วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สูตรหนังบู๊ไทย

สูตรหนังบู๊ไทย

  • Share:

คดีระเบิดเจ็ดจังหวัดใต้...ในมุมของตำรวจก็สืบสวนจับกุม หาพยานหลักฐานกันไป แต่ในมุมความเชื่อ ก็ยังเชื่อกันแบบทางใคร ทางมัน ความเชื่อของคนต่างสี ที่พกปมคับแค้นขุ่นใจเอาไว้มากๆ ผมเข้าใจได้

แต่ปัญญาชนคนไม่มีสี ที่ผมเพิ่งคุยด้วย...เชื่อว่า เป็นฝีมือต่างประเทศ โยงไกลไปถึงกลุ่มไอเอส ที่รบกันที่ซีเรีย เอาโน่น

ที่มาของความเชื่อนี้ น่าจะมาจาก “ซิม” โทรศัพท์จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

ประเด็น “ซิมโทรศัพท์” ผมเห็นตรงข้าม ผมเชื่อว่า ไอ้ใคร ...ที่ตั้งใจระเบิด มันคงไม่โง่ เซ็นชื่อ บอกเอาไว้ แบบโบราณว่า ใส่เสื้อแดง แขวนกระดิ่ง วิ่งราวกลางวัน...

เมื่อคนระเบิดตั้งใจทิ้งเงื่อน ให้คิดว่าไปทางใต้...คนแบบเราๆ ก็พอมีวิธีคิดไปทิศตรงข้าม

ประเด็นคิดของผมนี้ ก็คงมาจากอคติ ความฝังใจเดิมๆ ความเชื่อแบบเดิมๆอีกเหมือนกัน

ครั้งหนึ่งนานมาแล้วหนังไทยที่ฉายกลางแปลง ที่เด็กรุ่นผมฝังใจ อย่างเจ็ดประจัญบาน ส.อาสนจินดา เล่นเป็น จ่าดับ จำเปาะ นุ่งกางเกงรุ่งริ่ง เพราะไม่มีกระดุมกลัด มัดด้วยเชือกกล้วย

ตอนที่ดูผมยังนึกไม่ออก ทำไมถึงชอบนัก จนราวสิบปีที่แล้ว มีหนังเรื่อง ฟ้าทะลายโจร ล้อเลียนหนังบู๊แบบไทยสมัยก่อนออกฉาย นิยามว่า รักซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ ระเบิดภูเขา เผากระท่อม

จึงนึกได้ ที่ดูสนุก ก็เพราะเรื่องราวมันไปทำนองนั้น

เรื่องระเบิดภูเขา เผากระท่อมดูสนุกในหนัง...แต่เมื่อเป็นเรื่องจริง เช่น ระเบิดเผาโรงเรียนที่จังหวัดชายแดนใต้...อ่านข่าวเมื่อไหร่ ก็เศร้าเหงา ...เมื่อนั้น เมื่อไหร่จะคุยกันหาข้อยุติ เลิกกันสักที ก็ไม่รู้

ย้อนหลังใกล้เข้ามาราวๆปี 2549 ทหารปฏิวัติ ภาคแรก...ข่าวเผาโรงเรียน...ที่เคยมีในจังหวัดใต้ ย้ายมาทาง อีสาน เหนือ

ผมเขียนคอลัมน์ ในจอคอมพิวเตอร์ แต่สมองไม่ทำงาน ทำกรอบเขียนคอลัมน์ไม่เป็น ต้องใช้กรอบคอลัมน์เก่า เปลี่ยน ชื่อเรื่อง วันเดือนปี แล้วก็เริ่มเขียนใหม่

ก็ให้บังเอิญ เอาคอลัมน์เก่า ที่เขียนการเผาโรงเรียนเหนือ-อีสาน คืนเดียว 3 โรงเรียน อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ได้ประเด็นคิด

การเมืองที่เล่นกันด้วยระเบิด จะเริ่มมาจากยุคนายพลคนโตชื่อเล็ก หรือคนไหนเป็นการบ่อนทำลายบ้านเมือง ที่ร้ายแรง ประชาชนก็อกสั่นขวัญผวา เศรษฐกิจก็ตกใจ...หดตัว

นักข่าวรุ่นผมทำข่าวระเบิดการเมืองจนรู้ทาง แต่ทุกครั้งก็พบ ถ้าข่าวชี้ทางลม...มาทางไหน ลมที่เคยพัดทางนั้นก็มักหยุด

ผมเสนอวิธี หยุดปัญหาระเบิดการเมือง พยายามตะล่อมความคิดประชาชนให้ตรงกัน แล้วชี้ไปทางใด สักทาง แล้วตะโกนเสียงดังๆ กูรู้นะ ว่ามึงทำ

ผลตอบรับน่าอัศจรรย์ สิ้นเสียง “กู้รู้ว่ามึงทำ” “คุณมึง” คนนั้นก็เลิกทำ หยุดเผาโรงเรียนเหนืออีสานไปทันที

เรื่องทำนองเดียวกันนี้ คนโบราณ เขาไม่พูดตรงๆ เขามีวิธีพูด อ้อมค้อมนุ่มนวลกว่า

เมื่อเห็นใครที่เคยรู้จักกันจนคุ้นชิน แต่ให้บังเอิญมีเหตุให้ต้องห่างเหินกันไปนาน สมมติซัก 10 ปี แล้วถึงวันนั้น ก็ต้องกลับมาเจอหน้ากันอีก เขาจะพูดกันด้วยสำนวนว่า กาหน้าดำเขาจำหน้าได้

บ้านเมืองสมัยก่อน เต็มไปด้วยต้นไม้ อีกาบินว่อนมากลางวัน แต่กลางคืนก็หายไปอยู่ในพุ่มไม้ คนสมัยนั้นเห็นอีกาทุกวัน

จึงเป็นที่มาของ บทร้องของเด็ก ที่ร้องเล่นกันเอง ว่า

“กา กา ได้ลูกมันมา เอายัดใส่พก มันได้ลูกนก เอามาโยนเล่น อ้ายพ่อมันเต้น อีแม่การำ อีกาหน้าดำ เขาจำหน้าได้”

เรื่องมือระเบิดเป็นใคร จะเชื่อตำรวจสนิทใจเสียเลยก็ไม่ได้ เพราะทุกยุคทุกสมัย ตำรวจรับใช้อำนาจการเมือง...แต่เมื่อไม่รู้ว่าจะเชื่อใคร ไม่แน่ใจว่า ใครเป็นฝ่ายสั่ง ฝ่ายทำระเบิด ไอ้ผู้ร้ายมันก็ได้ใจ ระเบิดต่อไป

ลองมาร้องเพลงเด็กเล่น กา กา อีกาหน้าดำ เขาจำหน้าได้ กันให้สนั่นบ้านเมือง ทำทีเป็นรู้ ข้ารู้นะว่า มึงทำ เผื่อจะมีปรากฏการณ์ ...วัวสันหลังขาด อีกาบินผาดก็ตกใจ ระเบิดจะได้หมดไปจากบ้านจากเมืองเสียที.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้