วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลเยาวชนตรวจรายงานคุมประพฤติ ’สาวซีวิค’ ครบแล้ว 138 ชม.

ศาลเยาวชนฯ รับรายงาน สนง.คุมประพฤติ แจ้งผล “สาวซีวิค” เฉี่ยวชนรถตู้คว่ำตาย 9 ศพ ทำกิจกรรมบริการสังคมครบ 138 ชั่วโมงแล้ว ใน รพ.ไทรน้อย แผนกฉุกเฉิน-ช่วยเหลือผู้ป่วยไร้ญาติ หลังจากเดือน มิ.ย.คุมประพฤติ ร้องศาลเยาวชน ทำงานผิดเงื่อนไข

ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถ.กำแพงเพชร วันที่ 23 ส.ค.59 เวลา 09.40 น. ศาลนัดพร้อมเพื่อฟังปลดการทำกิจกรรมบริการสังคม ของเยาวชนหญิง จำเลย คดีหมายเลขดำ 1233/2554 หลังจากที่เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลได้ไต่สวนคำร้องของเจ้าพนักงานคุมประพฤติ ที่ขอให้ศาลพิจารณากรณี เยาวชนหญิง จำเลย ผิดเงื่อนไขการคุมประพฤติ ในการบำเพ็ญประโยชน์ คดีขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร สายธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-หมอชิต บนทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ เมื่อค่ำวันที่ 27 ธ.ค.53 เป็นเหตุให้คนขับรถตู้และผู้โดยสารเสียชีวิต รวม 9 ราย โดยหลังจากการไต่สวน จำเลยผู้ถูกคุมประพฤติ ได้แถลงต่อศาลว่า เข้าใจผิดพลาดต่อกระบวนการและสถานที่ในการบำเพ็ญประโยชน์ จึงขอทำกิจกรรมบริการสังคมใหม่ให้ครบถ้วน รวม 138 ชั่วโมง

โดยสำนักงานคุมประพฤติ ได้จัดทำรายงานผลการคุมประพฤติของจำเลย ส่งศาล ซึ่งระบุว่า จำเลย ได้ทำงานบริการสังคมกับหน่วยงานภาคีที่โรงพยาบาลไทรน้อย จ.นนทบุรี ในงานแผนกผู้ป่วย ด้านการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีญาติ งานในห้องฉุกเฉินที่ช่วยเฉพาะลักษณะงานเบื้องต้น รวมทั้งการออกพื้นที่ด้วยการนั่งรถฉุกเฉินไปรับผู้ป่วยนอก โดยดำเนินการทำงานบริการสังคม ตั้งแต่ 27 มิ.ย.เป็นต้นมา วันละ 6 ชั่วโมงต่อเนื่องเป็นเวลาทั้งหมด 138 ชั่วโมง ซึ่งมีพนักงานคุมประพฤติไปตรวจสอบดูแลประจำทุกวัน

ทั้งนี้จำเลย ได้แถลงด้วยว่า ได้ไปทำกิจกรรมบริการสังคมตามคำพิพากษาศาลแล้วจริง

ศาลพิเคราะห์รายงานและคำแถลงของคู่ความแล้ว เห็นว่า จำเลยได้ทำกิจกรรมบริการสังคมครบกำหนดเป็นระยะเวลา 138 ชั่วโมงแล้ว ก็ให้บันทึกไว้เป็นรายงานกระบวนพิจารณาในคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 55 ว่า จำเลยมีความผิดฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย คำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โทษจำคุก ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี โดยคุมประพฤติจำเลย 3 ปี และให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน พร้อมให้ทำงานบริการสังคมโดยการดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48 ชั่วโมง รวมทั้งห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ส่วนความผิดฐานใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากไม่สามารถนำสืบได้ว่าจำเลยใช้โทรศัพท์จริงหรือไม่

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 57 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนโทษจำคุก 2 ปี แต่ให้แก้ระยะเวลาการรอลงอาญาเป็น 4 ปี และให้คุมประพฤติจำเลยเป็นเวลา 3 ปี โดยให้บำเพ็ญประโยชน์ 48 ชั่วโมงต่อปี เป็นเวลา 3 ปี ส่วนโทษอื่นให้คงตามศาลชั้นต้น ซึ่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าวถือเป็นที่สุด เมื่อศาลฎีกา มีคำสั่งปี 2558 ไม่รับฎีกาของเยาวชนสาว จำเลย ต่อสู้คดี เนื่องจากไม่มีสาระสำคัญจะเปลี่ยนแปลง คำพิพากษาเดิม

ขณะที่คดีแพ่งที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวยื่นฟ้องบิดา-มารดาของเยาวชน และตัวเยาวชนต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำ 4013/2554 เรียกค่าเสียหาย 113 ล้านบาทเศษ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนั้น ศาลแพ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พ.ย.58 ให้จำเลยทั้งสามชดใช้เงินกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นเงินรวม 26,881,925 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 ธ.ค.53 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุรถพลิกคว่ำ

ศาลเยาวชนฯ รับรายงาน สนง.คุมประพฤติ แจ้งผล “สาวซีวิค” เฉี่ยวชนรถตู้คว่ำตาย 9 ศพ ทำกิจกรรมบริการสังคมครบ 138 ชั่วโมงแล้ว ใน รพ.ไทรน้อย แผนกฉุกเฉิน-ช่วยเหลือผู้ป่วยไร้ญาติ หลังจากเดือน มิ.ย.คุมประพฤติ ร้องศาลเยาวชน 23 ส.ค. 2559 15:41 ไทยรัฐ