วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรธ.หักหน้า สนช. เขี่ยข้อเสนอให้ ส.ว.ชงชื่อนายกฯ ทิ้งลงคลอง

มติ "กรธ." หักหน้า "สนช." ห้าม ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ ยันแค่ร่วมโหวต เผยแก้มาตราเดียวในบทเฉพาะกาล คือ ม.272 ย้ำหลักการเพื่อให้งานบริหารราบรื่น คาดส่งศาล รธน.สัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 59 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยมี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงที่ระบุให้ในช่วง 5 ปีให้ ส.ว.มีอำนาจในการพิจารณาเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลา 4 ชั่วโมง 

จากนั้น เวลา 17.00 น. นายนรชิต สิงหเสนี พร้อม นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงผลการประชุมว่า กรธ.มีมติยืนยันตามหลักการเดิมของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ โดยให้ ส.ส.มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้เท่านั้น เพราะ ส.ส.เป็นผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา ดังนั้น ส.ส.จึงต้องมีส่วนสำคัญที่จะทำหน้าที่ในฝ่ายบริหาร แต่ขณะที่ ส.ว.มีหน้าที่ร่วมลงมติบุคคลที่จะเป็นนายกฯ เท่านั้น ในระยะเวลา 5 ปี ตามคำถามพ่วง ดังนั้น ในกรณีถ้ามีการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯ แล้ว จะต้องยืนยันตามผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ ตามมาตรา 88 และ 159 ตามหลักการเดิม แต่หากรัฐสภาไม่สามารถเลือกบุคคลได้ตามบัญชีของพรรคการเมือง จะเป็นหน้าที่ของ ส.ส.เท่านั้นที่จะปลดล็อกให้เลือกบุคคลนอกบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 โดยต้องใช้เสียง ส.ส.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 251 เสียง จาก 500 เสียงขึ้นไป เพื่อยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา เรียกประชุมเพื่อหาเสียงสมาชิกรัฐสภา 2 ใน 3 เพื่องดเว้นการเสนอชื่อนายกฯ ในบัญชี โดยยืนยันว่า ส.ส.จะเป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯ เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนในหรือคนนอก ทั้งนี้ กรธ.ยืนยันว่ามีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียว คือ มาตรา 272 ซึ่งอยู่ในบทเฉพาะกาล     

นายอุดม กล่าวต่อว่า สำหรับการจะนำบุคคลนอกบัญชีมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะสามารถทำได้ครั้งเดียว ตามมาตรา 272 วรรคสอง ดังนั้น หากสภาชุดแรกหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ยุบสภา มาตรา 272 วรรคสอง ก็จะไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป โดย ส.ว.จะมีสิทธิเห็นชอบบุคคลตามที่พรรคการเมืองเสนอตามบัญชีรายชื่อภายใน 5 ปีเท่านั้น นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ทั้งนี้ ทั้งหมดหลักการเป็นสิ่งที่ กรธ.สรุปแล้ว หลังจากนี้ กรธ.จะนัดประชุมเพื่อปรับถ้อยให้เหมาะสมก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ภายในสัปดาห์หน้า จากนี้จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ กรธ.ปรับแก้ ก็จะทำความเห็นเป็นข้อๆ ส่งมาให้ กรธ.ปรับตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำ เพื่อไม่ต้องกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญอีก หลังการปรับแก้    

เมื่อถามถึงสาเหตุที่ กรธ.ไม่สนองความต้องการของ สนช.ที่อยากให้ส.ว.มีสิทธิเสนอนายกรัฐมนตรีได้ นายนรชิต กล่าวว่า ตามหลักการสำคัญของมาตรา 159 บัญญัติขึ้นให้สอดคล้องกับหลักการแต่งตั้งนายกฯ ของประเทศที่ปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ซึ่งต้องมาจากการดำเนินการของสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. เพื่อให้การดำเนินการบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับ มาตรา 272 เป็นบทเฉพาะกาลที่ใช้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อที่ประกาศให้ประชาชนทราบ เพราะเมื่อได้รับการยกเว้นแล้วก็ต้องย้อนกลับไปให้ ส.ส.ดำเนินการต่อไป เมื่อถามต่อว่าถ้า สนช.ไม่เห็นด้วยกับสี่งที่ กรธ.ปรับแก้ จะขอยื่นเรื่องเพื่อคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายนรชิต กล่าวว่า กรธ.ไม่ได้พิจารณาช่องทางนี้ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นชอบกับสิ่งที่ กรธ.ปรับแก้ ก็พร้อมปฏิบัติตาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาในการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามคำถามพ่วงของ สนช. เบื้องต้นจะมีการแก้ไขเพียงมาตรา 272 เพียงมาตราเดียว โดยเพิ่มวรรคที่หนึ่ง โดยระบุว่า "ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่ มีรัฐสภาภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 268 การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็ นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา"

ส่วนในวรรคสองมีการปรับแก้ไขเป็น "ในวาระเริ่มแรกเมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 268 แล้ว หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88  ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี จากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้"

ต่อมา เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สโมสรรัฐสภา กรธ.ได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณคณะอนุกรรมการและสื่อมวลชน โดยมีกรรมการ กรธ. ข้าราชการ และสื่อมวลชนร่วมงาน ทั้งนี้ นายมีชัย กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า ขอบคุณในความเป็นกัลยาณมิตรของทุกคนที่ร่วมงาน และขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยเผยแพร่การทำงานของ กรธ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติ สำหรับครึ่งทางหลังที่ กรธ.ต้องเดินต่อ เราต้องอาศัยทุกภาคส่วนทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะบางเรื่องอาจต้องมีการพลิกโฉมหน้า ซึ่งเราต้องค่อยๆ พลิกดูและรับฟัง ทั้งนี้ ขอให้วางใจได้ว่า กรธ.คิดจากภาพรวมของประเทศ เพราะ กรธ.ไม่มีใครคิดเล่นการเมือง และเราก็ถูกห้าม ตนจึงยืนยันว่าเราไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับตัวเอง ซึ่งเราคิดเกี่ยวกับประเทศชาติเป็นหลัก

มติ "กรธ." หักหน้า "สนช." ห้าม ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ ยันแค่ร่วมโหวต เผยแก้มาตราเดียวในบทเฉพาะกาล คือ ม.272 ย้ำหลักการเพื่อให้งานบริหารราบรื่น คาดส่งศาล รธน.สัปดาห์หน้า 24 ส.ค. 2559 20:08 24 ส.ค. 2559 20:30 ไทยรัฐ