกว่าการฉีดซะอีก เพราะการฉีดต้องฉีดหลายครั้ง และเรื่อยๆ กว่าจะเห็นผล อีกทั้งขั้นตอนทรีทเมนท์ เราใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ในการทำผิว มันมีหลายขั้นตอน ฉะนั้นคุณจะเห็นได้เลยว่า พอออกมาผิวเนียนใสขึ้นจริงๆ พร้อมออกงานอย่างมั่นใจ

สปาคอร์สไหนที่มีคนรีเควสมากที่สุด
เป็น Full Course จัดเต็มออฟชั่นใช้เวลา 3 ชม. คือ Anna Glow อันนี้คนชอบมาทำกันเยอะมาก และเห็นผลไวมาก พอทำปั๊บผิวเนียนใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนตัวคิดว่ามันคุ้มค่ากับเวลา 3 ชม. มากนะ ทำประมาณ 20 กว่าขั้นตอน เห็นผลเร็ว และราคาไม่แพงเลย

เมื่อไรที่เริ่มรู้สึกอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ
อาจเพราะเราโตมากับธุรกิจที่บ้าน อย่างร้านอาหารตอนนี้เปิดมาได้ 13 ปีแล้ว มันก็เหมือนเราซึมซับเรื่อยๆ เห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ทำงานเลิกดึกทุกวัน เห็นว่าเขามีวิธีบริหารจัดการยังไง วางแผนงาน หรือ Treat งานลูกน้องยังไง มันไม่มีจุดเปลี่ยนนะ แต่มันเป็นการที่เราซึมซับมันมาเรื่อยๆ ตลอดทุกวันๆ เห็นอะไรที่พอจะแบ่งเบาช่วยเหลือได้ เราก็ทำ ไม่ใช่ว่าเราจะมานั่งเล่นทุกๆ วัน เราเห็นมาตั้งแต่เด็กว่า ทุกคนมีงานต้องทำ ฉะนั้นเราไปก็ต้องทำตัวเองให้มีประโยชน์ด้วย และนั่นคงเป็น Passion ที่ทำให้เราอยากมีธุรกิจของตัวเองบ้าง ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดที่จะนำพาธุรกิจให้ก้าวหน้า อันนี้คุณพ่อคุณแม่พร่ำสอนมาตลอด ก็คือ เราต้องมีวินัยกับตัวเอง เรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ลูกน้องเคารพ และปฏิบัติตาม เราเป็นหัวหน้าก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ปฏิบัติเป็นตัวอย่าง

เริ่มคิดทำธุรกิจตั้งแต่เด็กๆ มีเวลาว่างชิลๆ บ้างรึเปล่า
มีแน่นอน เพราะยังไงเราก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ มันก็ต้องมีเวลาให้ตัวเองบ้าง ว่างๆ จากการช่วยงานที่บ้าน เราจะไปออกกำลังกาย ฟิตเนสบ้าง เราชอบไปปั่นจักรยาน ไปต่อยมวย มันเพลินดี ตอนนี้เราบ้าออกกำลังกายมากเลย (หัวเราะร่า) เพราะเรารู้สึกว่าที่ผ่านมาได้ใช้ชีวิตไปคุ้มมาก ไม่ค่อยได้มีเวลาดูแลตัวเองจริงจัง พอได้มาออกแล้วเราก็รู้สึกดีขึ้นกับหุ่นตัวเอง หรือไม่ถ้ามีเวลาหน่อย เราก็จะไปถ่ายรูปเล่น เราเป็นคนชอบถ่ายรูปมาก ไปไหนเป็นต้องพกกล้องติดตัวด้วยตลอด

การแต่งตัวสไตล์ ‘เนี๊ยบ’ สาวแนวสุดมั่น
เราชอบแต่งตัวแบบเรียบเท่ ง่ายๆ ด้วยสีเรียบๆ อย่าง สีดำ สีเทา สีทอง สีเงิน ที่บ้านจะมีเยอะมากๆ สังเกตได้ว่า เราไม่ใส่กระโปรงนะ เราไม่ชอบเลย จะใส่แต่กางเกงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นยีนส์ หรือกางเกงขาม้า เอาสูงเอวต่ำได้หมด ใส่กับเกาะอกบ้าง สายเดี่ยวบ้าง หรือคลุมทับด้วยสูทบ้างตามโอกาส แต่อย่างวันสบายๆ ที่ไม่ต้องออกงานเราจะแต่งตัวน้อยหน่อย แค่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แมตช์กับสนีกเกอร์เก๋ๆ สักคู่ก็อยู่แล้ว หรืออย่างช่วงนี้ที่เราออกกำลังกายบ่อยก็จะเน้นชุดออกกำลังกายเยอะ เราว่ามันก็สบายดีนะ ชิลดีอ่ะ !

บุคลิกฯ นิสัยส่วนตัวคิดว่าเป็นคนยังไง
เป็นคนมั่นใจ เวลาพูดก็มั่นใจ สายตานี่จะจริงจังมาก แต่ลึกๆ เราแอบขี้สงสารคนนะ แบบเวลาเพื่อนโทรมาทะเลาะกับแฟน พอเราฟังแล้วก็จะเห้ย !! แฟนน่าสงสารอ่ะ จะมีเบี่ยงเบนบ้าง (หัวเราะร่า) เป็นคนติดหรูไหม ? ไม่เลยนะ เราว่าตัวเองเป็นคนง่ายๆ ทุกคนมองเราจากภายนอกแล้วตัดสินว่า เราเป็นคนติดหรูติดแบรนด์ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเพียงสิ่งที่เราต้องใช้ในการเข้าสังคมเท่านั้น อย่างมางานอีเวนต์ถ้าแต่งตัวปอนๆ มา มันก็ดูเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของงาน ฉะนั้นมันก็จำเป็นที่เราจะต้องมีแบรนด์ติดตัวบ้าง ถ้าเราไม่มีอีเวนต์ชิลๆ ของเราไป เราก็จะแต่งตัวง่ายๆ กินอยู่ง่ายๆ ไลฟ์สไตล์จริงๆ แล้วเราเป็นคนใช้ชีวิตง่ายมากนะ ด้วยความที่เราโตมากับอะไรที่มันง่ายๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ปลูกฝังให้เราเป็นคนง่ายๆ มาตลอด ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร ทานอาหารข้างทางก็ยังได้ อยู่ได้ทุกที่ ไม่จำเป็นต้องเที่ยวห้างฯ หรือทานอาหารตามร้านดังๆ เสมอไป

แหล่งช็อปปิ้งสุดโปรด
(หัวเราะ) ช็อปฯ ในออนไลน์นี่แหละ ง่ายดี ช็อปฯ ค่อนข้างเยอะเลย อย่างที่บอกว่าเราไม่ติดว่าเสื้อผ้าจะต้องเป็นแบรนด์อะไร ราคาเท่าไหร่ ฉะนั้นเราเห็นว่าตัวนี้ถูกสวยดี เราใส่แล้วสวย หรือแมตช์เข้ากับตัวอื่นได้แนวๆ เราก็ซื้อเลย เราชอบหยิบเสื้อผ้ามามิกซ์แมตช์กันให้มันเป็นสไตล์ของเราเอง

สเปกหนุ่มในอุดมคติ
ง่ายมากเลย อยากได้แฟนที่เป็นเหมือนคุณพ่อ เป็นคนที่อบอุ่น น่ารัก ใจดี คิดอะไรเผื่อทุกคนเสมอ และที่สำคัญคือเป็นคนทำงาน เราชอบผู้ชายทำงาน รู้จักทำมาหากิน เพราะตั้งแต่เด็กๆ เราเป็นคนทำงานเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องรวย-โปรไฟล์เพอร์เฟกต์เลิศหรูอะไร แต่แค่รู้จักทำงาน และดูแลเราได้ก็พอ ทำงานใช้เงินตัวเองจะได้รู้คุณค่า เราไม่โอเคกับผู้ชายที่โตมาแบบสบาย ทำอะไรไม่เป็นเลย แบบแค่เปลี่ยนหลอดไฟยังทำไม่ได้ ยิ่งไม่ทำงาน-ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ผู้ชายแบบนี้จะอยู่กับเราไม่ได้เลย (หัวเราะ) คุณพ่อคุณแม่ฟิกไหมอยากได้ลูกเขยแบบไหน ? ไม่มีเลยนะ เขาขอแค่เป็นคนดี ไม่กินเหล้า เมายาเละเทะ และเป็นคนตั้งใจทำงานก็พอ เรื่องความรักท่านค่อนข้างให้อิสระกับเราในการเลือกเต็มที่

ถามว่าตอนนี้มีคนรู้ใจแล้วรึยัง ก็มีคุยๆ อยู่เหมือนกัน กำลังอยู่ในช่วง Complicated ยังสับสนอยู่ (หัวเราะ) เพราะกับคนนี้เป็นการคบกันแบบคบๆ เลิกๆ ฉะนั้นในอนาคตมันยังตอบอะไรไม่ได้มาก เอาแน่เอานอนไม่ได้ ก็ปล่อยให้มันเป็นไปดูกันไปเรื่อยๆ ดีกว่า ตัวเราเองก็ไม่ได้รีบร้อนด้วย แต่เอาตามความฝันเราจริงๆ ที่คิดไว้ เราก็อยากแต่งงานตอนอายุ 28 นะ มีลูกสัก 29-30 ไม่เกินนี้ เราอยากเป็นคุณแม่ที่ยังดูสวยอยู่

สเต็ปต่อไปในอนาคต
เราไม่ได้คาดหวังอะไรเยอะเลย แค่ทำธุรกิจอะไรที่สามารถดูแล-เลี้ยงคุณพ่อคุณแม่ได้ในตอนที่เขาอายุเยอะแล้ว สามารถพาเขาไปเที่ยวได้อย่างสุขสบาย ทำให้เขามีความสุขอย่างที่เคยเลี้ยงดูเรามาเท่านั้นเอง เราไม่มีความฝันอะไรเลยจริงๆ ไม่ต้องรวยมาก แค่มีเงิน-มีแรง พาเขาไปเที่ยวที่อยากไป ดูแลเขาเหมือนอย่างที่เขาดูแลเราก็พอแล้ว

สำหรับอนาคตอันใกล้แพลนเรียนต่อโท ตอนนี้ก็เริ่มเรียน Take Course เพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อแล้ว แล้วเราก็มีแพลนที่จะเรียนภาษาจีนปีหน้า (ม.ค.-มิ.ย.) อันนี้เป็นแพลนคร่าวๆ นะ ถ้ามีโอกาสไปเรียนภาษาจีน แล้วค่อยไปต่อโทเดือนกันยายนที่ประเทศอังกฤษ 1 ใบ จากนั้นก็ว่าจะไปคว้าโทอีก 1 ใบที่สหรัฐอเมริกา

หากใครได้มีโอกาสแวะไปแยกเกษตรนวมินทร์ตัดใหม่ ย่านเลียบทางด่วนรามอินทราอยู่บ่อยครั้ง จะเห็นได้ว่าแถวนั้นมีร้านอาหารอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ มากมาย ซึ่งหนึ่งในร้านอาหารที่ขึ้นทำเนียบติดท็อปอันดับต้นๆ ที่คนไปมากที่สุด เล่นเอาที่จอดรถ 25 ส.ค. 2559 11:58 ไทยรัฐ