วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ที่มาของนายกฯคนนอก ต้องยึด ม.272 เป็นหลัก

โดย ซูม

เมื่อวานนี้ ข้อเขียนของผมในกรอบแรกที่พิมพ์ล่วงหน้าสำหรับต่างจังหวัดไกลๆและมีจำหน่ายบ้างใน กทม. และปริมณฑล มีข้อผิดพลาดที่สมควรแก้ไขอยู่ท่อนหนึ่งครับ

แม้ผมจะตัดออกไปแล้วในการพิมพ์กรอบหลัง ซึ่งจะทำให้ท่านผู้อ่านใน กทม.และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียงบางจังหวัดไม่ทราบถึงข้อบกพร่องที่ว่านี้

แต่เนื่องจากผู้อ่านในฉบับล่วงหน้าและในต่างจังหวัดไกลๆก็มีจำนวนมาก ผมจึงขออนุญาตเขียนชี้แจงไว้ด้วยในวันนี้ ข้อผิดพลาดที่ผมเขียนไว้ในกรอบแรกเมื่อวานนี้ ก็คือประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตว่าผู้ขันอาสาจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้ง ไม่น่าจะเรียกว่า “คนนอก” ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

เพราะในร่างรัฐธรรมนูญเขียนว่า พรรคการเมืองต่างๆที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง จะต้องแจ้งชื่อผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแก่ กกต.รวม 3 ชื่อ และต้องมีความยินยอมของท่านที่ถูกแจ้งชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร

แสดงว่าใครจะขันอาสามาเป็นนายกฯ ต้องแสดงความจำนงไว้แล้ว มีรายชื่อให้ประชาชนที่จะไปใช้สิทธิใช้เสียงได้ทราบอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะเป็นคนนอกแบบป๋าเปรมที่ไม่ต้องแจ้งชื่อแต่อย่างใด

ปรากฏว่าผมมึนไปหน่อยครับ เพราะลืมไปว่ามาตรา 272 ในบทเฉพาะกาล เขาสรุปให้ทำได้คือไม่ต้องเสนอคนที่แจ้งชื่อไว้ก็ได้ หากมีเงื่อนไขต่างๆเกิดขึ้นดังรายละเอียดต่อไปนี้

“ในวาระเริ่มแรก เมื่อมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 268 แล้ว หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี จากผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่นักการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้น เพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88

ในกรณีเช่นนั้นให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้

ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตามมาตรา 159 ต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้”

จากที่ผมคัดลอกมาทั้งหมดนี้จะเห็นว่าที่ผมตั้งข้อสังเกตไว้ใน กรอบแรกเมื่อวานนี้ จึงไม่ถูกต้อง เพราะคนนอกร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ไม่ต้องแจ้งชื่อผ่านพรรคการเมืองก็สามารถมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้เช่นกัน... และต้องขอโทษ ท่านผู้อ่านกรอบแรกไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง

ไหนๆเมื่อยกมาตรา 272 มาแล้วก็ขอพูดถึงประเด็นที่กำลังโต้แย้งกันอยู่ในขณะนี้ว่า ในการร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมจะร่างให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่งกับ ส.ส.ได้เลยหรือไม่? เพราะได้ขอประชามติจากประชาชนมาแล้วว่าจะให้ ส.ส.กับ ส.ว.ประชุมพิจารณาเห็นชอบบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่แรก

ผมมีความเห็นว่า เราต้องให้ความสำคัญต่อร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมากกว่าคำถามพ่วง และควรจะยึดขั้นตอนตามที่เขียนไว้ในมาตรา 272 เป็นหลัก คือให้ ส.ส.เสนอชื่อก่อนเมื่อเลือกไม่ได้ค่อยประชุมรัฐสภาขอมติยกเว้นมาตรา 88

เมื่อยกเว้นได้แล้วก็ต้องให้ ส.ส.เสนออยู่ดี ตามที่มาตรา 272 ระบุไว้

ที่ประชาชนเขายอมให้ ส.ว.มาร่วมให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก ในคำถามพ่วงนั้นก็เพื่อความรวดเร็วของขั้นตอนที่จะต้องให้ท่าน ส.ว.เข้ามาร่วมเสียแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะในกรณีที่จะขอยกเว้นมาตรา 88 ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งผู้มีชื่อในบัญชีได้ดังกล่าว

คือให้ ส.ว.เข้ามาเสียเลย ส.ส.จะได้ไม่ต้องเข้าชื่อเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุม เพราะจะต้องใช้เวลาเนิ่นนานออกไปอีก

อย่าตีความมากกว่านี้เลยครับ กระแสของนายกรัฐมนตรีคนนอก กำลังดีอยู่แล้ว อย่ามาทำอะไรให้กระแสเบี่ยงเบนไปเป็นอันขาด

อย่างที่ผมบอกไว้ เมื่อวานนี้เมื่อเข้าสู่โหมดประชาธิปไตยแล้ว จะครึ่งใบ หรือเต็มใบก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะต้องเหนื่อยทุกคน เหนื่อยเหมือนที่ป๋าเปรมเคยเหนื่อย...

เพราะฉะนั้นหากประสงค์จะใช้นายกฯคนนอกต่อ จะต้องสะสมคะแนน นิยมไว้ให้ท่านเยอะๆครับ อย่าทำอะไรที่จะเป็นการทำลายคะแนนนิยม ของท่านเป็นเด็ดขาด...เพราะเมื่อช่วงเวลานั้นมาถึง ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วมาก...และการบริหารจะไม่ง่ายเหมือนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา.


“ซูม”

25 ส.ค. 2559 11:48 ไทยรัฐ