วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้อสอบ บก.

ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองปี พ.ศ.2475 มาจนถึงวันนี้ อำนาจรัฐส่วนใหญ่อยู่กับทหาร สื่อที่รัฐใช้โฆษณาผลงานคือสื่อวิทยุ ส่วนสื่อที่เป็นกระบอกเสียงชาวบ้าน บทบาทเหมือนฝ่ายค้านก็คือหนังสือพิมพ์

เมื่อหนังสือพิมพ์ไม่เกรงใจ ฟาดงวงฟาดงาใส่รัฐบาลมากนัก ตำรวจสันติบาลก็ต้องเรียก บก.ไปเตือน

หรือไม่ก็เอาเข้าคุกไปเสียเลย

สมัยที่ โชติ แพร่พันธุ์ เป็น บก. ยังไม่มีกฎหมายกำหนดคุณสมบัติ บก. ในการจับ บก.ครั้งหนึ่ง...เล่ากันว่า ตำรวจเจอ บก.หนังสือพิมพ์ที่มีงานอาชีพจริงเป็นแขกเลี้ยงวัว

รัฐบาลจึงต้องหาวิธีกำหนดคุณสมบัติ บก.หนังสือพิมพ์ และวิธีที่ใช้ก็คือ การกำหนดวุฒิการศึกษา

ใน “สินในหมึก” พิมพ์ครั้งที่ 2 สำนักพิมพ์ดอกหญ้า พ.ศ.2543 “ยาขอบ” (โชติ แพร่พันธุ์) เขียนเรื่อง การสอบเป็น บก.ไว้ในหัวข้อเรื่องไม่เป็นเรื่อง

เห็นข่าวอันเป็นที่จะเชื่อได้แน่ว่า พ.ร.บ.การพิมพ์จะแก้ไขใหม่ กำหนดความรู้บรรณาธิการต้อง ม.8 เป็นอย่างต่ำ แต่ก็มีเงื่อนไข ถ้าไม่ได้ ม.8 ก็ต้องสอบต่อคณะกรรมการ

ยาขอบ นักประพันธ์ใหญ่ ผู้เขียนนิยายผู้ชนะสิบทิศ มีคนติดงอมแงมทั้งบ้านเมือง หรือโชติ แพร่พันธุ์ นั้น มีความรู้อยู่แค่ ม.4 ยาขอบดีใจที่จะไม่ติดตะรางเพราะเป็น บก.แต่เมื่อถึงเวลาไปสอบ ก็ไปอย่างจำใจ

คนจะเป็น บก.จะสอบได้นั้น จะต้องสอบผ่านทั้งห้าวิชา 1.กฎหมาย 2.การปกครอง 3.ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ 4.ภาษาต่างประเทศ และ 5.ศีลธรรมจรรยา

“เห็นชื่อเข้า แต่ละวิชาก็ขนหัวลุก” ยาขอบว่า

ฉะนั้น จึงเป็นอันว่าไม่ต้องดูหนังสือให้เสียเวลา ถึงวันสอบไปสอบโดยไม่มีความหมาย เพราะแน่ใจว่าตกแน่

แต่จะไปสอบเพื่อได้ดูว่าผู้ใดใครหวา! จะเป็นผู้วิเศษถึงกับสอบได้

คณะกรรมการสอบ 5 ท่าน ท่านเจ้าพระยามุขมนตรี เป็นประธาน ผู้สมัครสอบมี 14 คน หลายท่านเล่าเหลามาจากมหาบาธรรมเปรียญมากๆประโยค หลายท่านเพียงแต่ตก ม.แปด หรือได้กัน ม.หกเจ็ดขึ้นไป

ถึงเวลาสอบเข้าจริง ยาขอบใช้คำว่า “อพิโธ่ ไม่น่าเย็นยากหนักใจอะไรเลย”

ต่อข้อ 1 อย่างไร จึงเรียกว่าหมิ่นประมาท ต่อข้อ 2 ใครเป็นผู้ตั้งผู้ใหญ่บ้าน ใครเป็นผู้ตั้งกำนัน ต่อข้อ 3 ประวัติศาสตร์กับภูมิศาสตร์ต่างกันอย่างไร ต่อข้อ 4 (ภาษาต่างประเทศ) อ่านและแปลหนังสือเล่มหนึ่ง ไม่กี่บรรทัด

สี่ข้อผ่านไปง้ายง่าย แต่พอถึงข้อที่ 5 เอ๊ะ! พิกล

เป็นปัญหาที่กว้างราวกับมหาสมุทร...อย่างไรจึงเรียกว่าประพฤติชอบด้วยศีลธรรมจรรยา

ข้อนี้เห็นได้ว่า ทุกหน้าของผู้เข้าสอบต่างก็วิตกกังวล บางท่านก้มหน้าก้มตาจ้ำพรวดๆ ตั้งหลายหน้ากระดาษ ไม่มีผู้ใดเลยไม่ใช้ถึงแผ่นที่สอง

ยาขอบเขียนไม่ได้สักตัวเดียว ปวดเศียรอยู่จนนาทีสุดท้าย ก็ตอบตะบันไปตามมีตามเกิด ส่งกระดาษเป็นคนโหล่

คณะกรรมการ อ่านคำตอบที่ส่งก่อนๆนั้นแล้ว เมื่ออ่านกระดาษตอบคนสุดท้าย ต่างก็พากันยิ้มๆ แล้วส่งไปให้กันและกันเป็นทอดๆ ถึงท่านประธาน ท่านพูดเสียงดังไม่เกรงใจใคร “ตอบสั้นถึงใจ”

“แล้วหัวเราะก๊าก” คว้าเขามาทั้งดุ้นแต่ดี ไม่เสียเวลาไปทวนเบญจศีลเบญจธรรม เหมือนใครให้เยิ่นเย้อ

ผลการสอบ 14 คน ตกเสีย 13 คนสอบเขียนคำตอบสั้นๆว่า “ประพฤติสิ่งที่ควรประพฤติ เว้นสิ่งที่ควรเว้น”

เจ้าเด็กมัธยม 4 เลขประจำตัว 1119 โรงเรียนเทพศิรินทร์ ชื่อโชติ แพร่พันธุ์ จึงได้เป็นบรรณาธิการกะเขาได้ ด้วยประการฉะนี้

เรื่องยาขอบสอบเป็น บก.ได้ เป็นตำนานเล่าขานกันในหมู่คนหนังสือพิมพ์รุ่นต่อๆมา เวลาผมเห็นการกำหนดคุณสมบัติ ในตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ผมก็นึกถึงคำตอบข้อสอบนี้ และคิดว่า คณะกรรมการจะยอมให้สอบผ่านหรือเปล่า

กระทั่งตำแหน่งนายกฯ กำลังเถียงกันในกฎหมายลูก รัฐธรรมนูญฉบับมีชัย คนนอกจะเป็นได้หรือไม่ ควรไม่ควรให้ ส.ว.ลากตั้งเสนอ ถ้าเรื่องมันยุ่งนัก ก็เอาผู้สมัครนายกฯสอบ ใครตอบถึงใจ ก็ให้เป็นนายกฯไปเลย.

กิเลน ประลองเชิง

23 ส.ค. 2559 10:24 23 ส.ค. 2559 10:24 ไทยรัฐ