วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.กระทุ้งแรง ซัดสนช. อย่าทํา‘หัวหมอ’

บิ๊กกี่โต้โหวตได้ก็ต้องเสนอได้ นักวิชาการเตือน-อย่าตะแบง! ‘ตู่’จตุพรหนุนนายกฯคนนอก

สนช.ยัน ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้ไม่ขัดเจตนารมณ์คำถามพ่วง “พีระศักดิ์” ย้ำขั้นตอนเกิดขึ้นเมื่อ ส.ส.ความเห็นไม่ลงตัวจนเลือกกันไม่ได้ วอนอย่ามโนเป็นเกมสืบทอดอำนาจ “บิ๊กกี่” สวนกลับนักการเมืองต่างหากที่เข้าใจผิดว่า ส.ว.เสนอชื่อนายกฯไม่ได้ ถามแปลกตรงไหน โหวตได้ก็ต้องเสนอชื่อได้ กรธ.ยังตีมึนเด้งเชือกไม่รู้ออกซ้ายออกขวา นัดถก 24 ส.ค. “วันชัย” ออกโรงเตือนอย่าฟัดกันเอง หลังเห็น สนช.-กรธ.ตั้งแง่ใส่กัน ด้านนักวิชาการติง สนช.อย่าตะแบงใส่ไข่จนเละ “องอาจ” เหน็บอย่าหัวหมอ ปู้ยี่ปู้ยำตามอำเภอใจ เพราะไม่มีข้อความไหนในคำถามพ่วงให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ พร้อมจี้ กรธ.ยึดสาระหลักร่าง รธน. อย่าหวั่นไหวคล้อยตามเป็นไม้หลักปักเลน พท.ตามซัด สนช.จ้องขยายอำนาจจนน่าเกลียด “จตุพร” หนุนนายกฯคนนอก ให้คนไทยได้สัมผัส เชื่อ “บิ๊กตู่” เจอกลไกตรวจสอบของรัฐสภาอาการโคม่าแน่ โพลย้ำผลงานนายกฯสุดยอด ส่วน 3 รองนายกฯทหารติดโผโลกลืม

ยังคงยืนกรานเสียงแข็ง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดาหน้าออกมาระบุเจตนารมณ์คำถามพ่วง มีแนวคิดให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีได้ด้วย ล่าสุด พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิก สนช. ออกมาตอบโต้ว่าฝ่ายการเมืองต่างหากที่เข้าใจผิด ขณะที่ฝ่ายการเมืองยังคงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการขยายความเกินเนื้อหาคำถามพ่วง

“พีระศักดิ์” ยันโรดแม็ปเลือกตั้งปลาย 60

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ราชการจ.ชุมพร นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำทีมสมาชิก สนช. ลงพื้นที่ จ.ชุมพร เพื่อพบปะรับฟังความเห็น ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ภายในจังหวัด จากนายสมดี คชายั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ โดยนายพีระศักดิ์กล่าวกับตัวแทนหน่วยราชการว่า ขอชื่นชมการออกมาใช้สิทธิประชามติของชาวชุมพร เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่มีเปอร์เซ็นต์ออกมาใช้สิทธิเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ หลังจากนี้ทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็ปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วางไว้ จะมีการเลือกตั้งปลายปี 60 แต่หากเกิดเหตุติดขัดหรือมีปัญหา อาจเลื่อนเป็นต้นปี 61 ขณะที่ สนช. และ คสช.จะพ้นตำแหน่งประมาณต้นปี 61 เช่นกัน

ย้ำขั้นตอน ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้

นายพีระศักดิ์ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคการเมืองระบุการที่ สนช.เสนอให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ เป็นการเอาใจ คสช.ว่า ได้ชี้แจงไปแล้วว่าการเสนอชื่อนายกฯในครั้งแรกเป็นกระบวน การของพรรคการเมือง แต่หากไม่สำเร็จจะเข้าไปสู่กระบวนการที่สอง โดย ส.ว.สามารถเสนอชื่อนายกฯได้ ไม่ขัดเจตนารมณ์คำถามพ่วง แต่ประเด็นนี้อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะมี พรรค การเมืองจะเห็นด้วยหรือไม่ เป็นเรื่องของพรรคการเมือง นักการเมืองจะรู้เจตนารมณ์ สนช.ได้อย่างไร สนช. ยึดหลักการอยู่แล้ว ไม่ทำเกินเลยจากคำถามพ่วง หลังจากนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะพิจารณาต่อไป ยืนยันว่าไม่ได้เอาใจ คสช. ไม่ต้องคิดไกลว่าจะสืบทอดอำนาจให้ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ประกาศชัดเจนว่าจะไม่เป็นนายกฯ การที่ สนช.เสนอเช่นนี้เพื่อเป็นกลไกพิเศษไม่ให้เกิดการล้มรัฐธรรมนูญ ถ้าเลือกนายกฯไม่ได้ก็ให้ใช้กลไกนี้ นี่คือจุดเด่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีกลไกแก้วิกฤติ

วอนอย่ามโนเกมสืบทอดอำนาจ

เมื่อถามว่า จะชี้แจงกับประชาชนอย่างไรว่าข้อเสนอ สนช.ไม่ได้ทำเพื่อสืบทอดอำนาจ หรือวางกลไกให้ สนช. คสช.เข้าสู่ตำแหน่งอีกสมัย นายพีระศักดิ์ตอบว่า คนที่คิดใช่ประชาชนหรือไม่ การที่สนช.ถามประชาชนจะให้ ส.ว.ร่วมโหวตนายกฯหรือไม่ และประชาชนก็ลงมติเห็นชอบแล้ว อย่าไปคิดไกลเกินไปว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ หรือปูทางให้ คสช. สนช. กลับเข้ามาอีก แต่เป็นเรื่องระบบที่ไม่ต้องการให้เกิดวิกฤติเหมือนที่ผ่านมา ส่วนบุคคลที่จะเข้ามาสู่ระบบในอนาคตค่อยมาว่ากัน ไม่ได้สร้างระบบขึ้นมาเพื่อคนใดคนหนึ่ง คนที่คัดค้านเรื่องนี้คือคนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงประชามติ เมื่อถามว่า หาก กรธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ สนช.เสนอ แต่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญ อาจทำให้โรดแม็ปเลือกตั้งล่าช้าออกไป นายพีระศักดิ์ตอบว่า มีเวลาอยู่แล้ว หากศาลรัฐธรรมนูญตีความบทเฉพาะกาลขัดเจตนารมณ์คำถามพ่วง ก็ส่งกลับมาให้ กรธ.แก้ไข ซึ่งมีเวลา 15 วัน ที่ กรธ.จะแก้ไขตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

“บิ๊กกี่” สวนกลับนักการเมืองเข้าใจผิด

พล.อ.นพดล อินทปัญญา สมาชิก สนช. กล่าวถึงการตีความคำถามพ่วงให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตและเสนอชื่อนายกฯได้ว่า เป็นการตีความมาตรา 272 ที่กำหนดว่า หากเลือกนายกฯตามบัญชีพรรคการเมืองไม่ได้ ต้องขอเสียงจากรัฐสภา 2 ใน 3 เสนอชื่อนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมือง แม้มาตรานี้ไม่ได้กำหนดให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ แต่ สนช.ส่วนใหญ่เห็นว่าเมื่อคำถามพ่วงที่ระบุให้ ส.ว.มีอำนาจร่วมกับ ส.ส.ให้ความเห็นชอบนายกฯ ผ่านประชามติจากประชาชน ส.ว.ย่อมมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯได้ การที่พรรคการเมืองคัดค้าน เป็นความเข้าใจผิด เพราะ ข้อเสนอของ สนช.คือ ให้ กรธ.แก้ไขบทเฉพาะกาลตามคำถามพ่วง ไม่ให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯตีคู่กับ ส.ส. แต่ให้สิทธิเสนอชื่อนายกฯต่อเมื่อ ส.ส.ไม่สามารถเลือกนายกฯได้ ดังนั้น เรื่องนี้ถือว่าจบแล้ว หลังจากนี้เป็นการหารือระหว่าง กรธ. กับตัวแทนจาก สนช. เท่านั้น

ถามแปลกตรงไหน ส.ว.ชงชื่อนายกฯ

พล.อ.นพดลกล่าวว่า การให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯไม่เห็นน่าแปลกใจตรงไหน เพราะเมื่อมีสิทธิโหวต ก็ควรมีสิทธิเสนอชื่อได้ และชื่อนายกฯที่ ส.ว.จะเสนอยังไม่รู้จะเป็นใคร อาจเป็นคนใน หรือคนนอกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ ส.ว.จะไปเสนอชื่อลิงที่ไหน ต้องถามกลับว่า ถ้าตั้งนายกฯไม่ได้แล้ว จะให้ทำอย่างไร จะให้ยุบสภาไปเลยหรืออย่างไร ปัญหาที่จะเกิดในอนาคตคือ หากให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯแล้ว แต่ก็ยังตั้งกันไม่ได้อีก จะทำกันอย่างไร เมื่อถามว่า กรธ.ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอ สนช.หรือไม่ พล.อ.นพดลตอบว่า ขึ้นอยู่กับความเห็นแต่ละฝ่าย สนช.เห็นอย่างหนึ่ง แต่ กรธ.อาจเห็นอีกอย่าง ต้องยอมรับว่า มาตรา 272 ของ กรธ.มีความคลุมเครือ สุดท้ายอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยประเด็นนี้อย่างไร

กรธ.ยังมึนคำถามพ่วงนัดถก 24 ส.ค.

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงประชามติว่า ขณะนี้ กรธ.ยังไม่มีข้อยุติว่าจะปรับแก้ไขเนื้อหาอย่างไร เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา หาก สนช.มีข้อมูลใดที่ต้องการเสนอให้ กรธ.เพิ่มเติมก็สามารถส่งมาได้ กรธ.จะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 24 ส.ค. ส่วนข้อเสนอของสนช.ที่ต้องการให้ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีนั้น ประเด็นนี้ยังหาข้อยุติยาก เพราะ กรธ.ก็ต้องมานั่งหารือกันว่าข้อเสนอมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร และเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ เป็นประเด็นที่ต้องมากกว่าคำถามพ่วงควรจะมีขอบเขตแค่ไหน เพราะขณะนี้ก็ตีความกันไปหลายแนวทาง บางฝ่ายบอกว่าควรจะเขียนกันไปตามตัวอักษร ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าต้องว่ากันไปตามเจตนาว่าจะแก้ไขปัญหาใด สำหรับกระบวนการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ กรธ. มีกรอบเวลาดำเนินการ 30 วัน หากพิจารณาเสร็จก็จะส่งให้ทางศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาทันที

“วันชัย” ชี้ ส.ว.มีสิทธิโหวต–เสนอชื่อ

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกกรรมาธิการด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า เรื่องที่มาของนายกฯช่วง 5 ปีแรกหลังจากร่างรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ที่กำลังโต้แย้งกันอยู่นี้ คิดว่าไม่มีประเด็นอะไรที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ไม่ต้องไปตีความให้มันยุ่งยาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่แสดงประชามติมาชัดเจนแล้วว่า 5 ปีแรกนี้ให้นายกรัฐมนตรีมาจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ให้ ส.ส.และ ส.ว.ที่เป็นสมาชิกรัฐสภาร่วมกันเลือกนายกฯ ส่วนประเด็นที่ถกเถียงกันว่า ส.ว.มีสิทธิที่จะเสนอชื่อนายกฯหรือไม่ ไม่น่าจะต้องมาถกเถียงกันให้เป็นประเด็น เพราะในรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ก็ใช้คำว่าพิจารณาให้ความเห็นชอบ หมายความว่าให้มีสิทธิทั้งเสนอชื่อและโหวต เป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา ก็เอาความต้องการของประชาชนไปแก้ใส่ไว้ในบทเฉพาะกาลแค่นี้ก็จบแล้ว อย่ามัวไปนั่งคิดตีความอย่างแคบอย่างกว้าง มัวดึงกันไปดึงกันมา เอาแพ้เอาชนะกันจะเสียหายแก่ประเทศเปล่าๆ

เตือนฟัดกันเองเข้าทางฝ่ายตรงข้าม

นายวันชัยกล่าวว่า เจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนคือใน 5 ปีแรกนี้ ให้สมาชิกรัฐสภาร่วมกันโหวตเลือกนายกฯ นี่คือหลักการที่สำคัญ ส่วนวิธีการจะใช้วิธีเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อก่อน ถ้าเลือกได้ก็เลือกกันไป ถ้าเลือกไม่ได้จะเลือกนายกฯจากบุคคลในบัญชีหรือนอกบัญชีก็ว่ากันไป นั่นอาจเป็นวิธีการที่ทำให้เกิดความลงตัว เป็นเรื่องที่ผสมผสานเกิดความพอดีและลงตัวไปด้วยกันได้ทุกฝ่าย ถ้า กรธ. และ สนช. ซึ่งมาจากแม่น้ำสายเดียวกันขัดแย้งกันไปคนละทิศคนละทางจะยิ่งเข้าทางฝ่ายตรงข้าม มาขยายผลเป็นประเด็นทางการเมืองต่อไป ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่น่าจะทำให้ประชาชนผิดหวังและเสียความรู้สึกไปเปล่าๆ

นักวิชาการเตือนอย่าตะแบงใส่ไข่

นายยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงประเด็น สนช.เสนอให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯได้ว่า สนช. รวมทั้ง กรธ. ต้องตีความคำถามพ่วงอย่างเคร่งครัดตรงไปตรงมา เพราะตามคำถามพ่วงที่ประชาชนลงมติ คือ เห็นด้วยหรือไม่ ที่ให้ ส.ส. และ ส.ว.สามารถร่วมโหวตเลือก นายกฯเท่านั้น ไม่ได้เขียนรวมไปถึงให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้ หากไปเพิ่มเติมอาจทำให้ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจ ความชอบธรรมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็อาจจะน้อยลงไปได้ ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยกับคำถามพ่วงที่กังขาว่าจะเป็นการเซ็นเช็คเปล่าก็เท่ากับตอกย้ำความเชื่อของพวกเขามากขึ้นไปอีก แม้แต่ผู้สนับสนุนเองเมื่อมาเจอแบบนี้ก็อาจจะคิดว่าพวกเขาถูกหลอกหรือไม่ ดังนั้น ทางที่ดี สนช. และ กรธ.ควรตีความตามคำถามพ่วงที่ลงประชามติอย่าไปเพิ่มเติมอะไร เพราะตามหลักสากล ผู้จะเลือกนายกฯต้องมาจาก ส.ส.ที่ถือเป็นตัวแทนประชาชน ขณะที่ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช.นั้น ไม่มีส่วนที่ยึดโยงกับประชาชนเลย

หวั่นสภาเละ ส.ส.–ส.ว.ตั้งแก๊งห้ำหั่น

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวประเด็นเดียวกันว่า ไม่แปลกกับข้อเสนอนี้ การเข้ามายึดอำนาจของ คสช.เขาต้องคิดว่าจะทำอะไรเพื่อประโยชน์ของประเทศและสามารถคุมนักการเมืองได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาก็คือ หากทำเช่นนี้การทำงาน ในรัฐสภาจะเกิดปัญหาได้ ฝ่ายการเมืองก็จะยกเอามาเป็นประเด็นโจมตี ทำให้การพิจารณาอะไรในสภาจะเกิดความขัดแย้งอยู่เรื่อยๆระหว่าง ส.ส.กับ ส.ว. สุดท้ายการบริหารประเทศอาจหยุดชะงัก ความปรองดองที่อยากให้เกิดก็อาจจะไม่เกิดขึ้น

“องอาจ” เหน็บ สนช.อย่าหัวหมอ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สนช. ตีความคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติมาแล้ว ให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องตีความ ไม่ว่าจะแบบกว้างหรือแบบแคบ เพราะสาระในคำถามพ่วงชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่า ให้วุฒิสภาร่วมเห็นชอบ หรือเลือกนายกฯ ไม่มีข้อความไหนในคำถามพ่วงที่ระบุว่า ให้วุฒิสภาเสนอชื่อผู้สมควรเป็นนายกฯ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนเริ่มต้นประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯครั้งแรก หรือแม้แต่ขั้นตอนที่รัฐสภาไม่สามารถเลือกนายกฯตามบัญชีพรรคการเมืองได้ ส.ว.ก็ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ถ้า สนช.ต้องการให้ ส.ว.เสนอชื่อด้วยก็ควรใส่คำว่า “เสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี” ไว้ในคำถามพ่วงตั้งแต่ตอนทำประชามติ และช่วงระหว่างการทำประชามติที่ผ่านมา ก็ไม่มีการระบุว่าจะให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ สนช.ควรทำเรื่องนี้ตรงไปตรงมา อย่าหัวหมอ อย่าคิดว่าประชาชนส่วนมากลงประชามติเห็นชอบคำถามพ่วงแล้ว จะมาปู้ยี่ปู้ยำทำตามอำเภอใจอย่างไรก็ได้

จี้ กรธ.อย่าหวั่นไหวทำหลักการเป๋

นายองอาจกล่าวว่า เพื่อให้การนำคำถามพ่วงมาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ควรพิจารณาดังนี้ 1.คำนึงถึงเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงที่ประชาชนส่วนมากออกเสียงประชามติเห็นชอบ 2.ดำเนินการตามเนื้อหาสาระที่ระบุไว้ในคำถามพ่วงอย่างเคร่งครัด 3.การนำคำถามพ่วงมาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควรกระทบกับเนื้อหาสาระหลักของร่างรัฐธรรมนูญ จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนส่วนมากให้ความเห็นชอบไปแล้ว 4.ไม่ควรให้คำถามพ่วงถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง จึงหวังว่ากรธ.จะนำคำถามพ่วงไปใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญด้วยความสุขุม รอบคอบ ชอบธรรม และยึดหลักการที่ถูกต้องบนพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อให้รัฐธรรมนูญสามารถประกาศใช้ให้ประเทศเดินหน้าด้วยความราบรื่นตามโรดแม็ปต่อไป

กระตุกนายกฯอย่าหลงคำยอ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่า นักการเมืองยังไม่ถึงเวลาแต่งตัวเพราะเลือกตั้งมีปีหน้านั้นว่า เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มองนักการเมืองอยู่ในสายตา ฟังแต่คำสรรเสริญเยินยอ แต่อยากให้ทบทวนถึงประวัติศาสตร์การเมืองเกี่ยวกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร นายทักษิณ ชินวัตร ที่เคยได้รับเสียงแซ่ซ้องเช่นนี้มาก่อน ว่ามีสถานะเป็นอย่างไร ขอให้ฟังเสียงคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีเจตนาร้ายด้วย

“สุณิสา” ซัดขยายอำนาจน่าเกลียด

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ทีมสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ที่มีความพยายามให้ ส.ว.สรรหาเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนนอกได้ว่า ถือเป็นการตีความเกินเจตนารมณ์ของผู้ลงประชามติ เพราะถามประชาชนแค่เพียงว่า เห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภา หรือก็คือให้ ส.ว.สรรหามีสิทธิให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส.ได้เท่านั้น ไม่ได้ถามว่า เห็นด้วยหรือไม่ที่ ส.ว.สรรหาจะมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯได้ และมาตรา 159 ได้แยกกระบวนการเสนอชื่อนายกฯ ออกจากกระบวนการให้ความเห็นชอบผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯไว้เป็นคนละขั้นตอน การดึงดันของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถือเป็นการขยายอำนาจของตัวเองอย่างน่าเกลียด ที่ผ่านมาผู้ออกมาเปิดโปงการตั้งคำถามเรื่องนี้ถูกดำเนินคดีราวกบฏ ทั้งที่พวกเขาห่วงจะมีการสืบทอดอำนาจ เป็นคำถามพ่วงปลอม หลอกให้ประชาชนโหวต

วอนอย่าบิดเจตนารมณ์ประชาชน

นายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอของ สนช. ที่จะให้ ส.ว.มีส่วนในการเสนอชื่อนายกฯได้ด้วยว่า ตามคำถามพ่วงที่ สนช.ชี้แจงประชาชนในการทำประชามติเขาเข้าใจว่า การเลือกนายกฯครั้งแรกต้องให้ ส.ส.เลือกกันก่อน หากไม่ได้ค่อยให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเข้ามามีส่วนร่วม แต่ถ้าจะมาร่วมเลือกด้วยตั้งแต่ครั้งแรก หรือเสนอรายชื่อได้ด้วยนั้น เป็นการไม่เคารพเจตนารมณ์ของประชาชนที่ทำประชามติ เพราะจากผลประชามติที่ออกมา เสียงเห็นชอบคำถามพ่วงน้อยกว่าเสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญในทุกจังหวัด แสดงให้เห็นว่าประชาชนก็ไม่ต้องการนายกฯคนนอก และดูจากท่าทีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็รับรู้เจตนารมณ์อันนี้ดีเชื่อว่าจะทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

“ตู่” อยากเห็นนายกฯคนนอกกระอัก

วันเดียวกัน ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ร่วมกันแถลงข่าวในกิจกรรม “พีซทีวี คืนชีพ” หรือวันออกอากาศวันแรก ของสถานีโทรทัศน์พีซทีวี หลังถูก กสท.สั่งพักใบอนุญาตออกอากาศไป 30 วัน โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า กลับมาคราวนี้จะทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวังสุดความสามารถ ส่วนตัวขอสนับสนุนนายกฯคนนอก เพราะต้องการให้คนไทยได้รู้จักนายกฯคนนอก ที่สำคัญอยากรู้ว่า ถ้าไม่มีมาตรา 44 นายกฯคนนอกจะปฏิบัติอย่างไร จะทนการอภิปรายในสภา ตั้งแต่การโหวตเลือกนายกฯ จนถึงการแถลงนโยบาย ที่ไม่ต่างกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯก็ไม่เคยเจอคนเห็นต่างแบบซึ่งๆหน้า จะเหมือนสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกฯ ที่สุดท้ายทนแรงกดดันไม่ไหว ต้องยึดอำนาจตัวเองหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์จะต้องแบกความกดดันตรงนี้ และคนไทยสัมผัสกันได้อย่างพร้อมเพรียง รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้คนไทยมีบทเรียนอย่างเจ็บปวดที่สุด

แฉเล่ห์เปิดหน้าโชว์ตัว “บิ๊กตู่”

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า ขอฟันธงนายกฯคนนอกคือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน กับพวกออกมาตั้งพรรคสนับสนุนเป็นนายกฯ อย่าคิดว่าเป็นลูกมั่ว แต่เป็นยุทธวิธีที่จะทำให้ประเด็นนี้ถูกจุดขึ้นมาก่อนการเลือกตั้ง จนสังคมมองเป็นเรื่องเป็นธรรมดา ตนไม่มีปัญหาถ้าท่านจะมาเป็นนายกฯคนนอก แค่อยากเตือนว่าถ้ายึดอำนาจเอง ตั้งคนร่างรัฐธรรมนูญ ตั้ง ส.ว.เอง จนทำให้เข้าสู่ตำแหน่งนายกฯ สถานการณ์ที่จะเกิดเวลานั้น อาจเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ และทำนายว่าหลังการเลือกตั้งพรรคที่ใหญ่สุด ไม่ใช่พรรค ส.ว. แต่เป็นพรรคบูรพาพยัคฆ์ เพราะจะมี ส.ว.250 คน สนับสนุน อาจรวมกับ ส.ส.อีกหลายพรรค แต่พรรคบูรพาพยัคฆ์จะขับเคลื่อนโดยใช้อำนาจรัฐ เพื่อกำกับความเป็นไปทางการเมือง ซึ่งเป็นอันตรายใหญ่หลวง

พลังชลติงอย่าเล่นเกมยื้อเลือกตั้ง

นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวถึงกรณี สนช. เสนอให้ กรธ.ปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง โดยให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอรายชื่อนายกฯ ว่า ไม่ว่า กรธ.จะปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร สุดท้ายแล้วต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าการปรับแก้นั้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงหรือไม่ จึงเห็นด้วยกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ที่บอกว่าต้องยึดตามตัวอักษรเป็นหลัก เพราะถ้า กรธ.ยอมปรับแก้ตาม สนช.แล้ว ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ตรงตามเจตนารมณ์ก็ต้องปรับแก้ใหม่ ทำให้เสียเวลา การเลือกตั้งก็ต้องเลื่อนออกไปอีก อย่าลืมว่าที่ประชามติผ่านครั้งนี้ เพราะประชาชนส่วนหนึ่งอยากให้มีการเลือกตั้ง คนมีอำนาจจะทำอะไรต้องนึกถึงตรงนี้ด้วย

กกต.ถอดบทเรียนประชามติ

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เปิดเผยว่า ในวันที่ 25-26 ส.ค. กกต.จะจัดสัมมนาสรุปผลการดำเนินการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 ส.ค. โดยจะเชิญผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กต.จว.) ทั้ง 77 จังหวัด มาเข้าร่วม เพื่อรายงานผลการทำงาน ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ของแต่ละจังหวัดว่าเป็นอย่างไร เหมือนเป็นการถอดบทเรียนร่วมกัน เพื่อนำปัญหา อุปสรรค และข้อบกพร่องต่างๆที่เกิดขึ้นจากการทำประชามติครั้งนี้มาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น เพื่อรองรับการจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ขณะนี้ได้รับหนังสือแจ้งจาก กรธ.ให้ กกต.ดำเนินการยกร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องแล้ว และอยู่ระหว่างยกร่างเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ

“หน่อย” สะเทือนใจกรณี “ไผ่ ดาวดิน”

วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เห็นข่าวคุณแม่และน้องสาวของนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นั่งคุกเข่าขวางรถที่จะนำลูกชายไปศาลทหาร เพียงเพื่อให้ลูกได้เซ็นเอกสารลงทะเบียนเรียน ในความเป็นแม่ตนอดสะเทือนใจไม่ได้ว่าวันนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย แค่เด็กที่มีความเชื่อและศรัทธาในสิทธิที่เสมอกัน แต่กลับถูกปฏิบัติเสมือนเป็นผู้ก่อการร้าย และจากการติดตามข่าวเก่า จะเห็นว่ากลุ่มดาวดินเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมและสิทธิของชุมชนมานานแล้ว ครั้งนี้ถูกกล่าวหากรณีแจกเอกสารแสดงความเห็นต่างร่างรัฐธรรมนูญ และชูป้ายเชิงสัญลักษณ์คัดค้านการรัฐประหาร ซึ่งจะไม่เป็นความผิดเลยในยามที่บ้านเมืองใช้กฎหมายปกติ แต่เมื่อมีความผิดตามกฎหมายในช่วงอำนาจพิเศษ ก็ดำเนินคดีไป แต่ต้องให้ความยุติธรรมอย่างเสมอภาค

ความเมตตาผู้มีอำนาจอยู่ไหน

“เมตตาธรรมในหัวใจของผู้มีอำนาจในสังคมไทยหายไปไหนหมด เพียงแค่เด็กที่มีความคิด อุดมการณ์ต่างจากผู้มีอำนาจ โดยมิได้มีอาวุธใดๆ นอกจากปัญญา ต้องใช้อำนาจไปสร้างความทุกขเวทนาให้เขาและครอบครัวถึงเพียงนี้หรือ ดิฉันไม่รู้จัก ไผ่ ดาวดิน เป็นการส่วนตัว แต่ขอคารวะ และยกย่องในหัวใจที่กล้าหาญและแข็งแกร่งของเด็กคนนี้ และขอร่วมเป็นกำลังใจให้นักสู้เพื่อสิทธิของประชาชน ไผ่ ดาวดิน” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

“ปึ้ง” หวัง ACD หนุนเท่ายุค “ทักษิณ”

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การประชุมระดับผู้นำของเวที ACD (Asia Cooperation Dialoque) SUMMIT ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพ จัดระหว่างวันที่ 9-10 ต.ค. โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เสนอตัวให้ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2558 ซึ่งรัฐบาลเลื่อนมาเป็นปีนี้ นับเป็นสิ่งที่ดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตัดสินใจดำเนินการต่อเนื่องมาจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ สำหรับเวทีนี้มาจากแนวคิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่มองเห็นประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง โดยกลุ่มประเทศเหล่านั้นต่างให้ความสำคัญและชื่นชอบมากที่จะได้เข้ามาร่วมประชุมหารือด้านเศรษฐกิจ และความร่วมมือต่างๆ ระหว่างกัน โดยไม่ได้มุ่งเน้นประเด็นทางการเมือง หรือความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ดังนั้นเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลไทยจะได้แสดงศักยภาพด้าน ต่างๆ และขอให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้ประเทศเหล่านี้ให้ความร่วมมือเหมือนกับสมัยรัฐบาลนายทักษิณ

เตือนพวกเชลียร์อย่าลำพอง

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้นำข้อความส่วนหนึ่งที่ได้บรรยายพิเศษให้กับผู้บริหารระดับสูงจาก 20 กระทรวง ในหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 84 เมื่อวันที่ 19 ส.ค. มาโพสต์เฟซบุ๊ก เนื้อหาสรุปว่า ตอนนี้คนทำงานบางคนเอาใจผู้บังคับบัญชาจนหลงลืมว่าตัวเองไม่ใช่คนสำคัญมาก บางคนตัวเล็กเลยพาลลอกเลียนแบบทำเป็นคนตัวใหญ่ ต้องรู้จักตัวเอง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสอนลูกศิษย์ชัดเจนว่า จงทำงานเป็นทีม อย่าหลงคิดว่าตนเองเก่งเหนือผู้คน จงเจียมเนื้อเจียมตัว สำรวมกาย วาจา ใจ เป็นตัวอย่างแก่กัน ผู้เป็นนายทำอะไรสำเร็จ อย่าแอ่นอกรับความดีความชอบ แต่จงยกคุณความดีให้ผู้ร่วมงาน ถ้าทำอะไรผิดจงรับไว้และรีบแก้ไข ไม่ใช่โยนความไม่ดีให้คนอื่น เราจึงต้องมุ่งมั่นเสริมสร้างระบบคุณธรรมแก่ ชุมชน-หมู่บ้าน-ตำบล-อำเภอ-จังหวัด รวมเรียกว่า ประเทศไทยคุณธรรม ไม่เสแสร้ง ไม่เล่นละคร ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่อวดเบ่ง ไม่คิดใหญ่คิดโตเกินตัว ไม่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่กัน เรื่องนี้ถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญในการสร้างชาติสร้างประเทศ

รัฐบาลเตรียมแถลงผลงาน 2 ปี

พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เตรียมแถลงผลงานครบรอบ 2 ปีการทำงานของรัฐบาล ในวันที่ 12 ก.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ส่วนรูปแบบการแถลงจะเป็นอย่างไรนั้น จะมีการประชุมเพื่อสรุปอีกครั้ง ทั้งนี้นอกจากการแถลงผลงานแล้วจะมีการจัดทำสกู๊ปสรุปผลการดำเนินงานในห้วง 2 ปีของรัฐบาล ผ่านรายการเดินหน้าประเทศไทยให้ประชาชนได้รับชมอย่างทั่วถึงอีกด้วย

โพลย้ำคนพอใจผลงานนายกฯ

วันเดียวกัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “2 ปี ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” โดยร้อยละ 42.40 เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ทำงานในตำแหน่งนายกฯได้ดีมาก ร้อยละ 45.20 ระบุว่าค่อนข้างดี มีเพียงร้อยละ 3.52 ที่ระบุว่า ทำงานได้ไม่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจความคิดเห็นเดือน ก.พ.2559 พบว่าสัดส่วนผู้ที่ระบุว่าทำงานได้ดี มากเพิ่มขึ้น เมื่อถามถึงลักษณะการทำงาน ร้อยละ 85.84 ระบุว่า มีอุดมการณ์และความตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน ร้อยละ 8.16 ระบุว่า ไม่มีอุดมการณ์ คิดแต่จะรักษาอำนาจ ด้านบุคลิกภาพผู้นำ ร้อยละ 62.80 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบทหาร ร้อยละ 14.40 ระบุว่า มีบุคลิกภาพผู้นำแบบประชาธิปไตย ด้านประสิทธิภาพการทำงาน ร้อยละ 79.60 ระบุว่า มีประสิทธิภาพ ขณะที่ร้อยละ 12.64 ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนด้านความโปร่งใส ร้อยละ 72.88 ระบุว่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ขณะที่ ร้อยละ 10.40 ระบุว่า ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้

3 รองนายกฯทหารติดโผโลกลืม

เมื่อถามถึงความประทับใจในการทำงานของคณะรัฐมนตรี 5 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม อันดับ 2 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา อันดับ 3 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อันดับ 4 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และอันดับ 5 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม สำหรับรัฐมนตรีที่ประชาชนไม่ประทับใจ 5 อันดับแรกคือ 1.พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ 2.นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง 3.นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ 4.พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ และ 5. นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ ส่วนรัฐมนตรีที่ประชาชนไม่รู้จัก 5 อันดับแรก คือ 1.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ 2.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ 3.นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ 4.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ 5.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ และนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม

สนช.ยัน ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้ไม่ขัดเจตนารมณ์คำถามพ่วง “พีระศักดิ์” ย้ำขั้นตอนเกิดขึ้นเมื่อ ส.ส.ความเห็นไม่ลงตัวจนเลือกกันไม่ได้ วอนอย่ามโนเป็นเกมสืบทอดอำนาจ “บิ๊กกี่” สวนกลับนักการเมืองต่างหากที่เข้าใจผิดว่า ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ 22 ส.ค. 2559 08:26 ไทยรัฐ