วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หุ้นไทยสดใส ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 7.49 จุด ดัชนีแตะ 1,547.55 จุด

หุ้นไทยสดใสปิดตลาดเพิ่มขึ้น 7.49 จุด ดัชนีแตะ 1,547.55 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 60,222.05 ล้านบาท บลจ.กสิกรไทย มองแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ช่วงครึ่งปีหลัง อาจมีข้อจำกัด หลังปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก ขณะที่ หุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดีกว่า ...

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 24 ส.ค. 59 พบว่า หุ้นไทยปิดตลาด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.49 จุด ดัชนีแตะ 1,547.55 จุด คิดเป็น 0.49% มูลค่าการซื้อขายตลอดทั้งวัน 60,222.05 ล้านบาท

สำหรับ 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุดประจำวัน ได้แก่ 1. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) 4. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

ด้าน นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีดัชนีหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติซึ่งมียอดเข้าซื้อสุทธิกว่า 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายนที่มีแรงซื้อเข้ามาค่อนข้างมาก และยังไหลเข้าต่อเนื่องภายหลังผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ เมื่อเทียบดูข้อมูล 3 ปีย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2556-2558 พบว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิออกจากตลาดหุ้นไทยกว่า 4 แสนล้านบาท จึงมองว่า หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไป เม็ดเงินลงทุนอาจมีโอกาสไหลกลับเข้ามาได้อีก และถ้าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง อาจทำให้ SET Index สามารถปรับตัวสูงขึ้น จากที่ปัจจุบันคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 1,550 จุด ในช่วงปลายปีได้

"การปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นไทยในปีนี้ นำโดยการปรับตัวของหุ้นขนาดใหญ่ เห็นได้จากดัชนี SET 50 ที่สามารถปรับตัวเอาชนะดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Index)  เนื่องมาจากฟันด์โฟลว์ที่เข้ามาซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ ประกอบกับการฟื้นตัวของราคาน้ำมันส่งผลให้หุ้นในกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการปรับตัวขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ อาจมีจำกัดเนื่องจากปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่ หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก มองว่าน่าจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ดีกว่า โดยตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ออกมา มีหุ้นขนาดกลางและเล็กหลายตัวที่มีผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ด้วยจำนวนของหุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีอยู่มากกว่า 500 ตัว ทำให้ผู้จัดการกองทุนมีโอกาสคัดเลือกหรือแสวงหาหุ้นที่มีความน่าสนใจ อาทิ หุ้นที่ยังมีมูลค่าไม่แพงแต่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี หรือหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และยังมีโอกาสปรับตัวขึ้น หรือสามารถเติบโตกลายเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในอนาคตได้ นอกจากนี้ จากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พบว่าหุ้นขนาดกลางและเล็ก สามารถให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่า SET Index อยู่ที่ประมาณ 6%" นางสาวธิดาศิริ กล่าว

สำหรับกองทุนหุ้นขนาดเล็กของ บลจ.กสิกรไทย คือ กองทุนเปิดเค Mid Small Cap หุ้นทุน (K-MIDSMALL) นั้น มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 14.50% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ซึ่งอยู่ที่ 11.03% ส่วนผลการดำเนินงานย้อนหลัง 6 เดือน ให้ผลตอบแทนที่ 23.10% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 16.56% และผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ให้ผลตอบแทนที่ 27.05% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 11.58% (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ส.ค. 2559) ส่วนกองทุนกองทุนเปิดเค Mid Small Cap หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (KMSRMF) สามารถสร้างผลดำเนินงานที่โดดเด่นเช่นเดียวกัน โดยให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน อยู่ที่ 13.29% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 11.03% และให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือน อยู่ที่ 21.83% เอาชนะเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 16.56% (ข้อมูล ณ วันที่ 19 ส.ค. 2559)

หุ้นไทยสดใสปิดตลาดเพิ่มขึ้น 7.49 จุด ดัชนีแตะ 1,547.55 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 60,222.05 ล้านบาท บลจ.กสิกรไทย มองแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ช่วงครึ่งปีหลัง อาจมีข้อจำกัด หลังปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก 24 ส.ค. 2559 17:02 24 ส.ค. 2559 18:36 ไทยรัฐ