วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โยงถึง 'ปอเนาะ' ป่วน7จังหวัดใต้ เด็กรุ่นใหม่ฝึกจากนอกไม่มีประวัติ!

โยงถึง 'ปอเนาะ' ป่วน7จังหวัดใต้ เด็กรุ่นใหม่ฝึกจากนอกไม่มีประวัติ!

  • Share:

ผบ.ตร.เผยผู้ร่วมปฏิบัติการวินาศกรรมป่วน 7 จังหวัด มี 20 กว่าคน ส่วนใหญ่อยู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีประวัติ เตรียมออกหมายจับเพิ่มเร็วๆนี้ ส่วน นปป. 17 คน ที่ถูกออกหมายจับอาจรับโจทย์มาคนละอย่างแต่เป้าหมายเดียวกัน “ศรีวราห์” เตรียมนำคณะร่วมประชุมชุดคลี่คลายคดีรอบสอง พร้อมขออนุมัติศาล ทหารออกหมายจับ “ศักรินทร์” ที่ถูกปล่อยตัวไปก่อนหน้านี้ ด้าน ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ประกาศตั้งรางวัลผู้ให้เบาะแสจนได้โฉมหน้าคนร้ายเป็นเงิน 1 แสนบาท ส่วนคดีเผาห้างเทสโก้ โลตัส มีพยานยืนยันคนร้ายมี 4 คน “บิ๊กป้อม” แจงการจับกุม นปป.ไม่ใช่ “แพะ” ย้ำไม่ว่าหนุ่มหรือแก่ถ้าทำผิดกฎหมายต้องจับกุม “วิษณุ” แถลงเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้เสร็จปลายเดือนนี้ ผู้เสียชีวิตได้รายละ 1,180,000 บาท

ตำรวจยังคงเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงขบวนการวางระเบิดและวางเพลิงป่วนเมืองในพื้นที่ 7 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต และตรัง ซึ่งหลักฐานส่วนใหญ่เป็นกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับได้ ความคืบหน้าการล่าตัวขบวนการก่อวินาศกรรมป่วนเมืองเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 ส.ค. พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ และ พ.ต.อ.อนุชน ชามาตย์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคดีวางระเบิดและวางเพลิง ร่วมประชุมที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของสำนวนการสอบสวน และพยานหลักฐานในคดี พบว่าคดีคืบหน้าไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มีหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัย 4 ราย แต่ยังไม่สามารถเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของคนร้าย

จากนั้น พล.ต.อ.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้ตั้งรางวัล 1 แสนบาท แก่ผู้แจ้งเบาะแสสถานที่พัก สถานที่รับประทานอาหาร และสถานที่อื่นๆที่คนร้ายตามลักษณะที่ปรากฏตามภาพวงจรปิดไปปรากฏอยู่ที่สามารถชี้เห็นรูปพรรณใบหน้าได้ชัดเจน และพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 ราย เดินทางเข้าเขต อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 10 ส.ค. โดยสามารถแจ้งมาที่ตน ตามหมายเลข 08-1787-4224 พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี หมายเลข 09-3935-1514 และ พ.ต.อ.อนุชน ชามาตย์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี หัวหน้าชุดสืบสวน หมายเลข 08-6567-3535 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะเก็บข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ

ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 เดินทางมาร่วมประชุมกับ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พร้อมชุดคลี่คลายคดีวางเพลิงเผาห้างเทสโก้ โลตัส เพื่อตรวจความเรียบร้อยของสำนวนการสอบสวน และเตรียมความพร้อมในการต้อนรับคณะของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่จะเดินทางมาร่วมประชุมในวันที่ 23 ส.ค. เวลา 10.00 น. ใช้เวลาประชุมนานราว 1 ชั่วโมงเศษ จากนั้น พล.ต.ท.เทศา เดินทางกลับ จ.สุราษฎร์ธานี โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

ตำรวจชุดคลี่คลายคดีเผาห้างเทสโก้ โลตัส เปิดเผยว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก ตำรวจได้พยานสำคัญบริเวณสถานี บขส.นครศรีธรรมราช ต.โพธิ์เสด็จ เห็นชายฉกรรจ์จำนวน 4 คนรูปร่างผอมสูง ผิวสีเข้ม 2 คน และผิวขาว 2 คน มาเปลี่ยนเสื้อผ้าบริเวณมุมมืดของสถานี แล้วโดยสารรถทัวร์สายเกาะสมุย-สุไหงโก-ลก เดินทางไปลงสถานี บขส.หาดใหญ่ พยานได้ดูกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องหาวางเพลิงทั้ง 2 คน ยืนยันว่า 2 ใน 4 ชายดังกล่าวสวมชุดเดียวกับผู้ต้องสงสัยวางเพลิง ทำให้ตำรวจเชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุวางเพลิงรวม 4 คน นอกจากนี้ตำรวจยังมีหลักฐานสำคัญบางอย่างทำให้รู้ชื่อของผู้ร่วมก่อเหตุบางคนแล้ว ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าหลักฐานที่มีสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า คดีวางระเบิดเพลิงเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เคยยื่นขออนุมัติศาลทหาร มทบ.41 ขอออกหมายจับพร้อมนายอาหะมะ เลงหะ ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต แต่ศาลทหารอนุมัติหมายจับนายอาหะมะ เพียงคนเดียว ส่วนมือวางเพลิงเผาห้างดังกล่าว ศาลทหารให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมให้แน่ชัดก่อน คาดว่าการเดินทางมาร่วมประชุมที่ บก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ครั้งนี้ เป็นการมาตรวจความเรียบร้อยของสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าว เพื่อขออนุมัติออกหมายจับคนร้ายเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจความเรียบร้อยของคดีในพื้นที่อื่นว่าเพียงพอที่จะขอออกหมายจับหรือไม่ โดยในการประชุมครั้งนี้มี ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ผบก.ภ.จ.กระบี่ พร้อมชุดสืบสวนร่วมประชุม ส่วน ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต ผบก.ภ.จ.พังงา และชุดสืบสวนไม่ได้เข้าประชุมแต่อย่างใด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ตำรวจทราบขั้นตอนหมดแล้วว่าแผนประทุษกรรมของคนร้าย ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เหตุที่เกิดทั้ง 7 จังหวัดน่าเชื่อว่ามีผู้รวมขบวนการประมาณ 20 กว่าคน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นระดับผู้ปฏิบัติการ ที่เคยผ่านการเรียนในปอเนาะและได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีจากต่างประเทศ และเป็นคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีประวัติ ทำให้การสืบสวนค่อนข้างลำบาก ผู้ก่อเหตุพยายามปกปิดใบหน้า ใส่กางเกงขาสั้น อำพรางตัวเองให้คล้ายนักท่องเที่ยว ส่วนการออกหมายจับ ขณะนี้มีการออกหมายจับเพียง 1 ราย ที่ จ.ภูเก็ต

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวต่อว่า ประเด็นต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลงประชามติ การสร้างสถานการณ์ภาคใต้เพื่อขยายพื้นที่ จะเป็นอย่างไรยังไม่มีการตัดประเด็น รวมทั้งอาจจะเป็นการทำงานแบบเฉพาะกิจรับจ้างมาอีกทีหรือไม่นั้น ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ส่วนจะเป็นการกระทำของกลุ่มใดนั้น ยังไม่มีการประกาศตัวชัดเจน ไม่ชี้ชัดว่าเป็นกลุ่มบีอาร์เอ็นหรือกลุ่มวาดะห์ เพราะที่ผ่านมาพบหลายกลุ่มพยายามเคลื่อนไหวมาโดยตลอดและมีการกระทำความรุนแรงหวังผลหลายอย่างในเวลาเดียวกัน หากถามความเห็นตนก็คาดว่าทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เรื่องการเมือง จะแตกตัวมาจากไหนก็แล้วแต่ ยอมรับว่ามีการลงพื้นที่ใน จ.ปัตตานี เพื่อติดตามผู้ต้องสงสัย ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าเป็นผู้ลงมือจุดใด อยู่ระหว่างติดตามตัวและตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน ยืนยันว่าสามารถออกหมายจับเพิ่มเติมได้ในเร็ววัน เชื่อว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะยังหลบหนีอยู่ในประเทศ มีการประสานประเทศมาเลเซียมาตลอด

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ส่วน นปป. 17 ราย ที่ถูกออกหมายจับเกี่ยวกับอั้งยี่ซ่องโจรและชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน เชื่อว่ามีเป้าหมายเดียวกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุระเบิด แต่อาจเพียงต้องการเคลื่อนไหวทางการเมืองเท่านั้น บุคคลเหล่านี้รู้เป้าหมายว่าพวกเขาจะทำอะไร เช่นการที่เรียกตัวเองว่า นปป.เป้าหมายคือการขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ไม่เอารัฐบาล วิธีการอาจจะไม่ใช่มาวางระเบิด แต่มีแนวคิดเดียวกันเป้าหมาย

เดียวกัน คน 2 กลุ่มอาจรับโจทย์มาคนละอย่างแต่เป้าหมายเดียวกัน ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของตน ถ้าผิดก็ขอให้ตำหนิตนคนเดียว หากสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้รายใดรายหนึ่งจากทั้งหมด 20 กว่าคน อาจทำให้รู้อะไรมากขึ้น การออกหมายจับในทุกพื้นที่ต้องให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เห็นชอบ แต่เพื่อความรอบคอบหาจุดเชื่อมโยงต่างๆต้องขอเวลาทำงานอีกระยะ

ด้าน พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า ขอเท็จจริงกรณีของนายศักรินทร์ คฤหัส เดิมที่พนักงานสอบสวนบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ตรวจพบหลักฐานเบื้องต้นมีความชัดเจน จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับในความผิดฐานวางเพลิง ต่อมาหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุพบวัตถุพยานที่เป็นตัวจุดเพลิงให้ลุกไหม้เป็นวัตถุระเบิด ฐานความผิดเปลี่ยนไป อำนาจในการพิจารณาคดีของศาลเปลี่ยนไป จากศาล จังหวัดหรือศาลพลเรือนปรับมาเป็นศาลทหาร จากนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ จะเดินทางไปยัง จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 23 ส.ค. เพื่อขอหมายอีกครั้งที่ศาลทหาร

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ ว่าคดีคืบหน้าไปมาก เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวคนร้ายอยู่ ได้ตัวมาแล้วบางคน ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ถ้าเปิดเผยไปเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย ส่วนจะเชื่อมโยงถึงกลุ่มก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ขณะนี้ได้ข้อมูลมาก แต่บอกตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการและออกมาแถลงพร้อมกัน ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เชื่อมโยงกับความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า 15 นปป. ล้วนแต่เป็นผู้สูงอายุนั้น เข้าใจว่าพวกเขาทำกันมานาน ตอนนี้ก็ทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะแก่หรือหนุ่มถ้าทำผิดกฎหมาย ทำผิดรัฐธรรมนูญ ต้องดำเนินการ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้จับแพะ เพราะมีการติดตามกันมานาน และมีการเคลื่อนไหวที่แรงขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดตามจับกุมตัว เมื่อถามถึงการจับกุมตัวนางมีนา แสงศรี แม่ค้าขายพริกแกง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พบมีการเชื่อมโยงกัน ถ้าไม่มีหลักฐานเจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่จับ

ส่วน พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิช โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงถึงการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานว่า เป็นการประชุมในเรื่องของการดูแลความปลอดภัยประชาชนและการรักษาความสงบภายในประเทศ ภายหลังการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ท่องเที่ยวหลายจังหวัดทางภาคใต้ที่ผ่านมา เป็นความตั้งใจของกลุ่มขบวนการทำลายชาติ ที่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก สับสนและไม่ปลอดภัย เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยประสงค์ให้รัฐขาดความเชื่อมั่นจากประชาชนและการยอมรับจากต่างประเทศ เป็นสถานการณ์ที่อ่อนไหวต่อกิจการภายในประเทศ พล.อ.ประวิตร กำชับให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ เพิ่มความเข้มงวดต่อมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญในความรับผิดชอบ รวมทั้งประสานและส่งเสริมการทำงานร่วมกันทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายธนเดช พ่วงพูล ทนายความสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) เป็นทนายความของ 15 นปป. ผู้ต้องหาในคดีกระทำผิดอั้งยี่ และฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ว่าด้วยการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน กล่าวภายหลังยื่นเอกสารและหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวทั้ง 15 คนว่าศาลทหารกรุงเทพอนุญาตให้ประกันตัวทั้ง 15 คน วงเงินประกันคนละ 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองและห้ามแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่ทางทนายเตรียมหลักทรัพย์ไปไม่พอ ทำให้การปล่อยตัวต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 23 ส.ค.ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ประสบภัยอันเกิดจากการวางระเบิดและการวางเพลิงเผาทรัพย์ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายวิษณุแถลงว่า จากเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ได้รับบาดเจ็บ 37 ราย เป็นคนไทย 26 ราย ต่างชาติ 11 ราย เดินทางกลับประเทศแล้ว 10 ราย ยังพักรักษาตัวอยู่ 1 ราย กรณีเสียชีวิต ได้รับการเยียวยาในวงเงิน 1,180,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ความช่วยเหลือเป็นไปตามระดับความรุนแรง ค่ารักษาพยาบาลรัฐดูแลให้ทั้งหมด มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพ รวมถึงได้รับค่าขาดอาชีพ ไร้การงาน เงินทำขวัญ ที่ถือเป็นการเยียวยาไม่มีใบเสร็จอีกจำนวนหนึ่ง จะเป็นเงินจากกองทุนต่างๆ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ชาวต่างชาติจะได้ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในส่วนของญาติที่เดินทางมาดูแลเพิ่ม

นายวิษณุกล่าวว่า นอกจากนี้ยังดูแลค่าเสียหายที่อยู่อาศัยและทรัพย์สิน ห้างร้าน ตลาด ยกเว้นหาบเร่แผงลอย มีผู้ว่าราชการจังหวัดดูแล สั่งจ่ายจากกองทุนของกระทรวงมหาดไทย แต่ถ้ามีปัญหาให้แจ้งมายังสำนักนายกรัฐมนตรี และกำหนดให้ผู้ว่าฯรับเงินจากหน่วยงานต่างๆทั้งหมด เป็นผู้รับไปมอบ มีการขึ้นทะเบียนบัญชีให้ทราบ และถ้าอยู่ไปมีความเดือดร้อนเสียหายต่อไปอีกหรืออาการบาดเจ็บหนักขึ้น สามารถแจ้งผู้ว่าฯเพื่อสงเคราะห์เพิ่มเติมต่อไป และขอให้ปิดบัญชีสรุปการเยียวยาให้ได้ภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ ส่วนกรณีมีข่าว 7 ราย จากผู้ได้รับการเสียหายจากเหตุราชประสงค์ ยังไม่ได้รับการเยียวยา ให้กระทรวงสาธารณสุขไปตรวจสอบแล้ว พบว่าทั้งหมดยังไม่แจ้งขอความช่วยเหลือมา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้