วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แล้วจะไปจับใครได้ (2)

โดย สหบาท

สถานการณ์ของชุดสืบสวนคดีระเบิดที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้นึกถึงการทำงานของตำนานนักสืบคนหนึ่ง ที่ใช้ผลงานสร้างชื่อไว้อย่างมากมายจนเป็นที่ยอมรับ

โดยเฉพาะหลักการแนวทางการสืบสวนที่วางไว้ จนหลายคนเรียกว่า อาจารย์

เมื่อครั้ง พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ดำรงตำแหน่ง ผบช.น. เคยพูดถึงแนวทางการสืบสวนที่น่าสนใจ และเข้ากับสถานการณ์คดีระเบิดปัจจุบันว่า

“การเป็นนักสืบไม่มีใครเก่งคนเดียว ต้องทำงานกันเป็นทีม ทำคนเดียวไม่ได้ เชื่อผม มันไม่ได้เด็ดขาด”

“ที่ผ่านมาต้องช่วยกันคิด ช่วยกันวิเคราะห์ อันไหนก่อนหลัง”

“ดึงตำรวจที่เชี่ยวชาญเรื่องต่างๆเข้ามานั่งคิด ไม่ถือเขาถือเรา แลกเปลี่ยนรับฟังความคิดเห็นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งนายสิบ หรือจ่าที่ชำนาญพื้นที่”

เมื่อนึกย้อนไปถึงการทำงานของตำนานนักสืบท่านนี้ ตั้งแต่ช่วงผมเข้ามาทำงานใหม่ๆ ทุกครั้งที่มีคดีใหญ่จะต้องมีการตั้งศูนย์บัญชาการ เพื่อให้นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ว่า

มันมีมูลพอที่จะสืบสาวราวเรื่องต่อหรือไม่?

หลังจากนั้นจึงส่งชุดสืบสวนลงไปค้นหาข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม จนทำคดีใหญ่ๆประสบความสำเร็จมากมาย อย่างเช่นคดีเพชรซาอุฯ หรือคดี 2 แม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ ฯลฯ

ถ้าฟังจากคำที่เคยพูดไว้ นักสืบระดับตำนานท่านนี้ ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมมากกว่าพวกพ้อง!

โดยเฉพาะคดีนี้ที่มีการระเบิดสถานที่ท่องเที่ยวถึง 7 จังหวัด จนมีทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ที่แตกแยก

ตำรวจจึงเป็นกลไกสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์ ด้วยการกระชากหน้ากากของกลุ่มขบวนการและผู้ที่อยู่เบื้องหลังออกมา ไม่ว่า มันจะเป็นใคร หน้าไหน

ไม่งั้นก็ต่างโจมตีกันไป โจมตีกันมา ทำให้ชาวบ้านสับสน?

แม้แต่ตำรวจเอง ถ้าทิ้งเวลานานไป มันก็จะไปเข้าทางข้อกล่าวหาที่ว่า มีคำสั่งให้ปล่อยเกียร์ว่าง!

ถ้าวันนี้ ตำรวจไม่มีหัวที่มีความสามารถ ไม่มีความน่าเชื่อพอ ที่จะเป็น “หัวหน้าทีม” เพราะต่างคนต่างเก่ง

ผมว่า ลองไปเชิญมือสืบสวนระดับอาจารย์ทั้งหลายมาเป็นที่ปรึกษาคดีก็ได้นะ ไม่มีใครว่าหรอก...

เพราะไอ้ที่วิ่งขาขวิดกันอยู่ตอนนี้ ก็ลูกน้องเก่าทั้งนั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะยอมมาหรือเปล่านะ?

สหบาท

25 ส.ค. 2559 10:03 ไทยรัฐ