วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จำได้ไหม ด.ญ.ปานดำ! ลามใหญ่ใกล้มาชนกันกลางหน้าอก หวั่นเด็กจะตาย

วอนช่วยเหลือ น้องมุ่ย ด.ญ.5 ขวบ ชาวท่ายาง จ.เพชรบุรี เด็กหญิงปานดำที่เคยเป็นข่าวเมื่อ 2 ปีก่อน อยู่กับทวดฐานะยากจน ทั้งยังป่วยกระเสาะกระแสะ ล่าสุดปานดำลามขยายเกือบชนกันกลางหน้าอก ซึ่งหมอบอกว่าเด็กอาจหายใจไม่ออก จนเสียชีวิตได้...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหนองตาฉาว ต.เขากะปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อไปเยี่ยมน้องมุ่ย เด็กผู้หญิงเกิดมามีร่างกายผิดปกติ ที่ผิวหนังกลางหลังและหน้าอกมีปานดำปกคลุมเป็นแผ่นใหญ่ อาศัยอยู่กับทวดที่มีฐานะยากจน ไม่มีเงินรักษาตัว

พบว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากโครงการไร่ชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ ประมาณ 8 กม. เป็นบ้านปูนชั้นเดียวหลังคาสังกะสี สภาพเสื่อมโทรม เลขที่ 150 หมู่ 2 บ้านหนองตาฉาว ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก มีแต่ที่นอนหมอนมุ้ง และโทรทัศน์เก่าๆ อีก 1 เครื่อง ในบ้านพบนางวันดี บัวเจริญ อายุ 67 ปี กำลังอุ้ม ด.ญ.ประภาสิริ โพธิ์ทอง หรือน้องมุ่ย ผู้เป็นเหลนวัย 5 ขวบอยู่ จากการมองดูด้วยสายตา พบที่บริเวณแผ่นหลังมีปานดำขนาดใหญ่ลักษณะเนื้อย่น และมีขนขึ้นปกคลุมอยู่เต็มแผ่นหลัง ลุกลามไปทั่วสีข้างทั้งสอง ด้านหน้าลามมาถึงหน้าอกและท้อง เหลือระยะห่างประมาณ 3-4 นิ้ว ก็จะชนบรรจบชนกันที่บริเวณหน้าอก นอกจากนี้ที่บนศีรษะ ขา แขน นิ้วมือ ยังพบมีปานดำขนาดเล็กขึ้นกระจายอยู่ด้วย

นางวันดี เล่าว่า น้องมุ่ยเป็นลูกของ น.ส.รสสุคนธ์ ฤทธิ์บัว ผู้เป็นหลานสาว และนายภานุพงศ์ โพธิ์ทอง ทั้งสองได้เลิกราแยกทางกันเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ทิ้งน้องมุ่ยให้ตนเลี้ยงดูเพียงลำพัง โดยน้องมุ่ยมีปานดำติดตัวมาตั้งแต่แรกคลอด ตอนอายุได้ประมาณ 1 เดือน ตนพาไปพบแพทย์ที่ รพ.ชะอำ ก่อนจะถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ราชวิถี และส่งต่อไปที่ รพ.ศิริราช กรุงเทพฯ โดยแพทย์ที่ รพ.ศิริราช บอกว่าปานดำที่ตัวน้องมุ่ยจะลามขยายใหญ่ตามตัวขึ้นไปเรื่อยๆ ต้องรักษาโดยการฉายแสงเพื่อยับยั้งเซลล์ และผ่าตัดนำผิวหนังที่ขามาปลูกทดแทน หากปล่อยไว้จนปานดำที่ด้านหลังแผ่ขยายลามออกไปจนไปชนกันถึงหน้าอก น้องมุ่ยอาจจะมีอาการหายใจไม่ออกและอาจส่งผลถึงชีวิตได้ แต่หลังจากกลับมาแล้วก็ไม่ได้พาน้องมุ่ยไปหาหมออีก เพราะไม่มีเงิน

“ตอนแรกๆ น้องมุ่ยยังไม่ค่อยมีอาการอะไร แต่พออายุได้ประมาณ 2-3 ขวบ ปานดำเริ่มมีขนขึ้นทั่วบริเวณ ช่วงอากาศร้อน และตอนกลางคืนน้องมุ่ยจะมีอาการคันและมีไข้ขึ้นสูงทุกครั้ง ขณะนี้ปานดำได้ขยายตัวลุกลามไปทั่วแผ่นหลังสีข้างและกำลังจะมาบรรจบที่หน้าอก สงสารน้องมุ่ยมากกลัวน้องจะเสียชีวิต แต่ก็ไม่มีปัญญาหาเงินมารักษา ทุกวันนี้ตัวเองร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง หูก็ฟังไม่ค่อยได้ยิน แต่ต้องกัดฟันออกไปของานจากชาวบ้านทำ เพื่อนำเงินค่าแรงที่ได้วันละ 150-300 บาท มาซื้อนม ผ้าอ้อม และซื้อยามารักษาตามมีตามเกิด และต้องเผื่อแผ่ไปเลี้ยงลูกของหลาน เป็นเด็กผู้ชายวัย 3 ขวบ และ 5 ขวบ อีก 2 คน หากวันไหนที่ป่วยหรือฝนตก ทำงานไม่ได้ ไม่มีเงินก็อดกันทั้งครอบครัว วอนขอผู้ใจบุญ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือนำตัวน้องมุ่ยไปรักษาให้ปานดำหายไปด้วย สงสารหลานมากไม่อยากให้ต้องเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย” นางวันดี กล่าววอนทั้งน้ำตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดือน ต.ค.2557 ที่ผ่านมา ไทยรัฐออนไลน์ได้เคยเสนอข่าวน้องมุ่ย เด็กปานดำไปแล้ว ในครั้งนั้น มีผู้เข้ามาช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง แต่ถึงตอนนี้อาการของเด็กอยู่ในขั้นลุกลามเป็นแผ่นปานขนาดใหญ่ ไปทั่วร่างกาย และกำลังลุกลามเข้าไปที่ดวงตา สำหรับผู้ที่จิตเมตตาต้องการช่วยเหลือนำน้องมุ่ยไปรักษาตัว หรือช่วยเหลือด้านทุนทรัพย์ สามารถติดต่อได้ที่ นางวันดี บัวเจริญ หมายเลขโทรศัพท์ 090-1508774 หรือบริจาคได้ที่ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (โครงการ) ชื่อบัญชี นางวันดี บัวเจริญ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาท่ายาง บัญชีเลขที่ 020006610948.

วอนช่วยเหลือ น้องมุ่ย ด.ญ.5 ขวบ ชาวท่ายาง จ.เพชรบุรี เด็กหญิงปานดำที่เคยเป็นข่าวเมื่อ2ปีก่อน อยู่กับทวดฐานะยากจน ทั้งยังป่วยกระเสาะกระแสะ ล่าสุดปานดำลามขยายเกือบชนกันกลางหน้าอก ซึ่งหมอบอกว่าเด็กอาจหายใจไม่ออก จนเสียชีวิตได้.. 22 ส.ค. 2559 16:32 ไทยรัฐ