วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฤทธิ์พายุ ‘เตี้ยนหมู่’ ฝนถล่ม-ภาคเหนือนํ้าป่าซัดต้นไม้โค่น

ฤทธิ์พายุดีเปรสชัน“เตี้ยนหมู่” พัดผ่านประเทศลาวตอนบน ส่งผลให้พื้นที่ภาคเหนือของไทยมีพายุฝนถล่มอย่างหนัก จ.เชียงรายน้ำป่าทะลักท่วมในตัวเมืองย่านมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา พากันเดือดร้อนอย่างหนัก ส่วนพื้นที่รอบนอก ลมพายุถล่มต้นไม้โค่นล้มทับสายไฟขาด เสาไฟหัก ไฟฟ้าดับหลายอำเภอ แถมแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านอำเภอเชียงแสน มีสีแดงและมีเศษไม้ไหลมากับน้ำจำนวนมาก อีกทั้งกระแสน้ำไหลเชี่ยวอย่างน่ากลัว ขณะที่ชาวบ้านในตัวเมืองน่าน ผวาน้ำท่วมซ้ำ หลังพื้นที่อำเภอตอนเหนือ ฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง หวั่นแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น ด้านพ่อเมืองสุโขทัย สั่งบูรณาการทุกหน่วยงาน รับมือมวลน้ำจาก จ.แพร่ จนเอาอยู่ทำให้น้ำไม่ทะลักท่วมในตัวเมืองแถมยังผันน้ำไปเก็บไว้ใช้หน้าแล้งด้วยจนนายกฯออกปากเอ่ยชมผลงาน

ผลพวงจากพายุดีเปรสชัน “เตี้ยนหมู่” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศลาวตอนบน ส่งผลให้ภาคเหนือของไทยหลายจังหวัดฝนตกหนักน้ำป่าทะลักท่วมซ้ำเติม โดยผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ว่า ที่ จ.เชียงราย เกิดพายุฝนพัดถล่มตั้งแต่ตอนค่ำของวันที่ 19 ส.ค. ทำให้ลำน้ำแม่ข้าวต้ม ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในชุมชนตลาดฟ้าไทย ด้านถนนพหลโยธินฝั่งขาล่อง ซอย 1 ซอย 3 และซอย 5 หมู่ 2 ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย และบริเวณข้างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่นและหอพักนักศึกษาอยู่จำนวนมาก ระดับน้ำสูงร่วม 1 เมตร ทำให้ทรัพย์สินที่ขนย้ายไม่ทันเสียหายจำนวนมาก

ส่วน อ.แม่สาย พายุพัดถล่มทำให้ต้นไม้โค่นล้มทับเส้นทางสายบ้านเกาะช้าง-แม่สาย ปากซอย ร.ร.บ้านป่าแดง ต.เกาะช้าง ต้นสักล้มพาดสายไฟฟ้าแรงสูง ส่งผลไฟดับเป็นวงกว้าง อีกทั้งหลังคาบ้านปลิวหลายหลัง ชาวบ้านพากันเดือดร้อนทั่วหน้า ที่ อ.แม่จัน ลมพายุพัดแรงจนต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง บริเวณดอยแม่สะลองบ้านเทอดไทย ขณะที่ อ.แม่ฟ้าหลวง ต้นไม้หักใส่เสาไฟฟ้าโค่นล้ม 3 ต้น ส่วน อ.เชียงของ น้ำป่าทะลักดินโคลนบนเนินเขาข้างทางไหลลงทับถนนสายเชียงของ-อำเภอเทิง ขณะที่ อ.เชียงแสน ฝนตกและลมแรงทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบางจุด

สำหรับระดับน้ำฝนที่ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 12 กรมทรัพยากรน้ำ อ.เชียงแสน วัดระดับน้ำฝนได้ 63.6 มิลลิเมตร และที่สถานีวัดน้ำฝนเทศบาล ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน วัดน้ำฝนได้ 110 มิลลิเมตร ระดับน้ำในแม่น้ำโขง เช้าวันเดียวกันระดับน้ำวัดได้ 4.41 เมตร ส่วนช่วงบ่ายระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นวัดได้ 4.61 เมตร น้ำโขงที่ไหลผ่านอำเภอเชียงแสน มีสีแดง มีเศษไม้ไหลลงมากับน้ำจำนวนมาก กระแสน้ำเชี่ยวและไหลแรงอย่างน่าหวาดกลัว

ขณะเดียวกันนายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผวจ.เชียงราย สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางเร่งระบายน้ำบริเวณถนนพหลโยธิน ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย เพราะหากฝนตกหนักน้ำจะท่วมขัง ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นพื้นที่ พร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยที่อยู่ใกล้แม่น้ำ และตามเชิงเขาเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ที่ จ.น่าน ชาวบ้านในตัวเมืองน่าน ต่างวิตกกังวลอย่างหนัก หลังพื้นที่อำเภอตอนเหนือ เกิดฝนตกหนักติดต่อกันนานกว่า 10 ชม.ทำให้ระดับน้ำน่านได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านต่างได้ออกมาดูจุดวัดระดับน้ำที่ N1 กาดแลง เพื่อจะได้เตรียมตัวเก็บข้าวของในบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ริมน้ำให้ขึ้นที่สูงอีกครั้ง เพราะสภาพอากาศยังไม่น่าไว้ใจ ขณะที่คอสะพานคอนกรีตเชื่อมต่อระหว่างบ้านน้ำตวง หมู่ 9 ต.น้ำพาง กับบ้านสว่าง หมู่ 10 ต.หนองแดง อ.แม่จริม ถูกกระแสน้ำซัดคอสะพานขาด นายประสพชัย ปรางค์ทอง ผอ.แขวงทางหลวงน่านที่ 1 นำเครื่องจักรเข้าแก้ไขแล้ว

ส่วน จ.ลำปาง เกิดฝนตกอย่างหนักในพื้นที่ อ.วังเหนือ น้ำป่าจากต้นน้ำแม่น้ำวัง ทะลักเข้าท่วมในหมู่บ้านข่อย หมู่ 7 ต.วังเหนือ และบ้านแม่สุก ต.วังซ้าย สะพานข้ามระหว่างบ้านข่อย และบ้านแม่สุก ต.วังซ้าย ถูกกระแสน้ำซัดขาดสะบั้น ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 100 ครัวเรือน นายเกรียงศักดิ์ แสงยุนันท์ นายอำเภอวังเหนือ สั่งให้ฝ่ายปกครอง ประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้าน รีบเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นไว้ที่สูง และให้จัดสายตรวจประจำหมู่บ้านเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.ขณะที่นายเกรียงเดช สุทธภักติ์ รองนายก อบจ.ลำปาง นำอุปกรณ์เครื่องมือกู้ภัย และเรือท้องแบนเข้ามาสมทบกับเจ้าหน้าที่ ปภ.สาขาวังเหนือ เตรียมพร้อมรับมือหากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง คาดน้ำป่าจะทะลักท่วมรุนแรง

ที่ จ.พะเยา นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พะเยา มอบหมายให้ นายจรัล กาญจนปัญญานนท์ นายอำเภอปง และนายอนุรักษ์ โปร่งสุยา นายก อบต.ออย อ.ปง พร้อมทีมงานลงพื้นที่เฝ้าระวังมีฝนตกหนักติดต่อกันทั้งวันทั้งคืนในเขตพื้นที่ อำเภอภูซาง และอำเภอปง เนื่องจากพายุ “เตี้ยนหมู่”พัดผ่านประเทศลาว ทั้งนี้ นางกัญญาณัฐ ศรีใจ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล (ทต.) งิม อ.ปง กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำงิมเริ่มสูงขึ้น คาดว่าหากฝนตกติดต่อกัน 2 วัน ไม่หยุด อาจทำให้น้ำทะลักท่วมอีก แต่คงไม่แรงเท่ากับครั้งที่ผ่านมา

ขณะที่นายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย พร้อมด้วยนายพิเชฐ ไทยกล้า นายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวบิ๊กแบ็กที่ผู้รับเหมาก่อสร้างพนังกั้นน้ำใหม่ของเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีกำลังดำเนินการ หลังมีข่าวลือว่า กระแสน้ำยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทะลักเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองแล้ว พบเจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายวางเรียง 3 แถว แถวละ 2 ชั้น บริเวณถนนประเวศนคร หมู่ 7 ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย ระยะทางยาว 230 เมตร และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงสั่งให้เทศบาลเมืองสุโขทัยธานีนำกระสอบทรายมาวางโอบบริเวณที่มีน้ำรั่วซึม เป็นวงกลมเพื่อกันน้ำไม่ให้ไหลออกไปอีก จากนั้นใช้เครื่องสูบน้ำ ทำการสูบหมุนเวียนเพื่อดึงน้ำกลับลงสู่แม่น้ำยมตลอด 24 ชม. จนชาวบ้านมีความมั่นใจมากขึ้นว่าน้ำยมจะไม่ทะลักเข้าท่วมในเขตเทศบาล ถือเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญอย่างแน่นอน

นายปิติกล่าวว่า หลังมีฝนตกหนักต่อเนื่องและมีน้ำป่าไหลหลาก จนเกรงว่าจะเกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันใน จ.สุโขทัย ตนสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการผันน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลมาจาก จ.แพร่ ไปเก็บไว้ตามแหล่งน้ำต่างๆ เช่น ทุ่งแม่ระวิง

ที่ อ.สวรรคโลก บึงใหญ่ที่ ต.บ้านสวน อ.เมืองสุโขทัย และทุ่งทะเลหลวง ที่ ต.บ้านกล้วย อ.เมืองสุโขทัย รวมทั้งคูคลองธรรมชาติต่างๆ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ภัยแล้งในปีหน้า เนื่องจาก จ.สุโขทัย ไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ หากไม่ผันน้ำเข้าไปเก็บไว้ให้เต็มความจุ หากเกิดภัยแล้งพี่น้องเกษตรกรก็จะได้รับความเดือดร้อนแน่นอน อีกทั้งจะไม่มีน้ำต้นทุนในการผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงคนสุโขทัยอีกด้วย

ที่ จ.พิษณุโลก มวลน้ำจาก จ.สุโขทัย ไหลมาตามคลองเมมหรือแม่น้ำยมสายเก่าเพิ่มสูงขึ้น จนทะลักท่วมหมู่บ้านวังขี้เหล็ก หมู่ 10 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ชาวบ้านขนข้าวของหนีน้ำกันโกลาหล ขณะที่ชาวนาอีกฝั่งถนนเร่งอุดท่อระบายน้ำกันให้วุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้านาข้าวในจุดที่เสี่ยง ทั้งนี้ นายชำนาญ ชูเที่ยง ผอ.โครงการชลประทานยม-น่าน กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพราะมวลน้ำก้อนที่มาทางแม่น้ำยมสายเก่าจะผ่าน อ.กงไกรลาศ ก่อนเข้าเขต จ.พิษณุโลก ทาง ต.หนองแขม ก่อนเข้า ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ไปยัง ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก และเข้าสู่คลองบางแก้ว ต.บางระกำ อ.บางระกำ

นายชำนาญกล่าวอีกว่า ส่วนระดับน้ำตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. จนถึงเที่ยงวันเดียวกัน น้ำเพิ่มขึ้น 1.20 เมตร จึงได้ร่วมกับนายอำเภอพรหมพิราม ผู้นำท้องถิ่นออกสำรวจพื้นที่จุดเสี่ยง ก่อนที่จะใช้รถแบ็กโฮเสริมคันดินบริเวณตลิ่งที่ต่ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร สำหรับบางระกำโมเดลตอนนี้ การรองรับน้ำสามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพ คลองเมมสามารถรองรับน้ำได้ 150 ลบ.ม.ต่อวินาที เชื่อว่าระดับน้ำจะไม่วิกฤติไปมากกว่านี้

ส่วนภาคอีสาน หลังฝนหยุดตกติดต่อกันทั้งวันทั้งคืน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ที่ไหลผ่าน จ.สกลนคร นครพนม และ จ.เลย ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนสถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วงแล้ว แต่ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งทุกหน่วยงานเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากบางพื้นที่ยังมีฝนตกอยู่บ้างเล็กน้อย และเกรงว่าจะมีฝนถล่มซ้ำอีก จึงสั่งให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทั้งกำลังคน และอุปกรณ์เครื่องมือกู้ชีพให้พร้อมรับมือตลอดเวลา ถ้าฝนตกซ้ำเติมอีก

ทางด้าน จ.พังงา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากคลื่นขนาดใหญ่ชัดเข้าฝั่งจนไหลเข้าท่วมถนนเข้าหมู่บ้าน บริเวณรอบๆบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมชายหาดประมาณ 7 ครัวเรือนกว่า 30 ชีวิต พากันเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะน้ำทะเลกัดเซาะจนพื้นบ้านแตกร้าว ผนังบ้านเริ่มทรุดตัวอย่างเห็นได้ชัด แม้จะถูกน้ำทะเลซัดไม่นานแค่ 4-5 วัน ในช่วงที่มีลมมรสุมพายุเข้ามาแต่ก็เป็นปัญหาทุกปี โดยที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ชาวบ้านจึงวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือ และเร่งแก้ไขด้วย

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ หน.คสช.ฝากชมเชย นายปิติ แก้วสลับสี ผวจ.สุโขทัย ที่นำทีมส่วนราชการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยการใช้บิ๊กแบ็กป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน และพร่องน้ำส่วนเกิน บังคับให้ไหลไปเก็บไว้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ช่วยลดปริมาณน้ำให้อยู่ในระดับที่แม่น้ำยมสามารถรับได้ จึงอยากให้จังหวัดอื่นศึกษาเป็นแบบอย่างโดยเฉพาะการบูรณาการทุกภาคส่วนลงพื้นที่และนำทีมแก้ปัญหาด้วยตนเอง ที่สำคัญคือการมองปัญหาอย่างเป็นระบบ ครบวงจร นอกจากแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังผันน้ำไปเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้าด้วย

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังจากพายุดีเปรสชัน “เตี้ยนหมู่” บริเวณประเทศลาวตอนบนได้เคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศพม่าแล้ว ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณภาคเหนือมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และตาก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงนี้จะอ่อนกำลังและสลายไปในระยะต่อไป

ฤทธิ์พายุดีเปรสชัน“เตี้ยนหมู่” พัดผ่านประเทศลาวตอนบน ส่งผลให้พื้นที่ภาคเหนือของไทยมีพายุฝนถล่มอย่างหนัก จ.เชียงรายน้ำป่าทะลักท่วมในตัวเมืองย่านมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง... 21 ส.ค. 2559 01:16 ไทยรัฐ