วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การให้ไม่มีที่สิ้นสุดของคุณหมอต้นแบบ 'ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา'

“ความสุขในการทำงานที่ยั่งยืน คือการให้ที่ไม่ใช่การเสียสละ” นี่คือแรงใจสำคัญของคุณหมอใหญ่แห่งโรงพยาบาลรามาธิบดี “ศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา” คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ซึ่งมุ่งมั่น ทำงานอย่างหนักหน่วงในการดูแลสถาบันทางการแพทย์ชั้นแนวหน้าของประเทศ พร้อมให้บริการด้านสาธารณสุข และผลิตบุคลากรทางการแพทย์ออกมารับใช้สังคมอย่างต่อเนื่อง

คุณหมอเติบโตมาในสายงานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ซึ่งมีผลงานดีเด่น ทั้งงานวิจัยที่มีการตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศและในประเทศมากกว่า 100 ผลงาน โดยเฉพาะเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังจับปากกาเขียนตำราด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งได้รับความไว้วางใจให้ถวายการดูแล “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ” ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน และตอนนี้ยังมีชิ้นงานสำคัญที่ท้าทายในด้านการบริหาร “สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์” บริเวณตำบลบางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อให้เป็นสถาบันสำหรับให้บริการทางการรักษาสุขภาพและผลิตบุคลากรทางการแพทย์ขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 300 ไร่

ความเป็นมาของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์เริ่มมาจากไหน

สถาบันนี้เกิดจากพระราชปรารภและพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์ให้มีสถานพยาบาล หรือโรงพยาบาลของรัฐขนาดใหญ่ระดับโรงเรียนแพทย์ ที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้การดูแลและให้บริการตรวจรักษาประชาชนในสมุทรปราการ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด เพื่อประกอบอาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ตลอดจนถึงประชาชนในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงจังหวัดชายฝั่งตะวันออก เนื่องจากในปัจจุบันโรงพยาบาลส่วนใหญ่ในจังหวัดสมุทรปราการเป็นโรงพยาบาลเอกชน ประชาชน ซึ่งมีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงบริการของโรงพยาบาลเอกชนได้ โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่ชาวรามาธิบดีทุกหมู่เหล่าน้อมใจกายดำเนินโครงการเพื่อถวายเป็นราชสักการะ และเฉลิมพระเกียรติฯพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 84 พรรษา ซึ่งสมพระเกียรติยศอย่างแท้จริง

อาจารย์เข้ามารับงานที่ ท้าทายนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมรับตำแหน่งคณบดีฯตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2558 งานที่ท้าทายอย่างมากในปีหน้า (2560) คือ การที่เราจะเปิดสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์อยู่ที่บางพลี 300 กว่าไร่ จะเป็นโรงพยาบาลทั่วไป 400 เตียง เราจะใช้สถานที่แห่งนี้ผลิตนักเรียนแพทย์ให้เป็นบัณฑิตแพทย์ และผลิตผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ รวมทั้งเป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับปัญหาสำคัญๆของประเทศทางด้านสาธารณสุข นี่คือความตั้งใจที่ปักธงเอาไว้ อันนี้ก็เป็นความท้าทายใหญ่หลวง ที่เราจะสร้างให้สถาบันการแพทย์แห่งนี้ กลายเป็นสถานพยาบาลที่ช่วยเหลือคนเจ็บป่วยทุกระดับ รวมทั้งเป็นสถานที่ผลิตนักเรียนและบัณฑิตทางด้านการแพทย์ นอกจากนี้ ยังมีความมุ่งหวังอยากให้สถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันการแพทย์ในฝัน คือในแง่ของคนที่อยากเรียนแพทย์ หรืออยากเป็นผู้เชี่ยวชาญต่อ จะต้องมีความมุ่งหวังที่อยากจะเข้ามาเรียนที่นี่ ส่วนความมุ่งหวังในแง่ของคนไข้ คือเราต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในแถบนี้ ตอนนี้ตัวตึกกว่า 400 เตียง เสร็จไปแล้ว 90%

มีปัญหาในการทำงานที่หนักใจไหม

ปัญหามีตลอด ปัญหาการบริการที่เป็นปัญหาใหญ่ คือ บุคลากร โดยเฉพาะพยาบาล ขาดแคลน ถึงแม้เราจะผลิตพยาบาลได้เองปีละ 200 คน ก็ยังไม่พอ เพราะว่าความต้องการวิชาชีพนี้สูงมาก ที่สำคัญคือ การคงอยู่ในระบบน้อย หมายความว่า พอเข้ามาเป็นพยาบาลทำงานได้ไม่กี่ปีก็ลาออกไปเป็นแม่บ้าน ส่วนปัญหาอื่นๆ คือ ระบบบริการสุขภาพในบ้านเราที่เป็นการรักษาแบบประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม หรือประกันสุขภาพเป็นระบบที่เราประสบภาวะขาดทุนตลอดทุกปี ปีหนึ่งหลายร้อยล้าน แต่เราก็ยังอยู่ได้ สาเหตุสำคัญคือ เราได้คนบริจาคมาช่วย จริงๆจะเห็นว่า สิ่งที่อยู่กับคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดีตลอดคือ มูลนิธิรามาธิบดีฯ ซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยคณะฯ ช่วยผู้ป่วยที่ยากไร้ หรือไม่มีเงินที่จะจ่าย มูลนิธิฯยังเข้ามาช่วยประชาชนที่ประสบปัญหาเหล่านี้ ทำให้เราสามารถให้การบริการโดยไม่ติดขัด อันนี้เป็นสิ่งที่ทางมูลนิธิฯช่วยคณะแพทย์มาโดยตลอด นอกจากนั้นมูลนิธิฯยังได้มีส่วนช่วยในเรื่องการเรียนการสอน ผลิตบัณฑิตในสาขาต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนให้ไปถึงการวิจัย เพื่อหาวิธีการรักษาโรคยากๆ เช่น สเต็ม เซลล์ ในการรักษามะเร็งเม็ดโลหิต ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯก็สนับสนุนสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ทั้งในเรื่องการก่อสร้าง มีอาคารทั้งหมด 16 อาคาร เราต้องใช้เงินประมาณ 15,000 ล้านบาท แต่เงินที่ได้จากงบประมาณจริงขณะนี้มีเพียง 6,000 ล้านบาท โชคดีที่สามารถระดมเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากผู้มีจิตศรัทธาของประชาชน แม้แต่คณะแพทยศาสตร์ของเราก็ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐเพียง 20% คือถ้าเราใช้จ่าย 100 บาท เราได้มาจากทางรัฐ 20 บาท ถ้าไม่มีการสนับสนุนจากประชาชนผ่านมูลนิธิฯเราก็คงอยู่ไม่ได้

สิ่งที่สร้างความภูมิใจในการเป็น แพทย์มาตลอดชีวิตของอาจารย์ คืออะไร

ความภูมิใจของผม คือการถ่ายทอดความรู้ และทำให้เกิดแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถออกไปรับใช้สังคม เพราะเป็นครูแพทย์มาตลอดชีวิต แม้จะขึ้นมาเป็นผู้บริหารก็ยังมุ่งหวังอยากจะผลิตบัณฑิตที่เก่ง ดี และมีศักยภาพสูง ที่สำคัญต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านการวิจัยที่จะแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศ คือเป็นหมอออกไปอยู่ชุมชนต้องเก่งหลายด้าน เราต้องเป็นผู้นำชุมชนด้วย ต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง สร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในชุมชนที่เราไปอยู่

อาชีพหมอเป็นอาชีพที่ต้องเหนื่อยและเสียสละมากมาย ขนาดไหน

งานใดก็ตามถ้าเราจะทำให้มันดี หรือประสบความสำเร็จ จะต้องมีความหลงใหล สมัยนี้เขาใช้คำว่า passion กับงาน เพราะฉะนั้นตอนไปเป็นแพทย์ใช้ทุน คนเป็นหมอก็ต้องมีความสนุกกับงานดูแลประชาชน การได้ออกชุมชน และเมื่อกลับมาเป็นอาจารย์ก็ต้องสนุกกับการสอน ถ้าถามผมแล้ว จริงๆไม่ได้รู้สึกเหนื่อยกับงาน ถ้าเราสนุกกับงานก็ไม่ได้เป็นความทุกข์ นอกจากนี้เรายังมีความสุขจากการที่รักษาคนไข้ให้หาย หมอทุกคนเป็นอย่างนี้ เวลาที่เราได้ช่วยเหลือคนอื่น ความสุขที่เราได้เห็นคนพ้นทุกข์ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจ!! หมอจำนวนมากที่นัดลูกนัดภรรยาไว้ แต่ถ้ามีคนไข้มาก็เอาคนไข้ก่อน ถ้าถามว่าทำได้โดยไม่เป็นทุกข์เหรอ ก็ตอบได้เลยว่าไม่ทุกข์ เพราะสิ่งตอบแทนคืนมาในการช่วยคนนั้นเป็นรางวัล เป็นสิ่งหนึ่งที่ครอบครัวของหมอก็ต้องเข้าใจด้วย ความรู้สึกนี้เป็นการรีเทิร์นที่ตัวเอง ไม่ใช่เป็นการเสียสละอะไรยิ่งใหญ่ เพราะเป็นสิ่งที่ทำแล้วตัวเองรู้สึกดีเอง ไม่ใช่เราไปสละแล้วเราเป็นทุกข์ คนที่เป็นหมอได้นาน เป็นเพราะเขารู้สึกดีเวลาได้ทำเพื่อคนอื่น ไม่ได้ทำแล้วเป็นทุกข์
นี่เองคือที่มาของ “การให้.....ไม่มีที่สิ้นสุด” ให้เพราะรู้สึก อิ่มใจ เหมือนอย่างคุณหมอใหญ่แห่งโรงพยาบาลรามาธิบดี.

ทีมข่าวหน้าสตรี

ความสุขในการทำงานที่ยั่งยืน คือการให้ที่ไม่ใช่การเสียสละ” นี่คือแรงใจสำคัญของคุณหมอใหญ่แห่งโรงพยาบาลรามาธิบดี “ศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา” คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 20 ส.ค. 2559 13:54 20 ส.ค. 2559 13:56 ไทยรัฐ