วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขนส่ง ชี้นำรถส่วนตัววิ่งแท็กซี่ ผิดก.ม. วอนค่ายมือถือ งดโปรโมตเชิญชวน

ขนส่ง ชี้นำรถส่วนตัววิ่งแท็กซี่ ผิดก.ม. วอนค่ายมือถือ งดโปรโมตเชิญชวน

  • Share:

ขนส่งทางบก เร่งรัดผู้ประกอบการ ทยอยนำรถเก่าติดตั้ง GPS เข้าเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์ฯ ให้แล้วเสร็จภายในปี 60 พร้อมเตรียมขอความร่วมมือไอซีที-ค่ายมือถือ งดโปรโมตโฆษณา ชวน ปชช.สมัครนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาทำแท็กซี่ป้ายดำ ชี้ ผิด พ.ร.บ.รถยนต์ ...

วันที่ 19 ส.ค. 59 นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เปิดการสัมมนาพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสาร พร้อมมอบนโยบายด้านความปลอดภัยในการเดินรถ และการให้บริการประชาชน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาครัฐและผู้ประกอบการขนส่ง และส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการและควบคุมมาตรฐานการให้บริการ มาตรฐานความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในปีนี้กรมการขนส่งทางบกได้เริ่มนำระบบเทคโนโลยี GPS เพื่อการควบคุมพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานขับรถ และติดตามข้อมูลเดินรถ โดยกำหนดให้รถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกตั้งแต่สิบล้อขึ้นไปที่จดทะเบียนใหม่ ต้องติดตั้ง GPS ทุกคัน ตั้งแต่ 25 มกราคม 2559 เป็นต้นมา และสำหรับรถโดยสารที่ติดตั้ง GPS แล้วต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะรถโดยสารไม่ประจำทาง กำหนดให้ต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์ฯ GPS ภายในรอบปีภาษี 2560 ปัจจุบัน รถโดยสารไม่ประจำทางติดตั้งและเชื่อมโยงข้อมูลแล้วจำนวน 7,831 คัน จากจำนวนรถจดทะเบียนทั้งหมด 57,942 คัน

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ขอให้ผู้ประกอบการขนส่งและเจ้าของรถเร่งทยอยนำรถเก่าที่ติดตั้ง GPS แล้วเข้ารับการตรวจสอบการเชื่อมโยงให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ ควบคู่กับการพัฒนาแก้ไขพฤติกรรมการให้บริการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถ และสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัยในพนักงานขับรถ เพื่อความปลอดภัยทางถนนของประเทศได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก เตรียมประสานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และ กสทช. พร้อมกับทำสำเนาแจ้งบริษัทขายมือถือ เพื่อขอความร่วมมือในการกำกับดูแลเนื้อหาการโฆษณา และโปรโมตบริการต่างๆ ของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะการแชร์ หรือโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนนำรถยนต์ส่วนตัวมาให้บริการรับจ้างส่งผู้โดยสาร เช่น กรณีของอูเบอร์แท็กซี่ เนื่องจากขณะนี้ ผู้ขับขี่อูเบอร์แท็กซี่ ที่นำรถส่วนตัวออกมาให้บริการ ถือว่าเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.รถยนต์ เกี่ยวกับการใช้รถยนต์ผิดประเภท ดังนั้น การโฆษณาเชิญชวนหรือชักชวนให้คนมากระทำผิด ก็ถือว่าเป็นการร่วมกระทำผิดเช่นเดียวกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้