วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำถามพ่วงตอบโจทย์ คสช.

ในภาวะที่สถานการณ์ยังไม่ปกติ จึงต้องมองจากองค์รวมทางการเมืองเป็นด้านหลัก ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ คำถามพ่วง การแต่งตั้งนายทหารระดับ ผบ.เหล่าทัพ การขึ้นสู่การเป็นนายกฯล้วนอยู่ภายใต้องค์ประกอบนี้ทั้งหมด

อย่างกรณีตำแหน่ง ผบ.ทบ.ที่ข่าวล่าสุดว่ามีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่จะเป็น ผบ.ทบ.จากที่เคยเป็นตัวเต็งจ๋าๆ ซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหนก็มีความพร้อมที่สุด

ถามว่าผู้มีอำนาจอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ที่ล้วนเป็น “บูรพาพยัคฆ์” ด้วยกัน

จะพอใจหรือไม่ที่จะให้ “น้อง” อีกคนหนึ่งที่อยู่สายเดียวกันขึ้นเป็น ผบ.ทบ.

คำตอบก็คือ แน่นอนไม่ต้องสงสัยหรือไม่ต้องตอบเลยก็ได้

แต่ทำไมต้องเปลี่ยนตัวใหม่ก็มีคำตอบอย่างที่เกริ่นแต่แรกแล้วว่าต้องมองภาพรวมทางการเมืองและอำนาจที่เป็นรอยต่อนั้นด้วย

พูดง่ายๆก็คือ ความมั่นคงของ คสช.นั่นแหละ...

หรือการที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็นและไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่อย่างใด

แต่ที่ต้องทำก็เพราะจะมีการแต่งตั้ง สนช.เพิ่มเติมจำนวน 30 คน ที่อ้างเหตุว่าเนื่องจาก สนช.จะต้องออกกฎหมายอีกหลายฉบับ จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มเติม สนช.เพื่อให้ดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งๆที่จริงแล้วแม้จะเพิ่มจำนวน สนช.ก็ไม่ได้ทำให้การออกกฎหมายต่างๆเร็วขึ้นแต่อย่างใด เพราะยิ่งเพิ่มคนมากก็ยิ่งจะยุ่งยากหรือทำให้ล่าช้าก็ได้

จุดประสงค์หลักก็ต้องมองทอดไปข้างหน้าที่นายทหารส่วนหนึ่งจะต้องเกษียณอายุราชการและบรรดามีเหล่านี้ล้วนเป็นพลังสำคัญที่ค้ำจุนอำนาจ คสช.เป็นอย่างดี ความจำเป็นอย่างหนึ่งก็คือ การหาตำแหน่งแห่งหนเพื่อเป็นการรองรับ

ไม่ปล่อยให้ “ตกงาน” กลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านหรอก...

เพราะหากมองไปรอบๆแล้วจะแต่งตั้งเพิ่มในทีม คสช.ก็ไม่สามารถรองรับได้ จะให้เข้าไปเป็นรัฐมนตรีก็ไม่มีที่ว่างแล้ว เพราะจะเอาใครเข้าใครออกตอนนี้คงไม่เป็นผลดีแน่และอาจจะเกิดอาการกระเพื่อมขึ้นมาได้

สนช. 30 คนจึงน่าจะรองรับและเป็นเกียรติเป็นศรีได้ไม่มากก็น้อย

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ก็ต้องย้อนกลับไปที่ “คำถามพ่วง” ที่กำลังถกเถียงกันว่ามีอำนาจมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

ต้องไม่ลืมว่าที่มาที่ไปจนเกิดคำถามพ่วงขึ้นมานั้น เพราะเหตุใด

พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.ได้ยื่นข้อเสนอให้ กรธ.นำไปปรับแก้เพื่อสวมใส่ไปในรัฐธรรมนูญหลายข้อ

ปรากฏว่า กรธ.รับไปเพียงข้อเดียว อีกหลายส่วนทิ้งตะกร้าไป

สุดท้ายทั้ง สปท.-สนช.ได้มีความเห็นตรงกันที่จะเสนอคำถามพ่วงตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้เปิดทางโล่งเอาไว้ให้แล้วและได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชนผ่านประชามติ

วันนี้มีการถกเถียงกันว่า ส.ว. 250 คน มีหน้าที่อะไรบ้าง นอกจากเป็นกลไกที่จะควบคุมให้การปฏิรูปประเทศดำเนินการไปได้อย่างสะดวก ไม่ตกข้างทางเสียก่อน และเป็นความชอบธรรมด้วย

แต่ “เจตนารมณ์ใหญ่” ก็เพื่อให้มีอำนาจเสนอชื่อ “คนนอก” เป็นนายกฯ

การให้อำนาจ ส.ว. 250 คนร่วมโหวตกับ ส.ว.ในขยักแรกได้ เพียงแต่จะต้องเลือกบุคคลเป็นนายกฯตามบัญชีรายชื่อที่พรรค การเมืองเสนอก็ตาม

หากไม่ได้นายกฯ ก็มีขยัก 2 ที่ให้อำนาจ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯนอกบัญชี หรือคนนอกได้ ตรงนี้จึงมีความสำคัญมาก เพราะมั่นใจว่าไม่มีทางที่นายกฯจากการเสนอของ ส.ส.จะผ่านไปได้

คำตอบสุดท้ายจึงอยู่ตรงนี้...มิฉะนั้นคงไม่จำเป็นต้องมี “คำถามพ่วง” ให้ป่วยการ.


“สายล่อฟ้า”

25 ส.ค. 2559 11:04 ไทยรัฐ