วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีไม่สุด

ปิดฉากการชิงชัยกันไปแล้วสำหรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 31 “ริโอเกมส์” ที่นครริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล

ในส่วนของทัพนักกีฬาไทยทำผลงานคว้าเหรียญรางวัลมาได้รวมทั้งหมด 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

การคว้าเหรียญรางวัลได้จำนวนเท่านี้ ถือว่าเป็นผลงานที่ดี แต่ก็ไม่ถึงกับดีที่สุด

มีหลายสมาคมกีฬาทำผลงานได้ตามมาตรฐาน แต่ก็มีหลายสมาคมกีฬาที่ล้มเหลวเช่นกัน

แน่นอน สมาคมกีฬายกน้ำหนักแห่งประเทศไทยฯ ย่อมเป็นพระเอกในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้

จอมพลังของเราจัดการกวาดมาได้ 2 เหรียญทอง จาก “น้องแนน” โสภิตา ธนสาร รุ่น 48 กก.หญิง, “น้องฝ้าย” สุกัญญา ศรีสุราช รุ่น 58 กก.หญิง 1 เหรียญเงิน จาก “น้องแต้ว” พิมศิริ ศิริแก้ว รุ่น 58 กก.หญิง และอีก 1 เหรียญทองแดง จาก “เจ้าดุ่ย” สินธุ์เพชร กรวยทอง ในรุ่น 56 กก.ชาย

โดยเฉพาะ “เจ้าดุ่ย” นั้น สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นมาได้ด้วย

เขากลายเป็นนักยกน้ำหนักชายคนแรกของ ประเทศไทยที่ได้เหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์

นี่ถือเป็นผลงานอันยอดเยี่ยม และต้องถือว่าสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทยฯยังทำผลงานอยู่ในมาตรฐานของตัวเองตลอด

ขณะเดียวกัน สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทยฯ ก็เป็นอีกสมาคมกีฬาหลักของไทยในการคว้าเหรียญรางวัล จอมเตะของไทยซิวมาได้ 1 เหรียญเงิน จาก “เจ้าเทม” เทวินทร์ หาญปราบ รุ่น 58 กก.ชาย กับอีก 1 เหรียญทองแดง จาก “น้องเทนนิส” พานิภัค วงศ์พัฒนกิจ รุ่น 49 กก.หญิง

นี่เป็น 2 สมาคมกีฬาระดับคุณภาพ และ เป็นเพียงแค่ 2 สมาคมกีฬา ที่คว้าเหรียญรางวัลให้กับประเทศไทยใน “ริโอเกมส์”

อย่างไรก็ตาม สำหรับสมาคมกีฬาที่ก่อนหน้านี้ เป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญรางวัลให้เป็นหน้าเป็นตา ของประเทศไทย แต่สุดท้ายทำไม่สำเร็จนั้น คงต้องกลับไปทบทวนกันใหม่ว่าเกิดอะไรขึ้น

ความผิดหวังครั้งนี้ เป็นบทเรียนอันสำคัญ

ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้โอกาสไปไกลถึงโอลิมปิกเกมส์ 2020 เอาเป็นว่าในเอเชียนเกมส์ 2018 ที่จ่อรอคิวในอีก 2 ปีต่อจากนี้

ถ้าหากไม่มีอะไรดีขึ้น บรรดานายกสมาคมฯและผู้บริหารทั้งหลายควรจะต้องพิจารณาตัวเองกันได้แล้ว!!!

พาวเวอร์บอมบ์

22 ส.ค. 2559 02:06 22 ส.ค. 2559 02:06 ไทยรัฐ