วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จากตำนานบ้านวังส้มซ่า สู่สปาชุมชนเมืองสองแคว

จากตำนานบ้านวังส้มซ่า สู่สปาชุมชนเมืองสองแคว

  • Share:

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่แนวคิดอนุรักษ์ต้นไม้ประจำถิ่น จะพลิกกระแสกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับพรีเมียม ยกระดับก้าวสู่สปาหมู่บ้าน และที่ยากยิ่งกว่า คือการซึมซับแนวคิดเดียวกันสู่คนในท้องถิ่น...สิ่งเหล่านี้เกิดจากความมุ่งมั่นของเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ฝันไกลและไปได้ถึง

“เมื่อก่อนที่นี่มีส้มซ่าขึ้นมากมาย จนเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านวังส้มซ่า ชาวบ้านนิยมนำผลมากิน เพราะช่วยให้สดชื่น หายเหนื่อย แถมยังใช้สระผม ขัดมือ ขัดเท้าให้สะอาด ลดความแห้ง หยาบกร้านได้ด้วย ผิวส้มซ่าสูดดมแก้วิงเวียน แต่มาระยะหลังชาวบ้านหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจ ทำให้ต้นส้มซ่าค่อยๆหายไป จนเหลือต้นส้มซ่าดั้งเดิมแค่ต้นเดียว ชาวบ้านจึงมารวมตัวกันอนุรักษ์ต้นส้มซ่าตั้งแต่นั้นมา”

วรัญญา หอมธูป สาววัย 27 หนึ่งในผู้ริเริ่มให้ชาวบ้านเกิดจิตสำนึกอนุรักษ์พืชท้องถิ่น อ.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เล่าว่า หลังเรียนจบมาไม่นาน ปี 2554 มีโอกาสได้ทำตามฝันตั้งแต่เด็กในการอนุรักษ์ส้มซ่า...เริ่มต้นตอนกิ่งส้มซ่าต้นเดียวที่เหลือให้ชาวบ้านไปปลูกบ้านละต้น และปลูกตามที่สาธารณะ...จนตอนนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นส้มซ่า...กลับมาเป็นหมู่บ้านวังส้มซ่าดังเดิมและได้มีการรวมตัวกันจัดตั้ง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า ระดมทุนจากชาวบ้านในชุมชน สร้างโรงผลิตและแปรรูปส้มซ่า โดยได้รับการสนับสนุนหลายด้านจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ, สำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอเมืองพิษณุโลก, อบต.ท่าโพธิ์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร

“เราส่งเสริมให้ทุกบ้านปลูกส้มซ่า เพื่อนำใบและผลมาขายให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เพื่อทำการแปรรูป ระยะแรกเริ่มต้นด้วยสบู่และแชมพูเหมือนกลุ่มอื่น เราจ้างชาวบ้านในท้องถิ่น ก่อนจะพัฒนามาสู่ผลิตภัณฑ์สปาและเครื่องสำอาง 14 ผลิตภัณฑ์ ในแบรนด์ ส้มซ่า, อนงค์ทิพย์ และ บานาน่าสปา มีทั้งขายตรงและผ่านสื่อโซเชียล จนกลายเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ทั้งไทยและต่างประเทศ ทำให้จากเดิมที่ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนเคยมีรายได้จากภาคเกษตรแค่เดือนละ 5,000-6,000 บาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 10,000-12,000 บาท”

เมื่อมีการผลิต แปรรูป และขายอย่างครบวงจร ด้วยต้องการเพิ่มรายได้ให้คนในพื้นที่ รวมถึงให้ชาวบ้านมีอาชีพติดตัว ปีที่แล้วจึงมีการต่อยอด ทำธุรกิจสปาครบวงจร ใช้ผลิตภัณฑ์หลักมาจากส้มซ่า และสมุนไพรไทย ให้ชาวบ้านในชุมชนไปฝึกอบรมการนวดแผนโบราณ และเรียนรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับ ธุรกิจสปาจากผู้มีประสบการณ์

วรัญญา ฝากข้อคิดสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “โจทย์ที่ยากที่สุดของการทำธุรกิจสมัยนี้คือทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์โดดเด่น แตกต่างจากท้องตลาดและมีความทันสมัย ควบคู่ไปกับการคงภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้”...แต่สิ่งที่ยากกว่า คือการรวมใจของคนในท้องถิ่น ให้ก้าวเดินไปถึงฝั่งฝัน ได้พร้อมๆกัน.

กรวัฒน์ วีนิล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้