วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลวงสังหาร เศรษฐินีเขมร ซุกไร่อ้อย

ทำทีชิงทรัพย์ แฝงปมมรดก

คนร้ายอำมหิตลวงฆ่าโหดหญิงชราชาวเขมร หายตัวออกจากบ้าน 3 วัน ลูกสาวไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยตามหา ระดมชาวบ้านค้นจ้าละหวั่นแต่ไม่พบ ต้องหันไปพึ่งไสยศาสตร์ ร่างทรงยืนยันตายแล้วศพหมกในไร่อ้อย สั่งปูพรมหาอีกรอบเจอนอนตายขึ้นอืดเกือบเปลือยอยู่ในป่าอ้อยจริงๆ บนหัวมีรอยคล้ายถูกยิงทะลุเป็นรูโบ๋ แถมสภาพศพคล้ายโดนทรมานก่อนสิ้นใจ ทรัพย์สินติดตัวมูลค่ากว่า 5 หมื่นบาทหายเกลี้ยง ตำรวจสอบถามข้อมูลจากลูกๆพบข้อพิรุธ ยังไม่ฟันธงเหยื่อถูกข่มขืนด้วยหรือไม่ เผยผู้ตายแต่งงานกับสามีไทยจนมีฐานะร่ำรวยเข้าขั้นเศรษฐินี

เศรษฐินีเขมรถูกฆ่าโหดหมกป่าอ้อยรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ร.ต.อ.วิญญู ปัญญาวีรภรณ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว รับแจ้งพบศพผู้หญิงถูกฆ่าตายหมกป่าอ้อย หมู่ 4 บ้านหนองหญ้าปล้อง ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.อรัญประเทศ และหน่วยกู้ภัยอรัญประเทศ จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนลูกรังเข้าไร่ไปราว 200 เมตร ภายในป่าอ้อยพบศพนางน้อย (นามสมมติ) อายุ 74 ปี ชาวกัมพูชา มีบ้านอยู่ใน ต.ป่าไร่ สภาพศพเกือบเปลือย นอนคว่ำหน้าขึ้นอืด เสื้อยืดและกางเกงขายาวสีดำถูกถอดกองทิ้งไว้ข้างศพ เหลือเพียงเสื้อยกทรงและกางเกงชั้นใน ศีรษะมีรอยคล้ายถูกยิงด้วยปืนทะลุเป็นรูโบ๋ ขาถูกตีหัก ลักษณะคล้ายถูกฆ่าอย่างทารุณ แพทย์ระบุตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 วัน นำศพส่งไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช

นายประจักษ์ เตยหอม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านหนองหญ้าปล้อง ให้ข้อมูลกับตำรวจว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ลูกของผู้ตายมาแจ้งว่าแม่หายออกจากบ้าน 3 วันแล้ว ตนสั่งระดมลูกบ้านช่วยกันค้นหาแต่ไม่พบ ต้องหันไปพึ่งไสยศาสตร์ ร่างทรงบอกว่าตายแล้วศพอยู่ในป่าอ้อย จึงให้ลูกบ้านนำรถไถมาช่วยกันไถตามชายป่าอ้อยเพื่อค้นหาศพ กระทั่งเวลา 11.00 น. ลูกบ้านเข้าค้นในป่าอ้อยในจุดดังกล่าวและได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมา จึงช่วยกันปูพรมค้นหาจนพบศพในที่สุด

นางหน่อย (นามสมมติ) อายุ 41 ปี ลูกสาวผู้ตาย ที่เกิดจากสามีชาวกัมพูชา ให้การว่า มารดาแต่งงานอยู่กินกับสามีชาวไทยมากว่า 20 ปี ปัจจุบันสามีแม่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนตนแต่งงานอยู่กินกับสามีคนไทย และทำมาหากินอยู่ที่หมู่บ้านหนองหญ้าปล้องมาโดยตลอด ก่อนเกิดเหตุแม่ออกจากบ้านไปกับนางรัน เพื่อนบ้านชาวเขมร ที่มีสามีเป็นคนไทยเช่นกัน เมื่อไปสอบถามสามีนางรันบอกว่าเมียข้ามไปเยี่ยมพ่อที่ป่วยในฝั่งเขมร แต่เพื่อนบ้านคนอื่นๆ กลับไม่มีใครรู้เรื่องเลย และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครพบเห็นนางรันเช่นกัน ปกติแม่มีทรัพย์สินติดตัวเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ตุ้มหูทองคำ 1 คู่ แหวนทองคำ 1 วง และมีเงินสดติดตัวราว 5,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 5 หมื่นบาท แต่หลังพบศพปรากฏว่าทรัพย์สินทั้งหมดหายไป

ด้านนายเอก (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ลูกของสามีผู้ตายที่เกิดจากภรรยาเก่าชาวไทย ให้การอ้างว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 ส.ค. ได้ไปรับผู้ตายที่บริเวณคูเรดชายแดนบ้านป่าไร่ ซึ่งผู้ตายเดินทางมากับนางรัน เพื่อนบ้านชาวเขมร หลังจากรับทั้ง 2 คนมาแล้ว ได้พามาส่งที่บ้านของผู้ตาย จากนั้นไม่ทราบเหมือนกันว่าผู้ตายออกจากบ้านไปอีกครั้งตอนไหน คาดว่าน่าจะมีคนรู้จักล่อลวงผู้ตายออกไปฆ่าเพื่อหวังชิงทรัพย์

ตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจมีข้อมูลว่านางน้อย ผู้ตาย เป็นคนมีฐานะดีเข้าขั้นเศรษฐินี เนื่องจากแต่งงานอยู่กินกับสามีชาวไทยมานาน ช่วยกันทำมาหากินจนมีทรัพย์สินจำนวนมาก มีไร่อ้อยหลายร้อยไร่ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ฟันธงว่าผู้ตายถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ต้องรอผลการชันสูตรศพอย่างละเอียด เนื่องจากอาจเป็นไปได้ว่าคนร้ายต้องการอำพรางคดีให้เป็นเรื่องฆ่าข่มขืนและชิงทรัพย์ แต่อาจมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยู่ โดยเฉพาะปมเรื่องมรดก ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงและหาเบาะแสคนร้าย

คนร้ายอำมหิตลวงฆ่าโหดหญิงชราชาวเขมร หายตัวออกจากบ้าน 3 วัน ลูกสาวไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยตามหา ระดมชาวบ้านค้นจ้าละหวั่นแต่ไม่พบ ต้องหันไปพึ่งไสยศาสตร์ ร่างทรงยืนยันตายแล้วศพหมกในไร่อ้อย... 21 ส.ค. 2559 01:01 21 ส.ค. 2559 05:24 ไทยรัฐ