วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหตุ เด็ก ป.3 อ่านหนังสือไม่ออก

กระดาษจากสมุดนักเรียนหัดเขียน...ก.ไก่ ข.ไข่ ใช้ปากกาหมึกซึมเขียนด้วยลายมือหวัดแกมบรรจง อ่านง่าย ใช้ชื่อ ครูเก่า... ผมอ่านแล้วจับใจ...ขอส่งผ่านให้ขุนทหารที่ตั้งใจปฏิรูปการศึกษา อ่านต่อ

ตามที่สงสัย ทำไมการศึกษาสมัยนี้จึงไม่มีคุณภาพ เด็กอ่านหนังสือไม่ออก ผม (ครูเก่า) จะอธิบายให้ฟัง

สมัยก่อนที่เด็กอ่านคล่อง เขาจัดการศึกษา ดังนี้

อายุ 6 ปี เข้าเรียน ป.เตรียมอ่อน มีการฝึกอ่าน ฝึกเขียน อายุ 7 ปี ขึ้นไปเรียน ป.เตรียมแก่ มีการฝึกอ่านฝึกเขียน อายุ 8 ปี จึงได้ขึ้นไปเรียน ป.1

ถ้าพิจารณาตามนี้จะเห็นได้ว่า มีการฝึกอ่านเขียนอยู่ 3 ปี จึงให้ขึ้นไปเรียน ป.2

ต่อมาสมัยหม่อมหลวง ปิ่น มาลากุล เป็น รมว.ศึกษาธิการ ท่านเห็นว่า การมี ป.เตรียมอ่อน ป.เตรียมแก่ เป็นเรื่องล้าสมัย

ประเทศไทยเจริญแล้ว ใครให้เข้าเรียน ป.1 เลย

แปลว่า ฝึกอ่านเขียนอยู่ ป.1 เพียงปีเดียว ก็ให้ขึ้นไปเรียน ป.2

เรื่องนี้ ดูตาเดียวก็รู้ เด็กขึ้นไปเรียน ป.2 ต้องอ่อนกว่าเก่าแน่นอน

เมื่อครู ป.2 รับเด็กอ่อนมาสอน เด็กจะอ่านไม่ออกอีกตามเคย แล้วก็ส่งต่อขึ้นไปเรื่อยๆ

เด็กอ่านไม่ออก ตอบข้อสอบไม่ผ่านเกณฑ์ ครูจะเขียนคะแนนเพิ่มให้เอง เรียกว่าคะแนนพัฒนาการด้านต่างๆ

ต่อมาสมัย ดร.รุ่ง แก้วแดง เห็นว่า การที่เด็กสมัยก่อน อ่านคล่อง เรียนวิชาต่างๆ ได้ดี เพราะมีชั้นก่อนเข้า ป.1 ท่านจึงจัดให้มีชั้นอนุบาล (อายุ) 3-5 ปี

แต่เด็กก็ยังอ่อน อ่านหนังสือไม่ออกเหมือนเดิม

ชั้นอนุบาล 3-5 ปี ท่านว่า เด็กยังเล็กอยู่ อย่าเพิ่งให้เรียนหนังสือ

ดังนั้นก็แปลว่า ฝึกอ่านเขียนอยู่ ป.1 เพียงปีเดียว ก็ให้ขึ้นไปเรียน ป.2

มันก็เลยอ่อนเหมือนเดิม

เมื่อเด็กแต่ละชั้นอ่านหนังสือไม่ออก มันก็เลยเรียนวิชาต่างๆ ไม่รู้เรื่อง

เมื่ออ่อนจากชั้นประถม ไปเรียนต่อชั้นมัธยม มันก็อ่อนอยู่อีกตามเคย เพราะครูรับเด็กอ่อนมาสอน

แต่ก่อนผู้บริหารโรงเรียนทำงานธุรการ พิมพ์หนังสือเอง ครูมีหน้าที่สอนเพียงอย่างเดียว

ท่าน ดร.รุ่ง แก้วแดง เห็นว่า การทำเช่นนั้นเป็นการรวบอำนาจ ไว้ทำคนเดียว

ท่านจึงให้ผู้บริหารกระจายงานไปให้ครูทำ

ผลปรากฏว่า เด็กอ่อนอยู่แล้ว เมื่อครูไม่ค่อยมีเวลาสอน มันก็เลย (อ่อน) ไปกันใหญ่

จะแก้ให้ผู้บริหารโรงเรียนกลับไปพิมพ์หนังสือตามเดิม ก็ทำไม่ได้

จะแก้ให้มี ป.เตรียมอ่อน ป.เตรียมแก่ เหมือนเดิม โดยตัดชั้นอนุบาลทิ้ง ก็ทำไม่ได้อีก เพราะมีการวางอะไรๆต่างไว้แน่นหนา

จดหมายจากครูเก่า ตั้งใจจะส่งถึงทั้งครูใหม่ ครูใหญ่ และถึงผู้ใหญ่ ครูเก่าตั้งใจเขียนในกระดาษสมุดค่อนยาวเต็ม 4 หน้ากระดาษครับ ผมเอามาเป็นตัวพิมพ์แล้ว ยังไม่เต็มพื้นที่คอลัมน์

บังเอิญนึกถึงประโยคที่ครูระดับศาสตราจารย์ ชื่อสมพงษ์ จิตรระดับ บอก

ชุดความรู้จากครูๆ ในกระบวนการศึกษาก้าวหน้า จนน่าจะตกผลึกให้ใช้ได้ผล แต่ความที่ชุดความรู้นี้มีมากจนฟุ้ง ผู้มีอำนาจฟังแล้วจับต้นชนปลาย เอาไปทำจริงๆไม่ได้

ข้อแนะแก้ปัญหา เด็ก ป.3 อ่านหนังสือไม่ออกของครูเก่า สั้นๆ กระชับ อ่านแล้วเข้าใจง่าย เอาไปใช้ได้ไม่ยาก

ปัญหากระบวนการศึกษาไทย...เริ่มต้นกันแค่...อ่านออกเขียนได้ เมื่อเด็กอ่านออกเขียนได้ ก็จะเอาไปต่อยอดเติมความรู้ ยกระดับชีวิตตัวเอง เป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพได้เอง

เศรษฐกิจบ้านเมืองจะเรืองรุ่ง เลยเลข 3 ไปเลข 4 เลข 5 สมคิด (จาตุศรีพิทักษ์) ได้ ก็ต้องใช้คนคุณภาพนี่แหละ.

กิเลน ประลองเชิง

22 ส.ค. 2559 10:07 22 ส.ค. 2559 10:07 ไทยรัฐ