วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จ่อดำเนินคดีญาตินักการเมือง รุกอ่าวทุ่งทราย ใช้ส.ค.1 สวมสิทธิออกโฉนด

จ่อดำเนินคดีญาตินักการเมือง รุกอ่าวทุ่งทราย ใช้ส.ค.1 สวมสิทธิออกโฉนด

  • Share:

แจ้งจับเศรษฐีตระกูลดังญาตินักการเมืองใหญ่ บุกรุกที่สาธารณะอ่าวทุ่งทราย สร้างบ้านพักหรูร่วม 100 ล้าน แฉใช้เอกสาร ส.ค.1 บิน สวมสิทธิออกโฉนด อธิบดีกรมที่ดินสั่งเพิกถอนออกโดยมิชอบตั้งแต่ปี 48 ที่ดินอำเภอ จังหวัด กลับเพิกเฉยซุกเรื่องนานนับ 10 ปี

จากกรณีที่ พล.ต.อุดมวิทย์ อโนวัลย์ ผบ.มทบ. 44 ได้ตั้งชุดเฉพาะกิจออกตรวจสอบพื้นที่สาธารณประโยชน์ถูกนายทุนบุกรุกและสร้างบ้านพักตากอากาศหรูจำนวน 2 หลัง มูลค่าร่วม 100 ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ริมชายหาดอ่าวทุ่งทราย หมู่ 3 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร หลักจากมีผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชนและชาวบ้านรวมตัวกันร้องเรียน คสช.ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ (ทหารบุกตรวจบ้านพักหรู100ล้านอ่าวทุ่งทราย ญาตินักการเมืองรุกที่สาธารณะ)

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2559 นายประกิจ แข่งขัน รองนายก อบต.ปากคลอง นายวิโรจน์ ศรีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลปากคลอง นายพนา คงมั่น สมาชิก อบต.หมู่ 3 ตำบลปากคลอง นายบุญยัง ศรีซังส้ม แพทย์ประจำตำบลปากคลอง ได้นำคำสั่งมณฑลทหารบกที่ 44 กองบัญชาการควบคุมมณฑลทหารบกที่ 44 ที่ 223/2559 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2559 ลงชื่อโดย พล.ต.อุดมวิทย์ อโนวัลย์ ผบ.มทบ.44 เรื่องตรวจสอบการบุกรุกที่สาธารณะอ่าวทุ่งทราย ไปติดประกาศทับไว้ที่ป้ายประตูรั้วทางเข้าบ้านพักตากอากาศหรูของนายทุนดังกล่าว และที่บริเวณรั้วกั้นอาณาเขตที่ผู้ครอบครองเขียนป้ายข้อความว่า “พื้นที่ส่วนบุคคลห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต” รวม 3 จุด

นายประกิจ กล่าวว่า การที่พวกตนนำคำสั่งดังกล่าวมาติดในพื้นที่บุกรุกนั้น สืบเนื่องจาก นายภราดร ศรีชลธาร นายก อบต.ปากคลอง ในฐานะผู้บริหารท้องถิ่นได้นำหลักฐานการบุกรุกที่ดินสาธารณะในพื้นที่ดังกล่าวจากฝ่ายทหารทั้งหมดไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.นพชัย เกื้อบุญแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.มาบอำมฤต ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์เป็นคดีอาญาที่ 190/2559 กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ครอบครองพื้นที่ดังกล่าวในความผิดบุกรุกที่สาธารณะที่พลเมืองใช้ร่วมกันจนคดีจะถึงที่สุด และ พล.ต.อุดมวิทย์ ได้ออกคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวตามที่แจ้งความดำเนินคดีแก่ผู้บุกรุกที่สาธารณะ จึงนำประกาศมาติดแจ้งให้ผู้ครอบครองทราบ

พ.ท.ดุสิต เกสรแก้ว นายทหารฝ่ายยุทธการ บก.ควบคุม มทบ.44 เปิดเผยว่า ทั้งนี้หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนบุกรุกที่สาธารณะดังกล่าวแล้ว พล.ต.อุดมวิทย์ ได้สั่งการให้ตนและ พ.ต.สังคม รองมาลี นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน ออกตรวจสอบหาข้อมูลหลักฐานจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องและพบหลักฐานสำคัญว่าที่ดินแปลงตามที่มีการร้องเรียนนั้น ก่อนหน้านี้ผู้ครอบครองได้นำหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 13,125 และ 124 ไปขอออกหลักฐาน นส.3ก. เลขที่ 1472 และ 1473 ซึ่งต่อมาได้นำไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินเลขที่ 16128 หน้าสำรวจ 1537 ตำบลปากคลอง อ.ปะทิว จำนวน 19 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา 

จากนั้นได้มีการร้องเรียนว่ามีการออกโฉนดโดยมิชอบ จนอธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งที่ 1670/2547 ลงวันที่ 22 มิ.ย.47 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินและคณะกรรมการสอบสวนตรวจสอบพบว่า นส.3ก. เลขที่ 1472 และ 1473 ที่ใช้เป็นหลักฐานออกโฉนดดังกล่าว ได้ออกโดยนำ ส.ค.1 ซึ่งเป็นหลักฐานสำหรับที่ดินแปลงอื่นและอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินท้องที่อำเภอท่าแซะและอำเภอปะทิว จ.ชุมพร ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2531 จึงสมควรให้เพิกถอน และอธิบดีกรมที่ดินได้มีคำสั่งที่ 2100/2548 ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 16128 หน้าสำรวจ 1537 ดังกล่าวของนายทุน ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวข้องเสียทั้งหมด ลงวันที่ 26 ก.ค.48

พ.ท.ดุสิต กล่าวอีกว่า หลังมีคำสั่งเพิกถอนจากอธิบดีกรมที่ดินแล้วจนเวลาผ่านไปนานนับสิบปี พื้นที่ดังกล่าวผู้ครอบครองยังอยู่เหมือนเดิม มีการกั้นรั้วอาณาบริเวณ ล็อกกุญแจประตูเข้าออก เขียนป้ายติดเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล จึงรวบรวมหลักฐานทั้งหมดให้กับผู้บริหารท้องถิ่นไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับอาศัยอำนาจ คสช.ออกคำสั่งดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าดำเนินการตรวจสอบในพื้นที่เพิกถอน 19 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา เพื่อยึดกลับคืนมาเป็นของแผ่นดินและหากผู้ครอบครองมีเอกสารหลักฐานใดก็สามารถนำออกมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนในพื้นที่จะมีการบุกรุกเพิ่มมากกว่านั้นหรือไม่นั้นคงต้องรอเข้าไปตรวจสอบก่อน ซึ่งคงจะภายใน 2-3 วันนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้