วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำท่วมแต่เขื่อนแห้ง ห่วงแล้งซ้ำซากอีกปี

โดย ซูม

เมื่อวานนี้เอง หลังจากพายุเตี๋ยนหมู่ ที่ทำให้น้ำท่วมภาคเหนือของประเทศไทยหลายจังหวัดซาลงไปแล้ว ท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ท่านก็ออกมาแถลงข่าวว่า ฝนจะเริ่มแผ่วลงในเร็วๆนี้ อาจจะมีอะไรหนักๆอีกพักเดียว จากนั้นลมหนาวก็จะมาเยือน

ท่านบอกว่าลมหนาวปีนี้จะมาเร็วหน่อยคือประมาณต้นเดือนตุลาคมก็จะพัดโชยมาสวัสดีประเทศไทยแล้วละครับ

พร้อมๆกับที่ท่านอธิบดีกรมอุตุแถลงว่า ฝนจะแผ่วเร็ว และลมหนาวจะมาเร็ว ก็มีข่าวเล็กๆซุกอยู่ในหน้า 10 ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ให้สัมภาษณ์โดยท่านรองผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) ณรงค์ฤทธิ ศรีสถิตย์นรากูร สรุปข้อใหญ่ใจความได้ว่า

แม้ฝนจะตกชุกพอสมควรในช่วง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ถึงขนาดมีน้ำท่วมในหลายจังหวัดของภาคอีสานของภาคเหนือ แต่ปริมาณน้ำกลับไม่ไหลเข้าเขื่อนมากนัก

นอกจากเขื่อนสิริกิติ์ที่มีปริมาณน้ำเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของความสามารถในการเก็บกักแล้ว เขื่อนอื่นๆล้วนต่ำกว่าครึ่งหนึ่งทั้งสิ้น

ถ้าไม่มีพายุฝนลูกใหม่เข้ามาอีกในเร็วๆนี้...ปีหน้า หรือฤดูแล้งหน้า เราก็อาจจะเดือดร้อนกันอีก

ท่านรองผู้ว่าการ กปน.กล่าวส่งท้ายว่า ขอให้พี่น้องประชาชนชาวเมืองหลวง ซึ่งเป็นผู้ใช้น้ำประปาของท่านใช้น้ำอย่างประหยัดต่อไป เพื่อช่วยรักษาทรัพยากรน้ำที่มีอยู่ในเขื่อนต่างๆเอาไว้ให้นานที่สุด จะได้ไม่เดือดร้อนมากนักในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึง

อ่านข่าวทั้ง 2 ข่าวนี้จบลงแล้ว ผมก็ไปตรวจสอบสถานการณ์ ล่าสุดของปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆ ปรากฏว่า ข้อมูลเมื่อวันจันทร์ที่ 22 สิงหาคมเป็นไปตามที่ท่านรองผู้ว่าการการประปานครหลวง แถลงเอาไว้ทุกประการ

มีเพียง เขื่อนสิริกิติ์ เพียงเขื่อนเดียวเท่านั้นในภาคเหนือที่มีปริมาณน้ำขณะนี้ร้อยละ 54 ของความสามารถในการเก็บน้ำของเขื่อน

เขื่อนภูมิพล ซึ่งเป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดของประเทศ มีปริมาณน้ำเพียง 34 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อรวมปริมาณน้ำเทียบกับความสามารถในการเก็บน้ำของเขื่อนทุกแห่งในภาคเหนือเข้าด้วยกันแล้ว ตัวเลขอยู่ที่ 41 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งพอสมควรทีเดียว

ของภาคอีสานเองก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์มีนํ้าเพียง 27 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนลำปาว 28 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิรินธรค่อยยังชั่วหน่อย 51 เปอร์เซ็นต์

ในขณะที่เขื่อนลำตะคองที่เรานั่งรถผ่านเวลาไปหรือกลับจากนครราชสีมามีเพียง 18 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

รวมทั้งภาคอีสานแล้วมีนํ้าอยู่ในเขื่อน ณ ขณะนี้เพียง 39 เปอร์เซ็นต์ของความสามารถที่เขื่อนจะรับนํ้าไว้ได้

หากว่าฝนจะลดลงจริง และฤดูหนาวจะมาเร็วจริง สถานการณ์นํ้าในเขื่อนของเราก็จะยังเหนื่อยและน่าห่วงอย่างแน่นอน สำหรับฤดูแล้งปีหน้า

ผมรู้ดีว่าข้อเขียนวันนี้ไม่ค่อยจะถูกกาลเทศะเท่าไรนัก เพราะมองออกไปรอบๆตัวยังเห็นเมฆครึ้มไปหมด และก็ยังมีพยากรณ์ว่าจะตกที่นั่นที่นี่ทั่วประเทศ

แต่เรากลับจะต้องมาประหยัดน้ำกันหรือยังต้องใช้น้ำอย่างจำกัดจำเขี่ยตามคำเชิญชวนของผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำเรื่องฝนหลายๆท่าน

ทำไงได้ล่ะ เมื่อฝนที่ตกส่วนใหญ่ไม่ไหลลงเขื่อนอย่างที่หวังไว้ ถ้าไม่ประหยัดล่วงหน้า เห็นทีแล้งหน้าคงจะต้องเดือดร้อนกันอีก

เรื่องของฝนของฟ้าเป็นเรื่องธรรมชาติแท้ๆ ที่ไม่มีใครจะสามารถควบคุมหรือกำหนดได้ว่าจะให้ตกมากหรือน้อยเท่าไร

รวมทั้งไม่สามารถบันดาลได้เลยว่าควรจะตกที่ตรงนั้นตรงนี้ เช่นให้ไปตกเหนือเขื่อนมากกว่าท้ายเขื่อนเป็นต้น

เฮ้อ! นึกแล้วก็นึกถึงคำพูดที่เคยฮิตในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งที่ว่า ภาคอีสานของเราเป็นภาคที่ “แล้งซ้ำซาก” คือแล้งแล้วแล้งอีกอยู่นั่นแหละ

มาถึงเดี๋ยวนี้เห็นที่ว่าว่าจะไม่ซ้ำซากเฉพาะอีสานเท่านั้นล่ะครับ แต่แล้งซ้ำซากทั่วประเทศไทยเลยพร้อมกับส่งผลกระทบแทบทุกครัวเรือน แม้แต่คนที่อยู่ในตัวเมือง และกรุงเทพมหานคร ก็หนีไม่พ้น.

“ซูม”

23 ส.ค. 2559 10:15 23 ส.ค. 2559 10:15 ไทยรัฐ