วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชื้อ "ปะทุ" ความมั่นคง : จับตาช่วงเปลี่ยนผ่านทหารกับการเมือง

สันติวิธีสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงได้

แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และอาจจะสะเทือนต่อแนวทางการสร้างความปรองดอง การปฏิรูปประเทศได้

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการและบุคลากรของสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเตือนฝ่ายความมั่นคง

หลังจากเกิดเหตุบึมที่ราชประสงค์มาแล้วครั้งหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่าการข่าวเราอ่อนแอ

โดยเฉพาะการข่าวพื้นที่ภาคใต้ ถือว่างานการข่าวล้มเหลวอย่างมาก

เพราะกลุ่มคนที่ทำพร้อมกันมีหลายคน แต่งานการข่าวไม่ได้ข่าว อย่างน้อยการข่าวต้องระแคะระคายบ้าง

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมองแบบบูรณาการ ไม่ใช่เกิดเหตุได้ไม่กี่วัน บางคนออกมาระบุว่าเป็นฝีมือของฝ่ายการเมือง คิดแบบนี้จะทำให้ตัดข้อมูลที่จะหาได้ ขอให้อย่ามองเพียงแค่มิติเดียว

วันนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นคนในหรือต่างประเทศ จะตัดทิ้งตรงนี้ไม่ได้ เหตุบึมที่ราชประสงค์ยังเป็นฝีมือคนต่างประเทศ และยังมีบางคนออกมาระบุว่าทำในวันสำคัญของประเทศ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นคนในหรือต่างประเทศ

ส่วนคนอยู่ในแวดวงความขัดแย้งทางการเมืองระบุว่า คงเป็นผลจากการออกเสียงทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

บางฝ่ายมองว่าเป็นฝีมือของขบวนการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ขยายก่อเหตุนอกพื้นที่ บางฝ่ายมองเป็นเรื่องก่อการร้าย คนที่ไม่พอใจสหรัฐอเมริกาก็โยนให้เป็นฝีมือของซีไอเอขึ้นอยู่กับการตีความได้หลายแง่มุม

แต่อยากให้มองเป็นระบบ ลองย้อนกลับไปมีสาเหตุอะไรที่นำไปสู่ความขัดแย้งได้อีก

ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอีกเรื่องที่ยังไม่ค่อยมีคนพูดถึง เพราะพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวทั้งหมด แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยปละ ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย

ปล่อยให้ธุรกิจท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาตั้ง “ล้งธุรกิจท่องเที่ยว” ใช้นอมินีถือแทน ทำธุรกิจท่องเที่ยวครบวงจร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามโลกไม่ทัน มองแค่มิติเดิมๆ

เมื่อเข้าไปจัดการ “ล้งธุรกิจท่องเที่ยว” ยึดเงินนับพันล้านบาท ปิดบริษัททั้งหมด ย่อมส่งผลกระทบต่อเขาเยอะเหมือนกัน

ขณะเดียวกัน วิธีการก่อเหตุใช้ “ระเบิด-เผา” ทำในช่วงเวลา 2 วัน แต่เตรียมการมาล่วงหน้ามา 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน

ขอถามว่าเตรียมการนานแบบนี้เป็นฝีมือของฝ่ายการเมืองหรือไม่

ความไม่พอใจในทางการเมืองอาจจะมีบ้าง เพราะการเมืองเริ่มมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความ ขัดแย้งอีกเมื่อทั้งสองฝ่ายเริ่มสาดโคลนโจมตีฝ่ายตรงข้ามผ่านสถานีโทรทัศน์บางช่อง เหมือนด่าคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดีขึ้น

ไปดูวัตถุระเบิด วิธีจุดระเบิดใช้การตั้งเวลานาฬิกา ซึ่งต่างจากการกดระเบิดด้วยโทรศัพท์ ที่เจาะจงเป้าหมายชัดเจน เหมือนเกิดที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่ใช้วิธีแบบนี้

แต่การจุดระเบิดโดยตั้งเวลามุ่งทำให้เสียขวัญ ซึ่งมีเป้าหมายต่างกัน

แม้มีเป้าหมายเหมือนกันข้อหนึ่ง คือ การกระทำไม่ได้มุ่งไปสู่กลุ่มคนที่กำลังชุมนุมเยอะๆ ถ้าตั้งใจจะทำให้เสียชีวิตเยอะก็สามารถทำได้

วิธีการจุดระเบิดต่างกันและใช้โทรศัพท์ไม่มีซิมการ์ด แต่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้มีการใช้ซิมการ์ด

ฉะนั้นยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของขบวนการ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ในทางการข่าวของรัฐที่ดูแลความมั่นคงบางหน่วย ระบุว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงไม่ผ่านประชามติจะมีเหตุการณ์รุนแรงกว่านี้ เพื่อขย่มซ้ำ คสช.ให้พ้นจากอำนาจเร็วขึ้น พล.อ.เอกชัย บอกว่า ผลประชามติที่ออกมาไม่เห็นมีฝ่ายการเมืองออกมาโวยวาย

ในทางกลับกันผลที่ออกมา เมื่อนำตัวผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ที่มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 45 ล้านคน ในปี 59 มีผู้ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านคน แสดงว่าผู้ใช้สิทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นวัยรุ่น คงเทคะแนนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพราะเป็นไอดอลของเขาที่ชอบ คนเฮ้วๆ

แต่ถ้าสมมติเป็นการทำของฝ่ายการเมือง มีคำถามว่าทำไมมุ่งเฉพาะจังหวัด ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว

การเมืองจะไปทำทำไม ไม่ว่าคนที่รับหรือไม่รับ ทั้งหมดล้วนอยากลงสมัครรับเลือกตั้งตามโรดแม็ปปี 60

และนายกรัฐมนตรีประกาศก่อนเกิดเหตุการณ์ระเบิดว่า หากบ้านเมืองไม่สงบ การเลือกตั้งอาจจะยืดออกไปอีก เมื่อนักการเมืองรู้เช่นนี้แล้วจะทำทำไม

ฉะนั้นจะเป็นฝีมือใครทำ ฝ่ายการเมืองย่อมเสียประโยชน์ แทนที่จะได้เลือกตั้งปลายปี 60 กลับต้องเลื่อนออกไปอีก

สิ้นเสียงระเบิดหลายจุดย่อมกระทบต่อความมั่นคง และอาจจะสะเทือนไปถึงการเดินตามโรดแม็ปด้วย คสช.ควรจะทำอย่างไร พล.อ.เอกชัย บอกว่า เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่านับจากนี้เป็นต้นไปจะต้องเดินตามกรอบเวลา มีกติกาที่ชัดเจนกว่าที่ผ่านๆมา

เดิมร่างรัฐธรรมนูญมันสีเทา ยังมีคนไม่เข้าใจคำถามพ่วงหมายถึงอะไรกันแน่ บางมาตรายังมีคนไม่เข้าใจ

เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เข้าใจคำว่าพิทักษ์ศาสนาพุทธ เหมือนดีดเขาออกไปข้างนอก ซึ่งประเด็นเหล่านี้ยังต้องพูดคุย ทำความเข้าใจกันพอสมควร

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญมันสีเทา ถึงขั้นนี้คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว จะมีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อย่างไร พล.อ.เอกชัย บอกว่า ขอให้เขียนกฎหมายลูก 10 ฉบับให้ชัดเจน

และควรเพิ่มกระบวนการมีส่วนร่วม รับฟังจากฝ่ายต่างๆ แล้วถึงเขียนร่างกฎหมายลูกขึ้นมา หากขาดการมีส่วนร่วมจะเป็นเหมือนที่ผ่านๆมา ทำให้ทุกฝ่ายกังวลได้

ภายใต้กรอบร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ไปแนวทางปกครองแบบอนุรักษนิยม กำหนดให้มีนายกฯ คนนอก ส.ว.มีอำนาจร่วมโหวตเลือกนายกฯ เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญสีเทาและเกิดเหตุระเบิดหลังประชามติ จะนำไปสู่การปรองดองและปฏิรูปประเทศสำเร็จได้อย่างไร พล.อ.เอกชัย บอกว่า เรื่องปรองดองรัฐบาลยังไม่เริ่มปฏิบัติ

แต่ตอนนี้ที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เห็นทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการปรองดอง ที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ทำไว้ในสมัยเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

คงทำเป็นแผนเตรียมการเอาไว้ ขับเคลื่อนการปรองดองในปี 60 ตามที่นายกฯประกาศเอาไว้

ขณะที่การปฏิรูปได้ลงมือทำไปหลายเรื่อง แต่รัฐบาลมีจุดอ่อนที่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน ได้รับรู้

ดูแนวโน้มการใช้อำนาจปกครองแบบอนุรักษนิยมจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ในฐานะทำงานด้านสันติมาตลอดพอจะมองอนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไรต่อไป พล.อ.เอกชัย บอกว่า อำนาจแบบนี้ไม่ใช่เป็นอำนาจแบบบารมีจะอยู่ไม่ได้นาน พอกดดันประชาชนมากๆจะเกิดอาการไม่ชอบใจ

ฉะนั้นขึ้นอยู่กับศิลปะการใช้อำนาจ ถ้าใช้อำนาจเด็ดขาด เพื่อประชาชนคนอาจจะชอบมากขึ้น

และ คสช.คงจะอยู่ในอำนาจต่อไปอีกสักระยะ ก่อนผ่องถ่ายให้การเมือง

ข่าวการเมือง ถามว่า ประเทศไทยยังไม่หลุดพ้นจากวิกฤติความขัดแย้งทางความคิด ยังมาประสบวิกฤติความมั่นคงอีก ในอนาคตปัญหาความมั่นคงน่าเป็นห่วงแค่ไหน พล.อ.เอกชัย พยายามบอกถึงวิกฤติความมั่นคง โดยไม่ได้แตะฝ่ายการเมือง

แต่เน้นไปที่ประเด็นศาสนาเดียวกัน-ระหว่างศาสนาต่อศาสนา

และประเทศไทยยังเปิดเสรีมีทุกกลุ่มทุกชาติจากทั่วโลกเข้ามา ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ ไม่ตรวจอย่างเข้มข้น ทำธุรกิจเสรีโดยใช้นอมินี ปัญหานี้จะดูแลอย่างไร

ท่ามกลางที่คนไทยส่วนใหญ่มีข้อเสีย คือ ไม่มีวินัย ไร้ระเบียบ

ในที่สุดต้องปฏิรูปกฎหมาย

และองค์กรบังคับใช้กฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์โลก.

ทีมการเมือง

21 ส.ค. 2559 11:19 21 ส.ค. 2559 11:20 ไทยรัฐ