วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลังประชามติเกิดอะไรขึ้น

นี่แหละครับ...ปัญหาของประเทศอย่างหนึ่งที่ต้องตีความกันทุกเรื่อง เพราะพวก “หัวหมอ” มันเยอะจนนำไปสู่ความขัดแย้งไม่จบสิ้นจนไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว อย่างกรณีคำถามพ่วง ก็เช่นกันที่ยังไม่รู้ว่าจะลงเอยอย่างไร

เพราะแม้ในตัวคำถามจะระบุเอาไว้อย่างหนึ่ง แต่ก็มองกันไปคนละมุมขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ลึกๆในใจของแต่ละฝ่าย

มันก็เลยยุ่งอย่างที่เห็นกันอยู่

ล่าสุดนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ที่เป็นต้นตอของคำถามพ่วงก็ออกมาตีปลาหน้าไซว่าไม่ใช่ความบกพร่องของ สนช.ที่จะซ่อนเร้น ไม่ตั้งคำถามพ่วงให้ชัดเจน แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ระบุให้ตั้งคำถามพ่วงได้เพียงประเด็นเดียวเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน

“คำถามพ่วงมีความชัดเจนว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้รัฐสภาคือ ส.ส. และ ส.ว.ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี คำว่าพิจารณาให้ความเห็นชอบหมายถึงกระบวนการทั้งหมด”

“ไม่ใช่การโหวตลงมติเพียงอย่างเดียว”

“เหมือนผมเป็นศาลทำหน้าที่พิจารณาคดีมิได้หมายความว่าจะพิพากษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีกระบวนการไต่สวน สืบพยานทั้งหมดจนเสร็จสิ้น ดังนั้นกระบวนการพิจารณาให้ความเห็นชอบจะเป็นตั้งแต่การเสนอชื่อนายกฯ เงื่อนไขคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ”

ท่านว่าของท่านอย่างนั้นด้วยมุมมองอย่างนั้น...ก็ว่ากันไป

อีกคน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงก็มีมุมมองอีกอย่างด้วยการชี้ว่า ส.ว.แค่ยกมือโหวตเท่านั้น

แม้แต่แม่น้ำ 2 สายที่มาจากต้นธารเดียวกันก็ยังมองต่างกันไป นับประสาอะไรล่ะครับเห็นจะต้องรอ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ท่านวินิจฉัยดีกว่า

สู้ไปว่ากันในสนามจริงดีกว่า เพราะจะยังไงรูปการณ์มันก็ต้องออกมาแบบใครสนองใครนั้นคงพอจะเห็นภาพแล้ว สนช.นั้นต้องการให้ได้นายกฯคนนอกก็คงจะเดินหน้าไปตามนั้น

หากแยกส่วนกันให้ดีรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มี ส.ส.500 คน ที่มาจากการเลือกตั้ง และยังมี ส.ว. อีก 250 คน ที่ คสช.ตั้งเอง 200 คน และอีก 50 คน มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพต่างๆ

ส.ส.นั้นมีอำนาจเต็มพิกัดเรื่องสำคัญๆ คือการพิจารณางบประมาณ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ส.ว.นั้นไม่มีอำนาจอย่างนี้นอกจากร่วมโหวตนายกฯ หากสภาผู้แทนฯไม่สามารถเลือกนายกฯได้

ภาพรวมทั้งหมดที่เข้าใจกันว่า ส.ว. 250 คน มีอำนาจมากมายนั้นไม่ใช่แน่เพียงแต่ใน 5 ปี จะมีอำนาจในการควบคุมให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น

ส.ว. 250 คน จึงไม่สามารถจะค้ำยันนายกฯคนนอกได้

“คนนอก” ที่เข้ามาเป็นนายกฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีเสียง ส.ส.สนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งจากจำนวน 500 คน

แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยมีหวังจะเป็นรัฐบาล ก็ต้องมีเสียงข้างมาก ซึ่งคงไม่ใช่ได้เสียงแค่ 251 คนขึ้น แต่จะต้องคิดตัวเลขให้เกิน 376 คนขึ้นไป เพราะต้องนับยอดรวมจาก 750 คน

นั่นคือความมีเสถียรภาพที่มั่นคงที่สุด

อีกฝ่ายก็จะต้องใช้ความพยายามให้มากที่สุดที่จะต้องไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากกว่า 251 คน

และจะต้องมีเสียง ส.ส.สนับสนุนเกิน 251 คนขึ้นไป เพื่อปิดทางอีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เป็นรัฐบาลได้ เวลานี้เริ่มมีความเคลื่อนไหวของนักการเมืองในแต่ละฝ่ายแล้ว

เว้นแต่เพื่อไทยจะไปรวมกับประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลก็จบกัน ไปเลย.

“สายล่อฟ้า”

23 ส.ค. 2559 10:13 ไทยรัฐ