วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าบิดเบือนประชามติประชาชน

วันนี้ ประเทศไทย และ คนไทย กำลังมาถึง “ทางสองแพร่ง” อย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือ กฎกติกาการเลือกนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปลายปีหน้า (ถ้ามี) ซึ่งกำลังมีการต่อรองกันระหว่าง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เจ้าของคำถามพ่วง กับ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

ฝ่าย สนช. ต้องการให้ กรธ.แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมจากคำถามพ่วง โดยเขียนให้ ส.ว.(แต่งตั้ง) มีอำนาจเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในวาระแรกได้ด้วย เป็นเนื้อหาที่เพิ่มเติมจากคำถามพ่วงที่ประชาชนลงประชามติไปแล้ว

ข้อเสนอแบบนี้ เปรียบไปแล้วก็ไม่ต่างไปจากข้อเสนอแบบ “ศรีธนญชัย” เจตนาของคนกลุ่มนี้ต้องการอะไร น่าจะเดากันได้ไม่ยาก คนบางกลุ่มอยู่ในเวทีอำนาจนี้มานานหลายสมัยแล้ว คงอยากอยู่ต่ออีก ถ้า กรธ.ยอมแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีแข่งกับ ส.ส.ได้ โอกาสที่จะได้ “นายกรัฐมนตรีคนนอกจริงๆ” ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อ 3 คนของพรรคการเมืองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงเกือบ 100% เลยทีเดียว เพราะ ส.ว.แต่งตั้งมีถึง 250 เสียงในรัฐสภา

แต่ประเด็นที่ สนช. และ กรธ. จะต้องตอบประชาชนเจ้าของประชามติให้ได้ก็คือ

ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนลงประชามติเห็นชอบไปแล้ว สามารถแก้ไขเพิ่มเติมจากที่ประชาชนเห็นชอบได้หรือไม่ และ คำถามพ่วง ที่ประชาชนลงประชามติเห็นชอบไปแล้ว สามารถเพิ่มเติมเนื้อหาจากที่ประชาชนเห็นชอบได้หรือไม่

ถ้าตอบว่าได้ ก็ฉีกร่างรัฐธรรมนูญ ฉีกคำถามพ่วง ที่ประชาชนลงประชามติเห็นชอบไปแล้วทิ้งเสียเลย แล้วไปร่างกันใหม่ตามชอบใจ

ผมไม่ได้รังเกียจว่าใครจะมาเป็นนายกฯ แต่เมื่อเขียนกฎกติกาไว้ในรัฐธรรมนูญ จะได้นายกรัฐมนตรีมาอย่างไร แถมยังให้ประชาชนลงประชามติรับรอง ประชาชนก็ลงมติรับรองเห็นชอบด้วยแล้ว ยังจะมาแก้ไขเพิ่มเติมตามใจชอบ เพื่อให้ ส.ว.แต่งตั้ง 250 คน มีอำนาจเสนอชื่อนายกฯแข่งกับ ส.ส.ตั้งแต่วาระแรกอีก

ผมคิดว่าเป็นอะไรที่มากเกินไป และไม่เป็นผลดีต่อการปฏิรูปประเทศ เพราะไม่ใช่แนวทางการปฏิรูปประชาธิปไตย แต่เป็นการเดินถอยหลัง ผมก็ได้แต่หวังว่า ผู้มีอำนาจทั้งระบบที่เกี่ยวโยงกับร่างรัฐธรรมนูญ จะไม่ปล่อยให้ ข้อเสนอศรีธนญชัย แบบนี้ผ่านออกไป

ผมเห็นด้วยกับ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่างรัฐธรรมนูญ ที่แสดงจุดยืนวันก่อนว่า คงไม่สามารถไปเพิ่มอำนาจหรือตัดทอนอะไรได้อีกแล้ว คาดว่าในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้จะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบได้

คุณมีชัย ได้พูดถึงประเด็นที่ สนช. ขอให้แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯในวาระแรกได้ว่า “เวลาไปร่วมเป็นสักขีพยาน ตอนที่เขาแต่งงานกัน ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ร่วมเป็นสักขีพยานจะไปแต่งงานด้วย”

ผมก็เห็นด้วยกับ คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. แม้จะไม่กล้าให้ความเห็นในฐานะ ผู้จัดการลงประชามติ แต่ก็ “ให้ความเห็นส่วนตัว” ว่า กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องดำเนินการแก้ไขกฎหมาย “บทเฉพาะกาล” ให้สอดคล้องกับ “ผลประชามติ” ในประเด็นที่เห็นชอบ แต่ไม่ควรจะตีความหรือเขียนเกินไปกว่าผลประชามติ เพราะถ้าเขียนเกินไป ศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะตีความว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ได้ ทำให้ กรธ.ต้องกลับมาเขียนใหม่ อาจทำให้กำหนดการตามโรดแม็ปเดิมล่าช้าออกไปอีก

การปฏิรูปประเทศ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเคารพกฎกติกา เพื่อ สร้างความเชื่อถือ ถ้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา คนไม่เชื่อถือขึ้นมา ต่อไปจะทำอะไรก็ลำบากแน่นอน

ผมเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. รู้ดีที่สุด ความน่าเชื่อถือในสายตาอารยประเทศ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยมากมายแค่ไหน อย่าให้ “ความอยาก” ของ “คนกลุ่มเดียว” สร้างผลกระทบต่ออนาคตของประเทศและของคนไทยทุกคนเลยครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

22 ส.ค. 2559 10:22 ไทยรัฐ