วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าบิดพล้ิวเสียงประชามติ

หากเขียนคำถามพ่วงอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องการให้ ส.ว.มีอำนาจอย่างไรบ้าง ก็คงไม่มีปัญหาเหมือนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้จะว่าเป็นภาษากฎหมายก็ไม่น่าใช่ แต่เป็นเพราะมีเจตนาเพื่อให้สามารถ “ตีความ” เป็นไปตามเจตนาลึกๆก็เลยเป็นเรื่อง

ยิ่งเห็นอาการแสดงออกนับแต่การตั้งพรรคการเมืองเพื่อหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น “นายกฯคนนอก” ตั้งแต่ไก่โห่

หรือการตีความว่าเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ในคำถามพ่วงนั้น ส.ว.สามารถเสนอชื่อและร่วมโหวตเลือกนายกฯตั้งแต่ขยักแรก

ไม่ต้องรอให้สภาผู้แทนฯโหวตเลือกนายกฯก่อน

นั่นก็เรื่องหนึ่ง...

และในขยัก 2 ที่ให้ ส.ว. 250 คน สามารถเสนอชื่อนายกฯคนนอกได้ในการร่วมโหวตเลือกนายกฯ กับ ส.ส.

จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ “ส่อพิรุธ” ว่าการไม่เขียนคำถามพ่วงอย่างตรงไปตรงมาอย่างชัดเจน ก็เพื่อซ่อนเร้นอำพรางความต้องการจะหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อไป เพียงแต่ไม่กล้าบอกกันตรงๆเท่านั้น

กลัวว่าหากเปิดหน้าตรงๆจะทำให้คำถามพ่วงไม่ผ่านประชามติ

ว่าที่จริงแล้วหากต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นนายกฯต่อไปได้นั้น มันก็มีขั้นตอนของมันอยู่ เพราะคนที่คิดจะเป็นนายกฯ ไม่ว่า “คนใน” หรือ “คนนอก” จะต้องมี ส.ส.อยู่ในกำมืออย่างน้อยก็ต้องมีเสียง ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งคือ 251 คน

หากได้เสียงตรงนี้แล้วในการโหวตเลือกนายกฯฝ่ายที่สนับสนุน “คนนอก” ก็เอาชื่อไปแปะไว้ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วเสนอชื่อให้เป็นนายกฯในจำนวน 3 รายชื่อนั่นทางหนึ่ง

อีกทางหนึ่งหากสภาผู้แทนฯ โหวตเลือกนายกฯไม่ได้ก็ต้องประชุมร่วมรัฐสภาแล้วให้ ส.ส.จากพรรคการเมืองที่สนับสนุนนายกฯคนนอกเสนอชื่อเพื่อให้รัฐสภาโหวตเสียง ส.ส.บวกกับ ส.ว. 250 เสียงก็คงผ่านสะดวก

ไม่จำเป็นที่จะต้องมาตีความเป็น “ศรีธนญชัย” ให้เกิดปัญหาขึ้นมา

ไม่สามารถมองไปเป็นอย่างอื่นๆได้ว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นนี้ก็เพื่อเอาใจผู้มีอำนาจเพื่อผลทางการเมืองในอนาคตข้างหน้า หรือถ้าจะตีแสกหน้ากันตรงก็ต้องการจะให้เป็น 1 ในรายชื่อ ส.ว. 250 คนที่ คสช.จะเป็นผู้แต่งตั้ง

เรื่องนี้คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ซึ่งจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนคำถามพ่วงได้กล่าวว่าต้องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้ตรงกับเจตนาของผลประชามติ โดยยึดตัวอักษรเป็นหลัก หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเขียนไม่ถูก ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ประชา– มติก็ให้เขาส่งความเห็นกลับมาว่าจะให้เขียนแก้อย่างไร

แล้วก็หยิกแกมหยอกว่า “คนที่ไปร่วมงานแต่งงานเพื่อเป็นสักขีพยาน ไม่ใช่เป็นคนแต่งเสียเอง”

น่าจะเข้าใจตรงกันนะ...

เพราะอย่างน้อยก็จะต้องเคารพเสียงของประชาชน จะต้องเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย จะต้องคำนึงถึงความถูกต้องและชอบธรรม

การที่ประชาชนสนับสนุนประชามติทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงไปแล้วนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อทุกฝ่ายอยู่แล้ว เว้นแต่พวกปากยอมรับแต่ใจไม่ยอมรับก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เกิดระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ก็สร้างความเสียหายไม่น้อยอย่ามาทำให้เกิดระเบิดการเมืองที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกเลยเชื่อว่านายกฯก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน แม้จะมีผู้คนสนับสนุนมากโขก็ตาม

มีทางเดียวก็คือทำอย่างไรจะหาพรรคการเมืองและ ส.ส.ให้ได้เกินครึ่งเพื่อสนับสนุนให้ “คนนอก” เป็นนายกฯได้อย่างที่ต้องการ

นั่นแหละคือหนทางที่ดีที่สุด...

“สายล่อฟ้า”

22 ส.ค. 2559 10:15 ไทยรัฐ