วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทหารเปิด17ขบวนการ นปป. สืบลับโยงบึมใต้หรือไม่

เหตุวินาศกรรมร้ายแรงจากฝีมือ กลุ่มขบวนการที่มุ่งร้ายประเทศไทย ทั้งวางระเบิดและลอบวางเพลิงในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว 7 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 11 ต่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติแสนสาหัส

โดยเฉพาะการก่อการอย่างอุกอาจที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมืองท่องเที่ยวลือนาม และสัญลักษณ์สำคัญของชาติ

สร้างความสลดหดหู่อกสั่นขวัญหายแก่คนไทยทุกคน!!!

ทำไมกล้าถึงเพียงนั้น เป็นการ กระทำของกลุ่มขบวนการใด ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ที่สำคัญการกระทำครั้งนี้ได้ลูบคมหยามเกียรติองคาพยพของเจ้าหน้าที่รัฐไปทั้งระบบ

ส่อล้มเหลวในระบบข่าวกรองทั้งสภาความมั่นคง ทหาร ตำรวจ มหาดไทยส่อล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ต้องตกเป็นเหยื่อบริสุทธิ์

ยังดีที่หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว จึงสร้างความเชื่อมั่น ให้กลับคืนมาสู่พี่น้องประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

และจะเกิดความมั่นใจยิ่งขึ้นถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งทหาร ตำรวจ มหาดไทย ร่วมมือร่วมแรงทำงานคลี่คลายให้ได้ว่าเป็นฝีมือใครที่ทำกับประเทศชาติได้ถึงเพียงนี้

ล่าตัวติดตามจับกุมมาลงโทษตามกบิลเมืองให้สาสมกับความผิด

คนไทยทุกคนก็จะเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างประเทศ ต่างชาติก็จะยิ่งเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้น

เช่นเดียวกับที่เกิดเหตุที่สี่แยกราชประสงค์ เพียงไม่นานต่างชาติก็กลับมาเชื่อมั่นประเทศ ไทย เพราะสามารถติดตามจับกุมคนร้าย ได้พร้อมพยานหลักฐานชัดเจน สามารถคลี่คลายสืบสวนสอบสวนออกมาได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด นำไปสู่การระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก

ระเบิดครั้งนี้ก็เช่นกัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกกับนักข่าวชัดเจนว่า อย่าไปกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้สืบสวนสอบสวนไปตามพยานหลักฐาน ขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประเทศชาติอย่าให้บอบช้ำไปกว่านี้

หน้าที่หนักสาหัสจึงตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับผิดชอบเต็มสองบ่า แต่งตั้ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.มั่นคงเป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ระดมสรรพกำลังศักยภาพทั้งหมดเข้าคลี่คลาย

หลักฐานเบื้องต้นจากเศษวัสดุระเบิดและที่ยังไม่ระเบิด พบเป็นระเบิดแบบโทรศัพท์ซัมซุงมีเจลและพาวเวอร์แบงก์ต่อขั้วตั้งเวลาจุดระเบิดนานนับวัน ประกอบระเบิดจากสถานที่เดียวกันโดยมือระเบิดชำนาญการคนเดียวกัน

แล้วส่งหน่วยกล้าตายร่วมขบวนการกระจายไปวางในสถานที่ต่างๆ ตั้งเวลาระเบิดนานให้มีเวลาหลบหนี

มีรายงานข่าวจากตำรวจที่ประจำพื้นที่ 3 จังหวัด ภาคใต้ ระบุจากหลักฐานที่ปรากฏพุ่งไปที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดใต้ เคยพบเห็นประกอบระเบิดในลักษณะนี้หลายครั้ง ที่สำคัญตัวเครื่องโทรศัพท์และซิมการ์ดคนร้ายซื้อจากประเทศมาเลเซีย

แต่การสืบสวนสอบสวนคงไม่ได้เสร็จสิ้นเพียงแค่นั้น ตำรวจได้ตั้งประเด็นการก่อการไปหลายประเด็น เพราะเกิดเหตุหลังวันลงประชามติไม่กี่วัน อาจเป็นพวกที่สูญเสียต้องการดิสเครดิตรัฐบาล ดิสเครดิตทหาร หรือเป็นสัญญาณเตือนเร่งวันเลือกตั้ง หรือเป็นกลุ่มขบวนการใต้ที่ต้องการให้เห็นศักยภาพขยายความรุนแรงให้เป็นการก่อการร้ายสากล

แต่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายทหารโดย พล.ต.วิจารณ์จดแจง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่เข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค.2559 กับกลุ่มบุคคล 17 คน แยกเป็นชาย 13 หญิง 4 คน ที่ทหารควบคุมไว้แล้ว ในจังหวะที่ตำรวจกำลังคลี่คลายคดีระเบิด 7 จังหวัด

กลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญว่ากลุ่มบุคคลนี้บางคนอาจผสมโรงคดีระเบิดป่วนใต้ด้วยใช่หรือไม่

เพราะเพียงวันรุ่งขึ้น พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้นำพยานหลักฐานขออนุมัติศาลทหารออกหมายจับ 17 ผู้ต้องหา ข้อหากระทำความผิดอั้งยี่และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ว่าด้วยการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ซึ่งศาลทหารอนุมัติหมายจับทันที

มี 1.ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ อายุ 71 ปี ชาว จ.พัทลุง 2.นาย วีระชัฏฐ์ จันทร์สะอาด อายุ 62 ปี ชาว จ.นนทบุรี 3.นายประพาส โรจนพิทักษ์ อายุ 67 ปี ชาว จ.ตรัง 4.นายปราโมทย์ สังหาญ อายุ 63 ปี ชาว จ.สตูล 5.นายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อายุ 49 ปี ชาว กทม. 6.น.ส.มีนา แสงศรี อายุ 39 ปี ชาว กทม. 7.นายศิริฐา โรจน์จินดา อายุ 56 ปี ชาว จ.หนองคาย 8.ร.ต.ต.หญิงวิลัยวรรณ คูณสวัสดิ์ อายุ 54 ปี ชาว จ.หนองคาย 9.นายชินวร ทิพย์นวล อายุ 71 ปี ชาว จ.เชียงราย

10.นายณรงค์ ผดุงศักดิ์ อายุ 60 ปี ชาว จ.อ่างทอง 11.ร.ต.ท.สมัย คูณสวัสดิ์ อายุ 57 ปี ชาว จ.หนองคาย 12.นายศรวัชษ์ กุระจินดา อายุ 60 ปี ชาว จ.มหาสารคาม 13.นายเหนือไพร เซ็นกลาง อายุ 41 ปี ชาว จ.สกลนคร 14.นายวิเชียร เจียมสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช 15.นายบุญภพ เวียงสมุทร อายุ 61 ปี ชาว จ.เชียงราย 16.น.ส.รุจิยา เสาสมภพ อายุ 52 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด 17.นายวิโรจน์ ยอดเจริญ อายุ 67 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช

ที่สำคัญรายงานของหน่วยความมั่นคง ระบุว่า บางคนในกลุ่มเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลในนาม “พรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย” หรือ นปป. ใช้บ้านหลังหนึ่งใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นสถานที่ประชุมเคลื่อนไหว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังให้น้ำหนักไปที่การจับกุม นาย มูฮัมหมัด ลอสะดี ปาเนาะ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ตำรวจควบคุมตัวได้ที่จังหวัดกระบี่ ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ว่าเหตุระเบิดที่ กทม.จำนวน 9 จุดเมื่อปีใหม่ 2549 รวมทั้งเหตุระเบิดที่หน้ามหาวิทยาลัย รามคำแหงเมื่อปี 2556 เป็นฝีมือคนร้ายขึ้นมาจากใต้

สองประเด็นที่ต้องคลี่คลายเป็นเรื่องภายในของเราเองหรือการก่อการร้ายจากภาคใต้ และต้องสอบสวนอย่างเป็นธรรมกับบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องหา

ข้อเท็จจริงเท่านั้นประชาชนไทยและชาวโลกถึงจะยอมรับ.

ทีมข่าวอาชญากรรม

20 ส.ค. 2559 09:51 20 ส.ค. 2559 10:00 ไทยรัฐ