วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่าแก๊งยุโรปตะวันออก เจาะระบบATMออมสินฉก12ล้าน เผยมีศูนย์อยู่สวิส

ธนาคารสั่งปิด3พันเครื่อง หลังพบโดนเจาะระบบ21ตู้ เผยโจรแสบมีศูนย์ที่สวิส

แบงก์ออมสินสั่งปิดตู้เอทีเอ็ม 3 พันกว่าเครื่อง เหตุถูกแก๊งโจรสมองเพชรเจาะระบบ ฉกเงินในตู้ 21 เครื่องในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ และ กทม. ได้เงินสดไปกว่า 12 ล้านบาท ผอ.แบงก์ระบุ เพิ่งเกิดครั้งแรกในเมืองไทย ธนาคารเป็นผู้เสียหายโดยตรง ไม่เกี่ยวกับยอดเงินในบัญชีฝากลูกค้า ขณะที่ “แบงก์ชาติ” สั่งแบงก์พาณิชย์รับมือ หลังรับรายงานคนร้ายไปยืนรอรับเงินหน้าตู้โดยไม่ต้องกด ส่วนแบงก์กรุงไทย กรุงเทพ กสิกรไทย ยันระบบรักษาความปลอดภัยเอทีเอ็มสุดเข้ม ด้านตำรวจจับตา 1 ใน 22 ผู้ต้องหาแก๊งดูดเงิน 90 ล้านบาท จากตู้เอทีเอ็มที่ไต้หวันที่เพิ่งถูกรวบเมื่อเดือนที่แล้ว หลังพบเคยเข้าไทย

ภายหลังเกิดเหตุแก๊งโจรคาดว่ามาจากยุโรปตะวันออก ลอบใช้โปรแกรมมัลแวร์เล่นงานระบบเอทีเอ็มของธนาคารออมสินใน กทม. และภาคใต้ ให้เงินสดไหลออกมาเองโดยอัตโนมัติ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 1-9 ส.ค. เบื้องต้นเสียหายกว่า 12 ล้านบาท โดยผู้บริหารของธนาคารออมสินได้เข้าประสานงานให้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.จัดชุดสืบสวนคดีลักทรัพย์ดังกล่าว พร้อมให้เจ้าหน้าที่ธนาคารสาขาที่เกิดเหตุเข้าแจ้งความตำรวจท้องที่เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ พล.ต.อ.ปัญญา ได้จัดชุดสืบสวนเข้าคลี่คลายคดีนี้ทันที

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 23 ส.ค. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายใช้วิธีปล่อยไวรัสเข้าไปในระบบตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสิน สาขา จ.ภูเก็ต 3 ตู้ เป็นตู้เอทีเอ็มที่คอนโทรลระบบตู้อื่นๆในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง จากนั้นจะตระเวนใช้บัตรเอทีเอ็มไปเสียบตู้เอทีเอ็มที่ถูกไวรัสคุกคาม พอปลดบัตรออกมาจะทำให้มีเงินไหลออกจากตู้เอทีเอ็มจำนวนมาก โดยก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 7, 8, 10 ก.ค.ที่ผ่านมา มีตู้เอทีเอ็ม 21 ตู้ของธนาคารออมสินใน จ.สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต จ.ชุมพร จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพมหานคร หลังคนร้ายกดบัตรเอทีเอ็มไปแล้วตู้เอทีเอ็มจะกลับสู่ระบบเดิม ทำให้ธนาคารไม่ทราบเรื่องความเสียหาย มารู้อีกทีวันที่ 1 ส.ค.ธนาคารได้ตรวจสอบไปเรื่อยๆใช้วิธีตรวจนับ พบเงินหายไป 21 ตู้ จำนวน 12 ล้านบาท ทำให้ธนาคารไม่มั่นใจ สั่งปิดตู้เอทีเอ็ม 3,000 ตู้เป็นยี่ห้อ NCR เพื่อปรับปรุงระบบแล้วประสานให้ตำรวจสืบสวน

พล.ต.อ.ปัญญากล่าวต่อว่า จากการสืบสวนพบว่าเป็นฝีมือกลุ่มยุโรปตะวันออก เคยก่อคดีช่วงเดือน ก.ค.59 ที่ประเทศไต้หวัน คนร้ายมีทั้งสิ้น 22 คน ได้เงินไป 90 ล้านบาท ตามคืนมาได้ 80 ล้าน จับกุมได้ 3 คน จากการสอบสวนพบว่า เคยก่อคดีในประเทศมาเลเซียเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งมีข้อมูลหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อคดีในไต้หวัน เดินทางเข้าออกเมืองไทยด้วย แต่ขณะนี้ได้เดินทางออกไปแล้ว กำลังตรวจสอบว่ามีหลงเหลืออยู่ในไทยหรือไม่ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนที่เห็นชาวยุโรปตะวันออก เป็นชาวรัสเซีย และยูเครน เข้ามาทำธุรกรรมอยู่ที่ตู้เอทีเอ็มนานผิดปกติ หรือกดเงินจากตู้เอทีเอ็มครั้งละมากๆ โดยคนร้ายใช้เวลากดเงินเป็นล้านบาทในเวลาแค่ 7 นาที ถ้าเห็นพฤติกรรมแบบนี้ให้แจ้งตำรวจทันที อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 ส.ค.จะเรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ขณะที่ พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก.ปอท. เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตามแกะรอยคดีคนร้ายโจรกรรมทางการเงินออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดีธนาคารออมสิน หรือธนาคารกสิกรไทย ใช้วิธีแกะรอยโดยใช้เทคโนโลยีสืบค้นหาต้นตอ เหมือนหาหลักฐานและร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนเรื่องความปลอดภัยของระบบธนาคารในประเทศ ไทย เท่าที่ทราบไม่น่าห่วง เพราะสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีระบบป้องกันการเจาะระบบแน่นหนา

“ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพ ที่เป็นอาชญากรทางออนไลน์ หรือกลุ่มแฮกเกอร์มีการพัฒนา และหาช่องทางที่อ่อนไหวของระบบสถาบันการเงินอยู่ตลอดเวลา เมื่อสบช่องโอกาสกลุ่มนี้จะโจมตีทันที อยากให้สถาบันการเงินในประเทศไทยปรับตัวและพัฒนาปิดช่องโหว่ หรือจุดอ่อนไหวให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นกว่าเก่า นอกจากนี้ฝากเตือนพี่น้องประชาชน อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือการทำธุรกรรมใดๆทางออนไลน์ ควรเก็บไว้เป็นความลับ เพราะอาจถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ได้”

วันเดียวกัน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.ธนาคารออมสิน แถลงข่าวกรณีเครื่องกดเงินสดหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารว่า ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. ได้สั่งปิดให้บริการตู้เอทีเอ็มชั่วคราวบางส่วน บางรุ่น ที่ต้องปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพใหม่ ขอยืนยันว่าเงินที่หายไปจากตู้เอทีเอ็มทั้งหมดไม่ใช่เงินสดลูกค้าไม่มีผลกระทบกับยอดเงินในบัญชีผู้ฝากเงิน จากการตรวจสอบพบว่า เงินสดเริ่มหายจากตู้เอทีเอ็มทั้งหมด 21 เครื่อง มาเป็นระยะเวลา 8 วัน ยอดเงินรวม 12,291,000 บาท โดยเงินที่หายไปจากตู้เอทีเอ็มเป็น 1 ใน 3 ยี่ห้อ ที่ธนาคารออมสินใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยตู้ยี่ห้อที่มีปัญหาคือยี่ห้อ NCR จากประเทศสกอตแลนด์ ครั้งแรกพบว่า มีเงินหายไปจากตู้เอทีเอ็ม 5 เครื่อง จำนวน 960,000 บาท ธนาคารได้ตัดสินใจปิดบริการเครื่องเอทีเอ็มยี่ห้อดังกล่าวทุกเครื่อง เพื่อสำรวจจำนวนเงินทั้งหมดร่วมกับบริษัทเจ้าของเครื่อง รวมทั้งตรวจสอบวิเคราะห์หาสาเหตุที่เกิดขึ้น จนพบยอดเงินสดที่หายไปเป็นเงินกว่า 12 ล้านบาท

ผอ.ธนาคารออมสินกล่าวต่อว่า เงินสดที่หายไปจากตู้เอทีเอ็มทั้ง 21 เครื่อง เกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ ประกอบด้วย ภูเก็ต 6 เครื่อง สุราษฎร์ธานี 4 เครื่อง ชุมพร 2 เครื่อง ประจวบคีรีขันธ์ 2 เครื่อง เพชรบุรี 2 เครื่อง และกรุงเทพฯ 5 เครื่อง ย่านถนนสุขุมวิทและถนนวิภาวดีรังสิต โดยฝ่ายบริหารของธนาคารออมสินได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจจะจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างแน่นอน เพราะตู้เอทีเอ็มทุกเครื่องของธนาคารมีกล้องวงจรปิด เห็นใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน รูปพรรณสัณฐานเป็นชาวยุโรปตะวันออกและแขกขาว

นายชาติชายกล่าวด้วยว่า ล่าสุดได้รับแจ้งจาก บริษัทเจ้าของเครื่องว่า เป็นลักษณะการโจรกรรมเงินในกล่องเงินเครื่องเอทีเอ็ม เฉพาะที่ติดตั้งนอกสถานที่ (Stand Alone) โดยใช้โปรแกรม Malware หรือโปรแกรมประสงค์ร้าย เป็นเหตุที่เกิดขึ้นครั้งแรกของเครื่องเอทีเอ็มยี่ห้อ NCR ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ได้สั่งปิดตู้เอทีเอ็มชั่วคราวเพื่อแก้ไขซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่ม ความปลอดภัยจำนวน 3,343 เครื่อง จากทั้งหมด 7,000 เครื่อง ยังคงมีตู้เอทีเอ็มที่บริการประชาชนได้อีกประมาณ 4,000 เครื่องทั่วประเทศ ระหว่างที่ปิดบริการตู้เอทีเอ็มบางรุ่น อาจทำให้ลูกค้าไม่ได้รับความสะดวก โดยลูกค้าสามารถใช้บริการตู้เอทีเอ็มที่ติดตั้งหน้าสาขาของธนาคารออมสินได้ทุกสาขา รวมถึงตู้เอทีเอ็มที่อยู่นอกสาขาบางส่วน นอกจากนี้ยังใช้บริการผ่านช่องทางอื่นๆของธนาคารได้ตามปกติ ได้แก่ บัตรเอทีเอ็ม บัตรออมสิน วีซ่าเดบิต บริการ MyMo (Mobile Banking) และ Internet Banking หรือใช้บริการที่เคาน์เตอร์สาขาของธนาคารออมสิน ตามวันและเวลาเปิดทำการของสาขานั้นๆ และเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการเอทีเอ็ม ลูกค้าสามารถใช้บริการที่ ตู้เอทีเอ็มได้ทุกธนาคารในเขตพื้นที่เดียวกัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

ด้านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตั้งแต่พบความผิดปกติ ธนาคารออมสินได้แจ้งเรื่องดังกล่าวมาให้ ธปท.รับทราบ แจ้งว่าอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์แก้ไขกรณีดังกล่าวแล้ว จากที่ได้รับรายงานไม่มีประชาชนได้รับความเสียหาย เป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธนาคารออมสิน มิจฉาชีพได้ใส่มัลแวร์เข้าไปในระบบเอทีเอ็มของธนาคาร และสั่งให้ตู้เอทีเอ็มปล่อยเงินออกมา โดยไม่ต้องมีการกด และเครือข่ายคนร้ายไปรอรับเงินที่หน้าตู้เอทีเอ็ม อย่างไรก็ตาม ต่อกรณีที่ประชาชนมีความเป็นห่วง เกรงว่า จะมีความผิดพลาดกับตู้เอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์อื่นๆนั้น ขอให้มั่นใจ เมื่อธนาคารออมสินพบกรณีดังกล่าวในตู้เอทีเอ็มของตัวเอง ระบบเอทีเอ็มพูลได้แจ้งเตือนตู้เอทีเอ็มทั้งระบบถึงความผิดปกติดังกล่าว ธปท.ได้กำชับธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจทั้งหมดให้ตระหนักถึงเรื่องนี้ และหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำขึ้นอีก

ขณะที่นายวิเทศ เตชางาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ระบบรักษาความปลอดภัยตู้เอทีเอ็มของธนาคาร มีการลงระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก ไม่อนุญาตให้พนักงานหรือบุคคลใดลงโปรแกรมที่เครื่องเอทีเอ็ม มีระบบป้องกันไม่ให้พนักงานที่ทำงานที่ศูนย์ควบคุมเอทีเอ็ม สั่งการให้ตู้เอทีเอ็มจ่ายเงิน เมื่อมีเหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้นในระบบเอทีเอ็ม ไม่ว่าจะเป็นในต่างประเทศหรือในไทย จะให้บริษัทเจ้าของซอฟต์แวร์หรือผู้ผลิตเครื่องตรวจสอบสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อหาวิธีการป้องกัน ทั้งนี้ ระบบเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ รวมถึงธนาคารกรุงไทยได้แยกระบบเอทีเอ็มและคอมพิวเตอร์หลัก (คอร์แบงก์) ที่เก็บข้อมูลสินเชื่อและเงินฝากของลูกค้าออกจากกัน ทำให้แฮกเกอร์ ไม่สามารถเข้ามาเจาะคอร์แบงก์ได้ ช่วงที่ผ่านมา ได้ลงทุนเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ป้องกันการทุจริตเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ป้องกันที่ตัวเครื่อง เอทีเอ็ม และระบบควบคุมเอทีเอ็มส่วนกลาง และอัพโปรแกรมซอฟต์แวร์ต่อเนื่อง ไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้ามาฝังที่ตัวโปรแกรม และที่สำคัญมีทีมงานติดตามการทำงานของตู้เอทีเอ็มตลอด 24 ชั่วโมง

นายวิเทศยังกล่าวด้วยว่า สำหรับการกระทำทุจริตที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินนั้น ต้องติดตามว่า แก๊งทุจริตนำข้อมูลเข้าไปฝังที่เครื่องเอทีเอ็มได้อย่างไร หรือได้คำสั่งพิเศษที่เป็นความลับมาจากไหน สามารถทำให้โปรแกรมมัลแวร์สั่งให้ตู้เอทีเอ็มจ่ายเงินออกมาได้

ด้านนายอาจ วิเชียรเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้ปลดการใช้งานตู้เอทีเอ็มยี่ห้อ NCR รุ่นที่มีปัญหาไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่เมื่อมีเหตุการณ์ทุจริตกับเอทีเอ็มของธนาคารออมสิน ก็ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้น แม้ว่าเอทีเอ็มที่ใช้อยู่จะไม่ใช่ยี่ห้อดังกล่าว แต่ก็ต้องป้องกัน

เช่นเดียวกับนายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ระบบเอทีเอ็มของธนาคารมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างดี การลงโปรแกรมต่างๆ จะสั่งจากศูนย์ควบคุมส่วนกลาง อีกทั้งแยกระบบเอทีเอ็ม และคอร์แบงก์ออกจากกัน ทำให้แก๊งทุจริตไม่สามารถเข้าไปเจาะข้อมูลลูกค้าได้ ส่วนกรณีที่ธนาคารออมสินแจ้งไปยัง ธปท.ให้แจ้งเตือนธนาคารพาณิชย์ ที่ใช้ตู้เอทีเอ็มยี่ห้อ NCR ที่มีปัญหา โดยตู้เอทีเอ็มที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อบีโก้ และเมื่อเกิดปัญหา ธนาคารได้แจ้งไปยัง NCR เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง NCR พร้อมเข้ามาช่วยเหลือเขียนโปรแกรมป้องกันการทุจริต

เย็นวันเดียวกัน นายฐากร ตัณฑสิทธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ปัญหาการแฮกข้อมูล โดยเฉพาะระบบธนาคารนั้นถือว่าเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญมาก ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิด ในการป้องกันการแฮกข้อมูล ซึ่งในวันที่ 2 ก.ย.นี้ นายกสมาคมธนาคารไทยจะเข้าพบปะหารือกัน โดยเชื่อว่าประเด็นการใช้บริการทางการเงินผ่านมือถือจะเป็นหัวข้อในการพบปะหารือครั้งนี้

“ต้องยอมรับว่าธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการทำบนมือถือทวีคูนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะสะดวกสบาย แต่เมื่อมีการแฮกข้อมูลไม่ว่าจะเป็นผ่านมือถือหรือผ่านอินเตอร์เน็ต ก็ถือว่าเป็นการใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ไม่ถูกต้อง กสทช.อาจจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวมาหารือเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ (ไซเบอร์ซีเคียวริตี้) และอาจนำระบบสแกนนิ้วมาใช้อย่างจริงจังในการแสดงตัวตน เมื่อซื้อซิมมือถือ” นายฐากรกล่าว

เย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวตรวจสอบตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน ตั้งอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ข้างร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ 1 ตู้ บริเวณตรงข้ามสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี ซอยพหลโยธิน 18/1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. โดยบริเวณหน้าจอตู้ทำธุรกรรมเป็นจอดำ ปิดสนิท ไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินทุกชนิด เมื่อสอบถาม รปภ.ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 แจ้งว่า ตู้ดังกล่าวปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่มาเปิดตู้นำกล่องเงินออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงตู้กดเงินเปล่าๆไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะอะไรถึงปิดบริการ

ต่อมาเวลา 21.20 น. พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) เปิดเผยอีกครั้งว่า จากการประสานกับตำรวจไต้หวัน กรณีที่คนร้ายก่อเหตุในประเทศไต้หวันพบว่า กลุ่มคนร้ายมีเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์สั่งการอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และปล่อยสัญญาณไวรัสเข้าไปในระบบธนาคารไต้หวันที่อยู่ในประเทศอังกฤษ ก่อนส่งสัญญาณมาที่ตู้เอทีเอ็ม 22 ตู้ในประเทศไต้หวัน ให้ปล่อยเงินออกมาทีละตู้ แต่ละตู้จะมีพรรคพวกแยกกันไปรอรับเงิน นอกจากนี้ ยังมีคนรวบรวมเงินอีก 3 คนที่ไต้หวันออกหมายจับไว้ โดยพบว่า 5 คนจาก 25 คนที่ก่อเหตุในไต้หวัน เคยเข้าออกมาในประเทศไทยด้วย ตอนนี้ตำรวจรู้ชื่อหมดแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยคนร้ายที่ก่อเหตุในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นภาพคนร้ายที่ไปกดเงินแล้ว อยู่ระหว่างการขยายผล

แบงก์ออมสินสั่งปิดตู้เอทีเอ็ม 3 พันกว่าเครื่อง เหตุถูกแก๊งโจรสมองเพชรเจาะระบบ ฉกเงินในตู้ 21 เครื่องในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ และ กทม. ได้เงินสดไปกว่า 12 ล้านบาท ผอ.แบงก์ระบุ เพิ่งเกิดครั้งแรกในเมืองไทย... 24 ส.ค. 2559 07:54 24 ส.ค. 2559 07:59 ไทยรัฐ