วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทางวิบากนายกฯคนนอก

ยังเถียงกันไม่จบ ประเด็นที่ว่าจะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ให้ตรงกับคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างไร สมาชิก สนช.บางคนบอกว่า สนช.ต้องการให้สุดซอย ให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ตั้งแต่การประชุมรัฐสภานัดแรก แต่ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันต้องแก้ไขให้ตรงกับคำถามพ่วง และยึดตัวอักษรเป็นหลัก

คนส่วนใหญ่อาจเชื่อว่าเมื่อคำถาม พ่วงผ่านประชามติ หนทางสู่ “นายกฯคนนอก” จะสะดวกโยธิน แต่คำถามพ่วงเพียงแต่ให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯไม่ได้เปลี่ยนวิธีการเลือกนายกฯตามมาตรา 159 ที่ให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกจากผู้ที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อพรรคต่างๆ เมื่อ ส.ส.เลือกไม่ได้ จึงจะมาถึงมาตรา 272 ให้ที่ประชุมรัฐสภามีมติเลือก “คนนอก” เป็นนายกฯได้

ถ้าไม่ให้ ส.ส.เลือกนายกฯก่อน จากบัญชีรายชื่อพรรค แต่ข้ามขั้นตอนเปิดทางให้คนนอกเลย จะเท่ากับยกเลิกมาตรา 159 และมาตรา 88 ของรัฐธรรมนูญ จะทำได้หรือ? และมติของรัฐสภาที่ให้เปิดทางคนนอกต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 คือ 500 เสียงขึ้นไป คนนอกที่สามารถ “ล็อบบี้” เสียงในสภาได้มากขนาดนี้ต้องไม่ใช่ธรรมดา แต่ต้องมีอำนาจอิทธิพลล้นเหลือ

ต้องใช้ ส.ว.แต่งตั้ง 250 เสียง เป็นฐานหลัก และขอเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.อีกอย่างน้อย 250 เสียง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะพรรคการเมืองที่ยึดหลักประชาธิปไตยอาจไม่เล่นด้วย จึงต้องพึ่งพานักการเมืองที่ยึดหลัก “อะไรก็ได้” ขอให้มีอำนาจ แต่ถ้า ส.ส.จับมือกันได้ตั้งแต่ 251 เสียงขึ้นไป จะสามารถสกัดกั้นมติของรัฐสภาเพื่อเปิดทางคนนอก

ถึงแม้จะผ่านด่านแรกไปได้ โดยทำให้รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 หรือ 500 เสียงขึ้นไป เพื่อยกเว้นไม่ต้องเลือกนายกฯ จากบัญชีรายชื่อของพรรค การเมือง และเปิดทางโล่งแจ้งให้นายกฯคนนอก “นอนมา” แต่นายกฯคนนอกจะต้องเจอด่านที่ 2 ที่อาจจะ “หิน” กว่าด่านแรก นั่นก็คือการบริหารประเทศด้วยความราบรื่น ตามนโยบายที่สัญญาต่อสภาและประชาชน

เนื่องจาก ส.ว.ไม่มีอำนาจร่วมประชุมเพื่อพิจารณา และผ่านร่างกฎหมายสำคัญๆ ร่วมกับ ส.ส. เช่น กฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล หรือร่างกฎหมายเกี่ยวกับนโยบายสำคัญของรัฐบาล เช่น กฎหมายการปฏิรูปประเทศ หรือกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ ถ้ารัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากในสภา-ผู้แทนราษฎรจะไม่สามารถบริหารประเทศได้

เรื่องที่น่าหวาดเสียวอย่างยิ่งอีกอย่าง หากรัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (เกิน 250 เสียงขึ้นไป) นายก รัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจะเสี่ยงอย่างยิ่ง แต่การถูกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎร และแพ้มติในสภา เนื่องจาก ส.ว. 250 เสียง ซึ่งเป็นฐานอำนาจสำคัญไม่มีสิทธิร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงได้แค่นั่งมองนายกฯหรือรัฐ-มนตรีถูกเชือด.

21 ส.ค. 2559 10:32 21 ส.ค. 2559 10:32 ไทยรัฐ