วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยภาพมือเผาบึม ปิดหน้า ก่อเหตุที่สราษฎร์ฯ

สวมแว่นอำพรางแต่งรัดกุม ตร.เก็บหลักฐานคืบกว่า 90% ตรวจ 15 นปป.มีโรคผู้สูงอายุ

เฟซบุ๊กตำรวจสุราษฎร์ฯแพร่ภาพ 4 ผู้ต้องสงสัยวางเพลิง-วางบึมป่วนเมืองหอยใหญ่ แต่ละคนแต่งตัวปกปิดและอำพรางใบหน้ามิดชิด ชุดสืบสวนมั่นใจคดีมีความคืบหน้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แถมได้หลักฐานเด็ดส่งตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล เร่งรายงาน “ศรีวราห์” ก่อนขออนุมัติศาล ทหารออกหมายจับ ด้าน “ตู่-จตุพร” อัดฝ่ายรัฐอุปโลกน์สร้าง นปป.ขึ้นมา หวังให้สอดคล้องกับเหตุวินาศกรรมป่วน 7 จังหวัดใต้ “นพ.เหวง” เชื่อจงใจโยงให้เกี่ยวพันกับ นปช.และคนเสื้อแดง ขณะที่ปลัดยธ.เผยอาการ “แก๊งคอมมิวนิสต์ชรา” ป่วยโรคผู้สูงอายุ ยันให้ญาตินำยารักษาโรคเข้าเยี่ยมได้

ตำรวจยังคงเดินหน้าสืบหาตัวกลุ่มคนร้าย ที่ร่วมกันก่อเหตุวินาศกรรมวางระเบิดและวางเพลิงหลายจุดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ คือ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ พังงา และภูเก็ต ระหว่างวันที่ 10-12 ส.ค. ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ต่อมามีการออกหมายจับ 2 มือวางเพลิงห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช และนายอาหะมะ เลงหะ แนวร่วมโจรใต้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีวางระเบิดหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ส่วนผู้ต้องสงสัยก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆ ที่มีภาพปรากฏในกล้องวงจรปิด อยู่ระหว่างดำเนินการ ขณะเดียวกันตำรวจคุมตัวนักเคลื่อนไหวชายหญิงในนามพรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย หรือ นปป. รวม 15 คน ที่คาดว่าอาจมีส่วนเชื่อมโยงในการก่อวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้ ส่งศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขอฝากขังผัดแรก ก่อนนำตัวไปควบคุมไว้ในเรือนจำ

ส่วนกรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวน วางเพลิงด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวน และใช้แอลกอฮอล์เหลวเป็นเชื้อเพลิงลอบเข้าไปวางไว้ในร้านทวีสิน พลาสติก อ.เมืองสุราษฎร์ธานี รวม 2 จุด และลอบวางระเบิดชนิดไปป์บอมบ์ จุดชนวนด้วยโทรศัพท์แบบตั้งเวลา วางไว้ที่บริเวณหน้าป้าย กก.6 ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี และที่หน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รวมถึงบริเวณข้างตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย หน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ถนน ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าของคดี เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก. และ พ.ต.อ.อนุชน ชามาตย์ รอง ผบก. เรียกประชุมชุดสืบสวน มีหัวหน้าสถานีตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี รวมทั้งสถานีตำรวจที่รับผิดชอบเส้นทางถนนเอเชีย สาย 41 ซึ่งเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีออกนอกพื้นที่หลังก่อเหตุ โดยขอความร่วมมือตำรวจ
ทางหลวงให้ตรวจสอบการลงบันทึกเวลาของรถโดยสารทุกคัน ที่ใช้เส้นทางขาล่องใต้ ระหว่างเวลา 20.30 น.ของวันที่ 10 ส.ค. และให้นำส่งประวัติรถโดยสารทุกคันเพื่อตรวจสอบ

รายงานข่าวแจ้งว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน เดินทางเข้ามายังพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยรถตู้โดยสารประจำทางสายหาดใหญ่-สุราษฎร์ธานี เมื่อช่วงสายวันที่ 10 ส.ค. และจากการนำตัวพนักงานขับรถตู้โดยสารคันดังกล่าวมาสอบปากคำ พบว่าคำให้การมีประโยชน์ต่อรูปคดีมาก และจากแนวทางการสืบสวนยังพบด้วยว่า หลังก่อเหตุคนร้ายทั้ง 4 คน ได้ว่าจ้างรถตุ๊กตุ๊กโดยสารจากบริเวณหน้าซอยลักกี้ ในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี มายังจุดพักรถริมถนนสาย 41 ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี และใช้เวลาอยู่ในจุดนี้นานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะหายตัวไป ขณะนี้ได้ส่งทีมสืบสวนสอบสวนอีกทีมหนึ่งลงไปตรวจสอบยังบริเวณต้นทางและปลายทางการก่อเหตุแล้ว ล่าสุดตำรวจได้หลักฐานสำคัญที่นำไปเชื่อมโยงสู่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 4 คนแล้ว และอยู่ระหว่างการขยายผลทางด้านเทคนิคการสอบสวน คาดว่าจะทราบผลภายในวันจันทร์ที่ 22 ส.ค.นี้

วันเดียวกัน เฟซบุ๊กตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด 2 จุด จุดแรกเป็นภาพชายต้องสงสัย 2 คน ทำทีเข้าไปซื้อสินค้าในร้านขายส่งพลาสติกทวีสิน โดย 1 ใน 2 เป็นชายผิวดำแดง รูปร่างโปร่ง สูงประมาณ 165 ซม. ข้อมือทั้ง 2 ข้างสวมริสต์แบนสีเหลือง นุ่งกางเกงขา 3 ส่วนสีขาว สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนถึงข้อศอก สวมรองเท้าและถุงเท้าสีขาว ใส่หมวกผ้าสีน้ำตาลอ่อน คาดหน้ากากอนามัยปิดปาก สวมแว่นดำอำพรางใบหน้า และสวมหมวกปีกกว้าง ส่วนอีกคนสูงประมาณ 170 ซม. รูปร่างหนา อายุ 30-40 ปี นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินคลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้า สวมรองเท้ากีฬาสีขาว มีหน้ากากอนามัยคาดปาก ใส่หมวกสีครีมและใส่ถุงมือสีเทาดำ สะพายเป้สีดำติดตัวตลอดเวลา โดยมีผ้าขนหนูเล็กสีชมพูลายแดงพาดที่ไหล่ขวา

ส่วนอีกจุด เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และจวนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ จับภาพชายต้องสงสัย 2 คน หยุดพักที่บริเวณริมน้ำตรงข้ามจวนผู้ว่าฯ โดย 1 ในนั้นสวมเสื้อแขนยาวสีเหลืองแบบมีฮู้ด นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สวมรองเท้าผ้าใบ สูงประมาณ 170 ซม. รูปร่างผอมสูงใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าและสวมหมวกปีกกว้าง ส่วนอีกรายสวมเสื้อแจ็กเกต นุ่งกางเกงขา 3 ส่วน สวมรองเท้าผ้าใบ สูงประมาณ 160-165 ซม. ใช้หน้ากากอนามัยปิดปาก และสวมหมวกปีกกว้างเช่นกัน ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ได้ขอความร่วมมือประชาชน แจ้งเบาะแสชายต้องสงสัยทั้ง 4 คนได้โดยตรงที่ พ.ต.อ.อนุชน ชามาตย์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี หัวหน้าชุดสืบสวน โทรศัพท์มือถือหมายเลข 08-6567-3535

รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า การทำงานสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จ.สุราษฎร์ธานี คืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 ล่าสุดได้เข้าเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมในจุดที่เชื่อว่าคนร้ายได้ใช้เป็นสถานที่เก็บวัตถุระเบิดและสิ่งของที่นำติดตัวมา ซึ่งน่าจะใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวบุคคลได้ โดย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น.ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการสอบสวน ได้นำพยานหลักฐานทั้ง 2 อย่าง เข้ารายงานต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เพื่อพิจารณาสั่งการ ในการขออนุมัติหมายจับจากศาลทหาร มทบ.45 เพื่อดำเนินการต่อไป

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ให้สัมภาษณ์ว่า ถามคนไทยทั้งประเทศ เคยได้ยินชื่อพรรค นปป. มาก่อนหรือไม่ เคยอยู่ในสารบบของการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือไปจัดตั้งพรรคกันตอนไหน ตนเป็นประธาน นปช.ไม่เคยได้ยิน ปกติถ้ามีคนเสื้อแดง แตกตัวจาก นปช.ออกไปตั้งเป็นกลุ่มไหน ประธาน นปช.จะทราบบ้าง แต่นี่เพิ่งมาได้ยินวันที่มีการออกหมายจับ และตำรวจแถลงออกมา มองว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐอุปโลกน์ขึ้นให้สอดคล้องกับการจับคนเหล่านี้มา เพราะตอนแรกที่จับอ้างว่าเกี่ยวข้องเหตุระเบิด ตอนหลังมาบอกไม่เกี่ยว ที่สำคัญผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุ

นายจตุพรกล่าวอีกว่า ถามว่าคนเหล่านี้หรือที่จะมาต่อสู้กับรัฐ ทั้งการตั้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร เป็นข้อหาหนึ่งที่สมัยเผด็จการยุคก่อนๆใช้ดำเนินการกับคนที่มีความเห็นต่าง ข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน ขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/58 ยิ่งน่าแปลก เพราะตำรวจบอกคนเหล่านี้เคยชุมนุมเมื่อเดือน ธ.ค.58 แต่ทำไมอารมณ์ช้า มาขอหมายจับ เดือน ส.ค.59 คณะยึดอำนาจชุดนี้ สร้างเรื่องยิ่งกว่านิยาย ขณะที่ผู้ต้องหาที่วางระเบิดจริงๆกลับไม่ไปดำเนินการ ส่วนกรณีที่ภรรยานายสรศักดิ์ ดิษปรีชา หนึ่งในผู้ต้องหา เคยมาร้องเรียน นปช.ตอนที่สามีถูกจับไปนั้นเป็นเรื่องจริง ประธานที่ปรึกษา นปช.คือนางธิดา ถาวรเศรษฐ ได้พูดคุยแล้วเสนอให้ไปใช้สิทธิ์ร้องเรียนกับทางยูเอ็น เหมือนกับผู้ที่ถูกจับรายอื่นๆ ตนทราบเพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จากเหตุที่เกิดขึ้น นปช.จะได้หารือกันเพื่อกำหนดท่าทีของทางกลุ่มอีกครั้ง

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.กล่าวว่า ถ้าการประชุมกลุ่ม นปป.เกิดตั้งแต่ 19 ธ.ค.58 ที่ จ.นนทบุรี ทำไมต้องมาจับ นปป. 2 วันหลังระเบิดภาคใต้ หรือเพื่อจงใจให้คนคิดว่าพวกเสื้อแดงเป็นพวกวางระเบิดภาคใต้ แล้วสุดท้ายเปลี่ยนมาเป็นไปจ้างวาน กลุ่มสามจังหวัดใต้มาวางระเบิด ขอตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นไปตามที่ตำรวจแถลงว่า นปป. มีเป้าหมายต้องการปฏิวัติการปกครอง โดยเอาแนวคิดของคอมมิวนิสต์มานำ ถามว่าทำไมไม่ตั้งข้อหากบฏ ม.113 แต่กลับบอกว่าพวกนี้เป็นแดงฮาร์ดคอร์ นี่คือการจงใจโยงเข้าหา นปช.และคนเสื้อแดงทั้งประเทศ ใช่หรือไม่ เพราะทั้งชื่อ และตัวย่อก็จงใจที่ให้ใกล้เคียง ขอยืนยันว่า นปช.ประกาศชัดมานาน เป้าหมายทางการเมืองคือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หาก นปป.มีจริง แล้วเคลื่อนไหวในระบอบคอมมิวนิสต์ แน่นอนว่าไม่ใช่แนวทางของ นปช.ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายความมั่นคงว่า ทำอะไรขอให้แนบเนียน จะสร้างละครให้คนเชื่อทั้งทีควรเขียนบทและกำกับการแสดงให้จับพิรุธไม่ได้

ขณะที่นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการควบคุมตัวผู้ต้องหา นปป.ว่า เบื้องต้นนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ รายงานว่า ทางเรือนจำควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาไว้ 13 ราย ทั้งหมดถูกนำไปอยู่ในแดนแรกรับ ก่อนทำตามระเบียบนักโทษใหม่คือ ทำประวัติและตรวจร่างกาย ส่วนใหญ่จะมีโรคประจำตัวของผู้สูงอายุ เช่น โรคไขข้อเสื่อม เบาหวาน ต่อมลูกหมากโต ความดันโลหิต ซึ่งเรือนจำได้อนุญาตให้ญาตินำยาประจำตัวมารักษาได้ ตามวันเวลาที่กำหนด หากอาการหนักจะให้ไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักโทษชาย นปป.ทั้ง 13 ราย ที่อยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ประกอบด้วย 1.ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ อายุ 71 ปี ชาว จ.พัทลุง 2.นายวีระชัฏฐ์ จันทร์สะอาด อายุ 62 ปี ชาว จ.นนทบุรี 3.นายประพาส โรจนพิทักษ์ อายุ 67 ปี ชาว จ.ตรัง 4.นายปราโมทย์ สังหาญ อายุ 63 ปี ชาว จ.สตูล 5.นายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อายุ 49 ปี ชาว กทม. 6.นายศิริฐาโรจน์ จินดา อายุ 56 ปี ชาว จ.หนองคาย 7.นายชินวร ทิพย์นวล อายุ 71 ปี ชาว จ.เชียงราย 8.นายณรงค์ ผดุงศักดิ์ อายุ 60 ปี ชาว จ.อ่างทอง 9.นายศรวัชษ์ กุระจินดา อายุ 60 ปี ชาว จ.มหาสารคาม 10.นายเหนือไพร เซ็นกลาง อายุ 41 ปี 11.นายวิเชียร เจียมสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช 12.นายบุญภพ เวียงสมุทร อายุ 61 ปี ชาว จ.เชียงราย และ 13. นายวิโรจน์ ยอดเจริญ อายุ 67 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ส่วน น.ส.รุจิยา เสาสมภพ อายุ 52 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และ น.ส.มีนา แสงศรี อายุ 39 ปี ชาว กทม. ถูกคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

เฟซบุ๊กตำรวจสุราษฎร์ฯแพร่ภาพ 4 ผู้ต้องสงสัยวางเพลิง-วางบึมป่วนเมืองหอยใหญ่ แต่ละคนแต่งตัวปกปิดและอำพรางใบหน้ามิดชิด ชุดสืบสวนมั่นใจคดีมีความคืบหน้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์... 21 ส.ค. 2559 00:49 21 ส.ค. 2559 05:24 ไทยรัฐ