วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรตติ้งโอลิมปิกตกรูด พังยับทีวีไทย/อเมริกา

โดย ซูม

จบไปเรียบร้อยโรงเรียนบราซิลแล้วนะครับ สำหรับมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ “โอลิมปิกเกมส์” 2016 ที่นคร ริโอ เด จาเนโร ตั้งแต่เช้าตรู่วันนี้ (จันทร์ที่ 22 สิงหาคม) ที่ผ่านมา

กลายเป็นโอลิมปิกที่หงอยๆ กร่อยๆ พอสมควร เพราะมีแต่เรื่องราวอื้อฉาวและข่าวคราวที่ไม่เป็นมงคลเกิดขึ้นอยู่ตลอด แถมคนดูก็น้อย...กีฬาหลายๆประเภทโหรงเหรงเหลือเกิน เท่าที่เราเห็นจากการถ่ายทอดสด

สำหรับประเทศไทยเรานั้น ถือว่าผลงานด้านการแข่งขันอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้...ได้มา 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ถือว่าดีเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เราเริ่มส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิก ตั้งแต่ปี 1952 ที่กรุงเฮลซิงกิเป็นต้นมา

ดีที่สุดของไทยเราก็คือปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ที่เราได้มา 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง

จริงๆแล้วปีนี้เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ และน่าจะทำเหรียญทองได้เท่าหรือมากกว่าเอเธนส์เกมส์ด้วยซ้ำ เพราะเราออกสตาร์ตได้ดีมาก ได้ 2 เหรียญทองตั้งแต่วันแรกๆ

แต่มาแผ่วปลายไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อนักกีฬาฝีมือระดับโลก ที่เป็นความหวังว่าอย่างน้อยจะได้เหรียญทองหรือเหรียญใดเหรียญหนึ่งติดมือกลับบ้านบ้าง ต่างวืดกันไปเสียหมด

ก็เอาเถอะครับ ได้มาแค่ไหนก็พอใจแค่นั้น...ต้องขอขอบคุณฮีโร่โอลิมปิกของเราทั้ง 6 คน สำหรับ 6 เหรียญรวมที่ประเทศไทยได้รับในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก “ริโอเกมส์ 2016”

ที่ผมหยิบประเด็นเรื่องราวของโอลิมปิกมาเขียนถึงอีกครั้งในวันนี้ นอกจากประเด็นในเรื่องที่จะขอบคุณ และขอแสดงความยินดีแก่นักกีฬาของเราแล้ว ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมรู้สึกไม่สบายใจอยากจะนำมาเขียนเป็นเชิงตั้งข้อสังเกตฝากเอาไว้ด้วย

ประเด็นที่มีรายงานข่าวในหน้ากีฬาหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า โอลิมปิกคราวนี้ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ หรือทีวีพูลของเราขาดทุนย่อยยับไม่ตํ่ากว่า 200 ล้านบาทนั่นแหละครับ

เฉพาะค่าลิขสิทธิ์อย่างเดียว ก็ร่วมๆ 200 ล้านบาทแล้ว ยังต้องใช้จ่ายสำหรับการบริหารเพื่อถ่ายทอดสดอีกก้อนใหญ่

หาสปอนเซอร์หรือค่าโฆษณามาได้ไม่พอ หักกลบลบตัวเลขแล้วน่าจะขาดทุนเหยียบหลัก 200 ล้านบาท อย่างที่ว่า

จะเป็นเพราะอะไรแน่? คงต้องฝากให้เก็บไปคิดไปวิเคราะห์กันต่อไป

หรือจะเป็นอย่างที่เกิดขึ้นที่เมืองนอก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่มีรายงานข่าวว่าเรตติ้งการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิกของเครือข่ายโทรทัศน์ NBC ก็รูดลงอย่างน่าตระหนกตกใจ

เทียบกับ 4 ปีที่แล้วที่ลอนดอนเกมส์ ยอดคนดูลดลงถึง 17 เปอร์เซ็นต์ 

ปกติแล้วกีฬาโอลิมปิกถือเป็นกีฬายอดนิยมของคนอเมริกันอีกประเภทหนึ่ง...เป็นกีฬาที่มีเรตติ้งทางทีวีสูงมาโดยตลอด

เมื่อจู่ๆเรตติ้งตกฮวบเช่นนี้ นักวิเคราะห์ที่สหรัฐอเมริกาจึงให้ความสนใจและติดตามหาเหตุผลกันอย่างเร่งด่วน

ในที่สุดเขาก็พบอยู่ข้อหนึ่งว่า ในขณะที่ยอดคนดูทางทีวีตกอย่างมากนั้น ยอดการติดตามโอลิมปิกผ่านระบบออนไลน์และโซเชียลมีเดียกลับพุ่งกระฉูดเมื่อเทียบกับลอนดอนเกมส์

ล่าสุดก่อนจบการแข่งขัน 1 สัปดาห์ ตัวเลขการดูและติดตามผ่านออนไลน์ของ NBC ในวันเสาร์วันเดียวเพิ่มมากกว่าที่ลอนดอนในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งมีโปรแกรมแข่งขันคล้ายกันถึง 263 เปอร์เซ็นต์

เขาไม่ได้บอกเรื่องรายได้เอาไว้ว่ารายได้จากออนไลน์สูงแค่ไหน รวมแล้ว NBC จะขาดทุนหรือกำไรจากการที่เรตติ้งทีวีลดลงแต่ทางออนไลน์กระฉูดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เขาค้นพบนี้เป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิกหรือกีฬาอื่นใดก็ตามในอนาคต

แสดงว่าคนยุคใหม่หันมาตามผลหรือตามดูกีฬาทางออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล...มหาศาลจนแม้แต่ยอดคนดูทีวีก็ยังสั่นสะเทือน

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าทุกวันนี้ออนไลน์ดูเหมือนจะเขย่าไปเกือบทุกอย่างแล้วโดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์หนักมากทั้งโลกอย่างที่ทราบ...ห้างสรรพสินค้าก็เริ่มสะเทือนอย่างที่ผมเขียนถึงเมื่อวันศุกร์

หรือว่าทีวีก็จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่อาจสั่นสะเทือนจนถึงขั้นซวดเซได้เพราะออนไลน์เช่นกัน?

ซูม

21 ส.ค. 2559 11:54 ไทยรัฐ