วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผวจ.เพชรบูรณ์ เชิญม้ง ผู้ประกอบการรีสอร์ตภูทับเบิก ถกทางออก 22 ส.ค.

ผวจ.เพชรบูรณ์ เชิญชาวม้ง ที่เป็นผู้ประกอบการรีสอร์ตภูทับเบิก ที่ถูกสั่งรื้อถอน ถกทางออก 22 ส.ค. ยันข่าวลือสั่งรื้อหมด นอกเหนือ 19 รีสอร์ต ไม่เป็นความจริง ...

วันที่ 21 สิงหาคม 59 ภายหลังจากที่คณะเจ้าหน้าที่สนธิกำลังฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่ป่าไม้, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหารสนธิกำลังกว่า 650 นาย บังคับใช้กฎหมาย และคำสั่ง คสช.ที่ 35/2559 เข้ารื้อถอน 19 รีสอร์ต ที่ถูกศาลพิพากษาสั่งให้ออกจากป่าภูทับเบิก ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังพร้อมนำเครื่องจักรเข้ารื้อถอนรีสอร์ต ภัตตาคารชื่อ โรงเตี๊ยม ตั้งแต่เช้าวันที่ 19 ท่ีผ่านมา กระทั่งต่อเนื่องวันที่ 20 สิงหาคม ได้เข้ารื้อถอนอาคารร้านค้าสานฝัน และเตรียมนำเครื่องจักรเข้ารื้อถอนอาคารร้านจำหน่ายสินค้า ชื่อคานาอัน จนเกิดเหตุเจ้าของและญาติพี่น้องโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอรื้อถอนเอง โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต เพราะเจ้าหน้าที่ได้ให้เวลาในการรื้อถอนมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว หากไม่ดำเนินการก็อาจจะถูกกล่าวหาว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ กระทั่งชาวบ้านเกิดความไม่พอใจ จึงเกิดการตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่

ต่อมา นายมงคล เถารักตระกูล สมาชิก อบต.วังบาล ได้เป็นตัวแทนชาวบ้านเข้าพูดคุยกับ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่า โดยนายมงคลยื่นข้อเสนอว่าถ้ามารื้อถอนกันอย่างนี้ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องกู้หนี้ยืมสินเงินมาลงทุน อย่างนั้นก็ขอให้ปิดภูทับเบิกไปเลย พวกเราจะได้รื้อถอนเอง ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่มารื้อถอน เพราะว่ามันก็จะไม่มีใครมาใช้บริการก็เหมือนรื้ออยู่แล้ว หรือหากจะรื้อถอนก็ขอให้พวกเรารื้อถอนเอง จากนั้น นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่า ได้รับเรื่องไว้บอกว่าจะนำไปเสนอคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาภูทับเบิก รับทราบถึงความต้องการ และได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลังกลับ จากนั้นจึงบอกให้ชาวบ้านแยกย้ายกันกลับและเจ้าหน้าที่ก็จะถอนกำลังออกไปก่อนด้วยเหตุผลว่าให้หลีกเลี่ยงการปะทะ กระทั่งเวลาผ่านไป 15 นาที หลังจากเจ้าหน้าที่ถอนกำลังเดินทางกลับไปที่รีสอร์ตโรงเตี๊ยม ก็เกิดกระแสข่าวในหมู่ชาวม้ง อ้างว่าเจ้าหน้าที่กำลังจะเข้าไปรื้อถอนรีสอร์ตตายาย ทำให้ชาวบ้าน นำรถยนต์ 7 คัน และสิ่งกีดขวางมาปิดกั้นถนนที่บริเวณทางแยกขึ้นจุดสูงสุดของวิสาหกิจชุมชนภูทับเบิก ใกล้กับร้านอาหารคานาอัน ทำให้นักท่องเที่ยวและเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลี เกิดผลกระทบ ไม่สามารถสัญจรรวมถึงเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถนำรถออกจากพื้นที่ได้

จากนั้น นายไกรสร กองฉลาด นายกฤษณ์ คงเมือง สองรอง ผวจ.เพชรบูรณ์ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่า นายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ต้องเข้าเจรจานานกว่าสองชั่วโมง จึงได้เปิดโต๊ะเจรจา เรียกตัวแทนของชาวบ้านมาพูดคุย มีนายมงคล เถารักตระกูล สมาชิก อบต.วังบาล และชาวบ้านรวม 5 คน โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นการเข้าใจผิด เจ้าหน้าที่ได้ยุติการรื้อถอนแล้ว โดยชาวบ้านได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง 5 ข้อ คือ 1. ให้เจ้าหน้าที่ยุติการรื้อถอนและนำเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่ลงจากภูทับเบิก 2. ให้หาทางออกร่วมกันเป็นลำดับขั้นตอน 3. ให้ทหารเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 4. ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินให้เป็นกิจจะลักษณะ ตามกฎหมายที่ดินที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่พึงมีพึงได้ 5. ให้อาศัยกฎหมาย ม.44 ที่ประกาศแล้วนี้แก้ไขปัญหาชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดีและบังคับคดีให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด กระทั่งเจ้าหน้าที่รับข้อเสนอข้อแรกเพียงข้อเดียวคือขนย้ายเครื่องจักรและนำกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากภูทับเบิก และขอให้ชาวม้งเปิดเส้นทางจึงได้ข้อยุติก่อนแยกย้ายกันกลับ

ล่าสุด เวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าภูทับเบิก ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้เวลา 14.00 น. จะเรียกผู้ประกอบการรีสอร์ต ที่เป็นชาวม้ง มาพูดคุยเข้าทำความเข้าใจ และหากผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยจะเข้าร่วมรับฟังก็ได้ ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอหล่มเก่า

ผู้ว่าฯ กล่าวต่อว่า ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่บนภูทับเบิกนั้น ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ผู้ประกอบการรีสอร์ตนั้นมีจำนวนน้อย สำหรับข้อเรียกร้องต่างๆ นั้น คงจะต้องมาทำความเข้าใจพูดคุยกันในวันพรุ่งนี้ เพราะอยู่ในแผนแม่บทที่ได้ไปอยู่แล้ว ก็จะเร่งดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น ที่ผ่านมารัฐมนตรีมหาดไทยได้ให้ความสำคัญในกรณีดังกล่าว โดยได้ปรับแผนการทำงานให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด โดยวันนี้กรอบการประชุมเป็นเรื่องของการสรุปผลการปฏิบัติงานรวมถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องขอให้ทหารเข้ามาเป็นหน่วยงานหลักนั้น คงจะต้องเป็นไปตามคำสั่งของ คสช. ด้านการแก้ไขปัญหาที่ดินนั้น คงให้ดำเนินการตามแผนพัฒนาของกรมพัฒนาสังคมต่อไป ซึ่งภาครัฐเอง ได้เข้ามาจัดระเบียบบนภูทับเบิกเพื่อส่งเสริมให้ชาวม้งในพื้นที่มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้ส่งเสริมและสร้างตลาดผักปลอดสารพิษ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในราคาสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นถึงสามเท่าตัว

ส่วนกระแสข่าวว่า ผู้ว่าฯ จะสั่งรื้อให้หมดทั้งดอยนั้นคงไม่เป็นความจริง เพราะพี่น้องชาวม้งยังคงอาศัยอยู่ได้เหมือนเดิมทุกคน จากนี้ไปหากเกิดกระแสข่าวลือต่างๆ นั้นขอให้อย่ารับฟัง ขอให้ทุกภาคส่วนและพี่น้องชาวม้งรับฟังเสียงของผู้ว่าฯ พูด เพียงคนเดียวเท่านั้น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฮือต้าน ทุบภูทับเบิก ชาวบ้าน 300 ปิดถนน
รื้อ 'สานฝันรีสอร์ต' ภูทับเบิก เจ้าของร่ำไห้ เงินทุนหลายล้านมลายหายไป
ดีเดย์ลุยรื้อ 17 รีสอร์ต 'ภูทับเบิก' ดื้อไม่ย้ายออก





ผวจ.เพชรบูรณ์ เชิญชาวม้ง ที่เป็นผู้ประกอบการรีสอร์ตภูทับเบิก ที่ถูกสั่งรื้อถอน ถกทางออก 22 ส.ค. ยันข่าวลือสั่งรื้อหมด นอกเหนือ 19 รีสอร์ต ไม่เป็นความจริง ... 21 ส.ค. 2559 19:02 21 ส.ค. 2559 19:40 ไทยรัฐ