วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"คำถามพ่วง" มันเกิดอะไรขึ้น

ทำท่าว่าจะเป็น “ระเบิดการเมือง” ขึ้นมาอีกแล้ว เมื่อ สนช.ซึ่งเป็นผู้เสนอคำถามพ่วงกำลังเคลื่อนไหวเพื่อแปลงสารของเนื้อหาสาระคำถามพ่วงที่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ด้วยการตีความเพื่อให้ ส.ว. 250 คน มีอำนาจเพิ่มมากขึ้น

ก่อนอื่นต้องเอาคำถามเป็นตัวตั้งเสียก่อนแล้วมาพิจารณาว่ามีเจตนารมณ์อย่างไร เขียนระบุเอาไว้อย่างไรเป็นเบื้องต้นเสียก่อน

“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าเพื่อให้ปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกับของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ”

สนช.ได้ตั้งโจทย์ว่า “ทำไมต้องมีคำถามพ่วง” เอาไว้ดังนี้

1.เพราะนายกรัฐมนตรีคือหัวหน้าทีมที่ทำให้การปฏิรูปประเทศประสบผลสำเร็จ

2.เพราะตามยุทธศาสตร์ชาติต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี จึงวางรากฐานการปฏิรูปประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ชาติมั่นคง เศรษฐกิจมั่งคั่งยั่งยืน ประเทศมีความสงบ ปรองดอง

3.เพราะรัฐสภาประกอบด้วย ส.ส. และ ส.ว.ซึ่งทำหน้าที่กำกับให้มีการปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ

เหตุผลที่ต้องมีคำถามพ่วงก็คือ

1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 กำหนดให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติตั้งคำถามเพิ่มเติมในการลงประชามติหนึ่งคำถาม

2.สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เสนอประเด็นคำถามให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นควรตั้งคำถามเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ.2557

3.เพื่อให้กลไกในการดูแลการปฏิรูปประเทศต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่านระยะเวลา 5 ปี

สาระสำคัญของคำถามพ่วงเพิ่มเติมคืออะไร

แก้ไขบทเฉพาะกาลให้ ส.ว.ชุดแรกตามบทเฉพาะกาลที่ทำหน้าที่กำกับการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติร่วมประชุมกับ ส.ว. เป็นผู้เห็นชอบการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่สังคม ในช่วงเปลี่ยนผ่านในระยะเวลา 5 ปีแรก ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่องตามแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ

เหล่านี้คือสาระสำคัญที่ได้มาจากเอกสารที่ กกต.ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนเพื่อชี้ชวนให้ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติก่อนหน้าที่จะถึงวันลงประชามติ ซึ่งได้ชี้แจงถึงสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

แต่ประเด็นสำคัญที่มีการถกเถียงกันในขณะนี้คือ เจตนารมณ์ของ “คำถามพ่วง” ว่ามีสาระอย่างไรและตีความกันไปอย่างไร

ก่อนที่จะไปว่ากันตรงนั้น ก็ย้อนกลับไปดูว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านร่างประชามติจากประชาชนไปแล้วนั้น ได้มีบทบัญญัติไว้อย่างไรในประเด็นการโหวตเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี

ม.159 ระบุเอาไว้ว่า “ให้สภาผู้แทนฯพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น “นายกรัฐมนตรี” จากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม ม.160 และเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ใน ม.88”

แต่ละพรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อได้พรรคละ 3 คน

มติของสภาผู้แทนฯที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลให้เป็นนายกฯ ต้องทำโดยการลงคะแนนเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภา

หากจะเขียนเพิ่มเติมก็ต้องสอดรับกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ

นั่นคือจะต้องมีการโหวตเลือกนายกฯ โดยสภาผู้แทนฯก่อน เว้นแต่ว่าหากกระทำไม่ได้ก็ต้องให้รัฐสภาร่วมโหวตตามคำถามพ่วง...

นี่เป็นคำตอบเบื้องต้น

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”...พรุ่งนี้มาว่ากันต่อครับ!?!

สายล่อฟ้า

21 ส.ค. 2559 13:56 ไทยรัฐ