วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ชี้ประชามติผ่าน สัญญาณเดินหน้าประเทศ สลัดพันธนาการในอดีต

"ประยุทธ์" ชี้ประชามติผ่านเป็นสัญญาณเริ่มเดินหน้าประเทศ หวังสลัดพันธนาการในอดีต พร้อมยกบทวิเคราะห์ต่างชาติ "ความล้มเหลวจากปัจจัยทางการเมือง" ต้องสร้างระบบการเมืองที่ป้องกันการผูกขาด ให้ความสำคัญ "นิติรัฐ" เน้นความชอบด้วย ก.ม. จริงจังต่อต้านทุจริต ปัดใช้สื่อออนไลน์สื่อสารกับประชาชน

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ คืนความสุขให้คนในชาติว่า หลังจากที่ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงได้แสดงออกถึงความรักชาติ แสดงพลังอันบริสุทธิ์ในการไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยเสียงส่วนใหญ่ให้การยอมรับทั้งรัฐธรรมนูญและประเด็นคำถามพ่วง นับว่าเป็นสัญญาณการเริ่มเดินหน้าประเทศใหม่อีกครั้ง ภายใต้กติกาและอนาคตที่คนไทยเลือกร่วมกัน ซึ่งหวังว่าเราจะสามารถสลัดทิ้งพันธนาการ และก้าวข้ามกับดักทุกอย่างในอดีตที่ผ่านมา ที่คอยฉุดรั้งสังคมไทยมากว่า 20 ปี ทั้งนี้ สิ่งที่ประเทศไทยต้องการมากที่สุดในเวลานี้ คือ ความรักความสามัคคี ความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจ ถ้าเข้าใจถึงความปรารถนาดีของรัฐบาล คสช. เราพยายามอย่างเต็มที่ ใช้เวลาให้น้อยที่สุดในการที่จะเริ่มต้นการปฏิรูปประเทศในการจะพ้นผ่านอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกให้ได้โดยเร็ว ช่วงนี้อาจจะต้องมีมาตรการต่างๆ ออกมา เพื่อให้สังคมประเทศชาติสงบสุข ซึ่งถ้าไม่สงบสุขมีปัญหาจนวุ่นวายทั้งหมด มีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็เดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ เลือกตั้งก็ไม่ได้อีก เพราะบ้านเมืองสับสนวุ่นวายไปหมด อันนี้จะต้องเป็นสิ่งที่จะต้องเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญ

ทั้งนี้ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป ซึ่งขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน นักการเมือง พรรคการเมืองทุกคน ที่หวังดีต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ตนได้อ่านบทวิเคราะห์ในหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเขียนโดยชาวต่างประเทศ ได้กล่าวถึงสาเหตุอันตรายของโลกใบนี้ ก็คือในเรื่องความล้มเหลวของประเทศ โดยระบุชัดว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางการเมือง มากกว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีคำอธิบายที่น่าสนใจว่า

"ความล้มเหลวจากปัจจัยทางการเมือง ได้แก่กลุ่มอำนาจทางการเมืองที่ไร้ธรรมาภิบาลแสวงประโยชน์จากการใช้อำนาจ ขูดรีดทรัพยากรของคนอื่น ของประชาชน หรือของชาติ มาเป็นของตนและพวกพ้อง ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม บั่นทอนกำลังใจของประชาชน สร้างความเข้าใจผิดและทำลายแรงจูงใจนักลงทุน เรียกได้ว่าเป็นการเมืองผูกขาด อันเป็นต้นตอความไร้เสถียรภาพของบ้านเมือง และการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนบ่อยครั้งในโลกใบนี้ อันตรายเหล่านั้นเกิดขึ้นจากผู้นำทางการเมืองที่เป็น "นักเลือกตั้ง" ซึ่งอาศัยนโยบาย "ประชานิยม" ที่ทำให้เกิดความเสียหายบริหารราชการแผ่นดิน โดยดูแลเพียง "ฐานเสียง" หรือผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม แทนที่จะดูแลแบ่งปันทุกข์สุข และทรัพยากรของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ อย่างมียุทธศาสตร์"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับหนทางสู่ความสำเร็จของประเทศที่พัฒนาหรือพัฒนาแล้วนั้น ได้แก่ การสร้างระบบการเมืองที่มีการถ่วงดุล ป้องกันการผูกขาดหรือ "อำนาจนิยม" และส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมด้วยการมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันให้ประเทศรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับ “นิติรัฐ” เน้นความชอบด้วยกฎหมาย เอาจริงเอาจังกับการต่อต้านการทุจริต รวมทั้งมุ่งส่งเสริมบทบาทภาคเอกชน และสนับสนุนการริเริ่มของทุกภาคส่วนอย่างสร้างสรรค์ มีการบูรณาการประเด็นสำคัญ ก็คือว่าขอเวลาช่วงนี้ไปก่อนแล้วหลังจากที่เรามีการเลือกตั้งมีรัฐบาลให้เข้ามาแล้ว จะต้องดำเนินการให้เต็มที่อย่างที่กล่าวไว้อย่างที่เขามีบทวิเคราะห์ของต่างประเทศออกมา

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวย้ำว่า ไม่เคยใช้สื่อออนไลน์ หรือช่องทางอื่นใดในการสื่อสารกับประชาชน เพราะต้องการจะพบกับประชาชนด้วยตัวเอง โดยผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น อาทิเช่น รายการคืนความสุขให้คนในชาติ การออกแถลงการณ์เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจ ที่ตรงกันให้ทันต่อเหตุการณ์ หรือการให้สัมภาษณ์ ในประเด็นที่สื่อหรือสังคมให้ความสนใจ ทั้งนี้ ก็ต้องการสร้างการรับรู้และร่วมมือซึ่งกันและกันของคนในชาติ อย่าขยายความเข้าใจผิดๆ กันอีกต่อไป ส่วนช่องทางสื่อสารข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลนั้น ก็จะเป็นช่องทางที่สำหรับใช้ในเรื่องที่มีความสำคัญ มีความเร่งด่วนลำดับรองๆ ลงไป หรือสิ่งที่เราทำไปแล้วไม่ว่าจะเป็นการแถลงข่าวของทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือโฆษกของกระทรวง ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ

"ผมไม่ต้องการจะปิดบังอะไรสื่อ ประชาชน หรือสังคมทั้งสิ้น เพราะว่าผมจะทำอะไร ผมก็บอกเล่าชี้แจงให้ทราบทุกครั้ง เพียงแต่ขอว่าให้พิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเสนอข่าว ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นข้อเท็จจริงก็ตาม เสนอได้แต่ไม่ใช่เป็นการประโคมข่าวแล้วมีการแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย วันนี้สื่อก็ค่อนข้างจะมีปัญหาในเชิงธุรกิจ เพราะคนนิยมไปอ่านในโซเชียลแล้วก็สามารถที่จะโพสต์ อะไรต่างๆ เข้าไปก็ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ บางอย่างยังไม่ได้ข้อยุติ ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ก็อย่าเพิ่งได้ว่ากันเองแล้วก็ขยายความขัดแย้งไปประเด็นอื่น ส่วนใหญ่มักจะเกิดเกี่ยวกับเรื่องการที่จะสงสัย นี่ โน่น ก็เสนอมาได้ เพียงแต่ว่าอย่าขุดคุ้ยกันจนกระทั่งมันเป๋ไป เป๋มา สังคมก็สับสนไม่มีความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ แล้วกดดันเจ้าหน้าที่ บางอย่างทำให้ทุกอย่างเสียหายไปทั้งหมด ก็ขอร้องแค่นั้นเอง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

"ประยุทธ์" ชี้ประชามติผ่านเป็นสัญญาณเริ่มเดินหน้าประเทศ หวังสลัดพันธนาการในอดีต พร้อมยกบทวิเคราะห์ต่างชาติ "ความล้มเหลวจากปัจจัยทางการเมือง" ต้องสร้างระบบการเมืองที่ป้องกันการผูกขาด ให้ความสำคัญ "นิติรัฐ" เน้นความชอบด้วย ก.ม. 19 ส.ค. 2559 20:12 ไทยรัฐ