วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พระ-ชาวบ้านวัดบางกะจะสุดทน แพสัมภเวสีงาบงบ 23 ล้านแต่จอดนิ่งกว่า 1 ปี

พระ-ชาวบ้านวัดบางกะจะสุดทน แพสัมภเวสีงาบงบ 23 ล้านแต่จอดนิ่งกว่า 1 ปี

  • Share:

พระวัดบางกะจะ และชาวบ้าน จ.อยุธยา สุดทนปั้นยักษ์นั่งเปลือยกาย เขียนป้าย 'สัมภเวสี ยักษ์ ยิ่งใหญ่ เพราะกินมาก แต่ไร้อาภรณ์' เป็นเครื่องเตือนสติ หลังหน่วยงานรัฐใช้งบ 23 ล้านทำแพ 10 แพหน้าวัดเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว พร้อมอนุมัติเงินอีก 4 ล้านโปรโมตงาน เอาเข้าจริงไม่สามารถทำได้เหตุสำนักงานเจ้าท่าไม่อนุมัติเพราะบริเวณหน้าวัดเป็นทางโค้ง 

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 59 พระครูวัชราภรณ์ธรรมคุณ (วิเชษฐมหาลาโภ) เจ้าอาวาสวัดบางกะจะ จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สมัยนายวิทยา ผิวผ่อง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวอัจฉรา อ่อนจันทร์ เป็นวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มาประชุมที่วัดลงความเห็นสร้างแพจำนวน 10 แพ งบประมาณกว่า 23 ล้านบาท สร้างตลาดน้ำแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดย มีแพห้องน้ำจำนวน 1 แพ แพเครื่องปั่นไฟจำนวน 1 แพ แพห้องประชุมจำนวน 1 แพ และแพจำหน่ายสินค้าโอทอป 2 แพ รวม 5 แพ โดยวัฒนธรรมขอดูแลและที่เหลืออีก 5 แพ ให้ชาวบ้านได้ขายของเปิดเป็นตลาดน้ำบริเวณท่าน้ำหน้าวัดบางกะจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว

จากนั้นจึงได้ประชาคมชาวบ้าน วัด มีชาวบ้านบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกลัวจะถูกหลอกสุดท้ายผ่านการประชาคม ผู้รับเหมาก่อสร้างแพนำคนงานกว่า 30 คน และเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์มานอน และก่อสร้างเต็มวัด ซึ่งชาวบ้านและพระทนมานานประมาณ 1 ปี เพราะการทำงานเสียงดังและเกะกะ สุดท้ายสร้างเสร็จเรียบร้อย พระและชาวบ้านดีใจจะได้มีตลาดน้ำมีผู้คนหลั่งไหลคึกคักสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านและวัด เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดได้มาประชุมกับชาวบ้านว่าได้ของบประมาณจำนวน 4,000,000 บาท จ้างออแกไนซ์จัดงานเดือนละ 4 ครั้งเพื่อโปรโมตตลาดน้ำวัดบางกะจะ

อนุสรณ์สถานรูปปั้นยักษ์นั่งเปลือยกาย

พระครูวัชราภรณ์ธรรมคุณ กล่าวต่อว่า พระและชาวบ้านต้องเศร้าใจเพราะเจ้าหน้าที่มาบอกว่างบ ดังกล่าวจะจัดที่วัดบางกะจะไม่ได้เพราะกรมเจ้าท่าไม่อนุญาตให้ลอยแพหน้าวัด จึงดึงงบ 4 ล้านบาทไปจัดงานที่อื่น ทิ้งวัดและชาวบ้าน ซึ่งทางวัดและชาวบ้านจึงมีคำถามว่า กรมเจ้าท่าไม่อนุญาตแล้วเบิกงบมาก่อสร้างได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบ ซึ่งกรมเจ้าท่าอ้างว่าที่หน้าวัดบางกะจะเป็นจุดอันตราย ให้ถอยถัดไปทางทิศใต้อีก 150 เมตร เจ้าหน้าที่ถึงลากไปจอดไว้บริเวณหน้าโรงเรียนพรพินิตพิทยาคาร (ใกล้วัดบางกะจะ) ถึงปัจจุบันมานานนับปียังไม่มีการใช้งานแต่อย่างใด ทางวัดจึงสร้างอนุสรณ์สถานรูปปั้นยักษ์นั่งเปลือยกายตั้งไว้ริมเขื่อนหน้าวัด และเขียนป้ายว่า แพ สัมภเวสี ยักษ์ ยิ่งใหญ่ เพราะกินมาก แต่ไร้อาภรณ์ เป็นเครื่องเตือนสติ

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปดูแพจำนวน 10 แพที่จอดไว้บริเวณท่าน้ำหน้าโรงเรียนพรพินิตพิทยาคาร ฝั่งตรงข้ามวัดพนัญเชิงวรวิหาร พบเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าดูแลแพบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของวัฒนธรรมมาเฝ้าดูแลแพได้ประมาณ 1 เดือนไม่ยอมให้ผู้สื่อข่าวลงไปถ่ายภาพในแพ จากการตรวจสอบพบว่ามีการทำทุ่นลงแพ เขียนไว้รับน้ำหนักผู้โดยสารสูงสุด 20 คน และแพจอดเรียงกันจำนวน 9 แพมีขนาดกว้าง 6 เมตรยาว 9 เมตร อีก 1 แพจอดซ้อนกันจอดเรียงยาวประมาณ 120 เมตรโดยแต่ละแพมีเสายึดจำนวน 3 ต้นอย่างถาวร บนยอดเสามีสัญลักษณ์ของกระทรวงวัฒนธรรม สภาพแพยังสมบูรณ์โดยแพทั้งหมดจอดบดบังบ้านเรือนประชาชนชาวบ้านต้องนำเรือมาจอดเทียบแพไว้

เรือนแพสัมภเวสีงาบ งบ 23 ล้าน วัดบางกะจะ จ.พระนครศรีอยุธยา

สอบถามชาวบ้านใกล้เคียงบอกว่าแพมาจอดทิ้งไว้เป็นปีแล้วไม่เห็นทำอะไรมีคนบอกว่าจะมาทำตลาดน้ำต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทางรถยนต์จะเข้ามาก็ลำบาก ที่จอดรถก็ไม่มีสภาพแพก็เสื่อมโทรมลงทุกวันต้องเสียค่าจ้างคนมาเฝ้าเสียดายเงินภาษี ถ้าจอดที่วัดบางกะจะยังพอมีคนมาเที่ยวบ้าง ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อกับแพนี้

นางจิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าเราผิดมาตั้งแต่ต้นยังไม่เรียบร้อยมีปัญหาที่จอดแพมา 2 ปีแล้วกำลังหาทางออกจะไปจอดที่วัดพนัญเชิงฯ แต่ยังติดขัดต้องรอต่อไป

นางเกศินี สวัสดี วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตนย้ายมารับตำแหน่งใหม่ ตรวจสอบการสร้างแพดังกล่าวแล้วพอทราบว่า ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาอยุธยา คนก่อนบอกว่าสร้างแพหน้าวัดบางกะจะได้ กระทรวงวัฒนธรรมจึงอนุมัติงบประมาณมาให้ ต่อมาเจ้าท่าคนใหม่มาดูแลบอกว่าแพจอดไม่ได้เพราะเป็นทางโค้งเรือตีวงจะมาฟาดแพเสียหายเป็นเขตอันตราย ให้ย้ายถอยไปอีก 150 เมตรผู้รับเหมาต้องไปทำท่าน้ำและเสายึดแพใหม่ บดบังบ้านเรือนประชาชน และให้อบต.สำเภาล่ม ทำแผนรองรับแต่ทำไม่ได้ ทางวัฒนธรรมจังหวัดได้รับส่งมอบงานแพดังกล่าวเมื่อประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมาและขอค่าใช้จ่ายจ้างบริษัทมาเฝ้าแพได้ 4 เดือน

นางเกศินี กล่าวอีกว่า ตรวจสอบภายในบอกว่าทางวัฒนธรรมไม่สามารถนำงบไปปรับปรุงแพดังกล่าวได้ ดังนั้นจังหวัดจึงประชุมมีมติให้โอนแพให้กับวัดพนัญเชิง แต่ต้องเปลี่ยนสัญญาของกระทรวงวัฒนธรรมยื่นให้กับ วัสดุแห่งชาติอนุญาตยกเว้นระเบียบ เสียก่อนจึงจะทำ MOU ระหว่างวัดพนัญเชิง กับวัฒนธรรมจังหวัดได้ และได้ยื่นเรื่องไปแล้วประมาณ 4 เดือน

แพนำมาจอดไว้กว่า 1 ปี แต่ทำอะไรไม่ได้

ด้านนายวิเชียร เปมานุกรรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาอยุธยา กล่าวว่า หากจะย้ายแพไปวัดพนัญเชิงฯ จริงก็ต้องขอและแจ้งให้เจ้าท่าทราบจะได้พิจารณาว่าเห็นสมควรหรือไม่ ในเบื้องต้นแพจอดอยู่หน้าโรงเรียนฝั่งตรงข้ามวัดพนัญเชิงฯก็เหมาะสม หากจะพัฒนาเป็นตลาดน้ำก็หางบประมาณมาทำซึ่งมีมากมายให้คนนั่งเรือข้ามไปก็เที่ยวก็ได้ให้สื่อช่วยประชาสัมพันธ์อีกทาง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้