วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส.ว.ส่อโลภ ทั้งโหวต-ทั้งเสนอ

เรื่องชื่อนายก-อย่าไปกลัวผีคนนอก

สนช.ยืดเวลาศึกษาร่าง รธน.-ก.ม.ลูก ส่งซิกลุยแหลกเพิ่มอำนาจหน้าที่ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ “สมคิด เลิศไพฑูรย์” ชี้โหวตได้ ก็ควรเสนอชื่อได้ด้วย โยนศาล รธน.ตัดสินชี้ขาด รับมีปัญหาตีความคำถามพ่วงลักลั่นอาจต้องแก้ร่าง รธน. ถึง 6 มาตรา ระบุ ส.ว.จะมีส่วนร่วมเลือกนายกฯ ทุกครั้งในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี กรธ.ยังมึนตึ้บข้อเสนอ ส.ว.ชงชื่อนายกฯ เพราะไม่เคยเห็นรายละเอียด ไม่เคยได้ยิน สนช.พูดที่ไหน “เธียรชัย” ออกโรงปรามระวังล้ำเส้นเนื้อหาคำถามพ่วง ย้ำยึดหลักการ “ซือแป๋มีชัย” คงไว้ซึ่งบทหลักร่าง รธน. หวั่นเล่นแร่แปรธาตุเสียสมดุลการเมือง “บิ๊กตู่” เขียนบทสร้างหนังปฏิรูปประเทศ ยืดอกโชว์แมนไม่เอาชนะโดยเหยียบย่ำใคร ปรามอย่าเพิ่งผวานายกฯคนนอก ผีไม่มาอย่าเพิ่งกลัว กำจัดผีในหลุมตอนนี้ก่อนดีกว่า ด้าน “บิ๊กป้อม” ออกตัวนิ่มๆ ไม่ขอเป็นนายกฯคนนอก “วิษณุ-กกต.” รุมดีดปาก “สมชัย” โพล่งกำหนดวันเลือกตั้ง

ยังเป็นประเด็นลักลั่นทุ่มเถียงกันอยู่ สำหรับคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติมาพร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะต้องมีการปรับแต่งร่างรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะ กาล แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อย่างไร จะมีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ด้วยหรือไม่

สนช.ยืดเวลาศึกษา รธน.–ก.ม.ลูก

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยนายสมชาย แสวงการ สนช. ยื่นญัตติขอขยายกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่จะหมดวาระวันที่ 29 ส.ค. 2559 ออกไปอีก 90 วัน รวมทั้งขอขยายอำนาจหน้าที่ของ กมธ.ชุดดังกล่าวให้มีอำนาจศึกษาและเสนอแนะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญปี 59 ที่ผ่านการทำประชามติ ร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ รวมทั้งกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนขอเพิ่มจำนวน กมธ.อีก 1 คน จาก 29 คน เป็น 30 คนได้แก่ นายพรศักดิ์ เจียรณัย สนช. ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบตามญัตติที่เสนอมา

ส่งซิก ส.ว.ร่วมเสนอชื่อนายกฯ

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการตีความประเด็นคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แต่งตั้งมีอำนาจเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้ว่า นอกจากการร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ขึ้นกับผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่ายจะตัดสินใจ ได้แก่ 1.สนช.ในฐานะผู้รับผิดชอบตั้งคำถามพ่วงที่ไปชี้แจงกับประชาชน จะเสนอปรับแก้อย่างไร 2.คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องนำความคิดเห็นส่วนตัวของ กรธ.มาหารือกับสนช. 3.ศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยในขั้นสุดท้ายว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ปรับแก้ให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงเป็นอย่างไร แต่ตามหลักการร่างรัฐธรรมนูญนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จะเป็นผู้เสนอชื่อนายกฯ ตามบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอมา 3 ชื่อ ไม่เกี่ยวกับ ส.ว. แต่เมื่อประเด็นคำถามพ่วงผ่านประชามติ จึงมีการตีความว่าเมื่อ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกฯได้แล้ว ควรมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ถ้าไม่แก้ให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯได้ เชื่อว่าในอนาคตเมื่อมี ส.ว.ชุดใหม่อาจมีปัญหา เพราะ ส.ว.สมัยหน้าจะตีความว่าตัวเองมีอำนาจเสนอชื่อนายกฯได้

มีสิทธิเลือกนายกฯหลายครั้ง

เมื่อถามว่า เหตุใด สนช.ไม่ชี้แจงคำถามพ่วงให้ชัดเจนว่า ให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯได้ด้วย นายสมคิดตอบว่า คงไม่มีใครนึกถึง แต่เมื่อประเด็นคำถามพ่วงผ่านประชามติ ทำให้เกิดการตีความได้ทั้งทางแคบและทางกว้าง ต้องติดตามว่า กรธ.จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญกี่มาตรา ถ้าตีความอย่างแคบจะแก้ไขเพียง 3 มาตรา แต่หากตีความกว้างจะแก้ไข 5-6 มาตรา แต่มาตราที่ต้องแก้ไขแน่นอนคือ มาตรา 272 ที่กำหนดเงื่อนไขการเลือกนายกฯนอกบัญชีในวาระเริ่มแรก หากที่ประชุมไม่สามารถเลือกนายกฯตามบัญชีพรรคการเมืองได้ ตามหลักการกฎหมายคำว่าวาระเริ่มแรกหมายถึงครั้งแรกเท่านั้น แต่ประเด็นคำถามพ่วงใช้คำว่าในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ดังนั้น มาตรา 272 ต้องแก้ไขคำว่า วาระเริ่มแรก เป็น 5 ปี เพื่อความชัดเจน ซึ่งจะหมายความว่า ส.ว.มีสิทธิร่วมโหวตเลือกนายกฯได้หลายครั้งในระยะเวลา 5 ปี

กรธ.มึนข้อเสนอ ส.ว.จิ้มชื่อนายกฯ

นายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการรับฟัง สนช.เกี่ยวกับการแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงว่า กรธ. ต้องฟังความเห็นของ สนช. ในฐานะผู้ที่รับผิดชอบต่อการนำเสนอและชี้แจงคำถาม พ่วง กรณีที่มีผู้ให้ข้อมูลว่าในเวที สนช. บางเวทีมีผู้ระบุว่า ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯด้วยนั้น ยังไม่เห็นรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เพราะแม้แต่ในเวทีชี้แจงประชาชนและเทปบันทึกการชี้แจงของนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่หนึ่ง ไม่เคยมีคำพูดที่ว่าให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ สำหรับการรับฟังข้อมูลของ สนช.ก่อนการนำมาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญ มีหลายประเด็นต้องคำนึงถึงให้รอบคอบ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาทางตันทางการเมือง หรือทางออกหากเกิดกรณีที่ไม่สามารถเลือกนายกฯ ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในบทหลักของร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามเปิดทางให้ผู้นำ คสช. กลับเข้าสู่ตำแหน่งบริหารอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง การตัดสินใจจะกลับมาหรือไม่ อยู่ที่ตัวของผู้นำใน คสช. แต่ต้องพิจารณาปัจจัยที่สำคัญ คือ การมีบารมีและเป็นที่ยอมรับจากประชาชนด้วย

ติงระวังล้ำเส้นเนื้อหาคำถามพ่วง

นายเธียรชัย ณ นคร กรธ. กล่าวว่า หลังจากที่ กรธ.รับฟัง สนช.แล้ว ต้องนำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกันว่าจะเขียนบทบัญญัติอย่างไร ส่วนที่หลายฝ่ายให้ความเห็นให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯนั้น อาจทำให้เกินกว่าตัวเนื้อหาขอคำถามพ่วงได้ ขณะที่แนวทางพิจารณาของ กรธ. ตนยืนยันว่าไม่มีเสียงแตก และเห็นตรงกันกับคำให้สัมภาษณ์ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ว่ากระบวนการเลือกนายกฯ ต้องเป็นไปตามบทหลักของร่างรัฐธรรมนูญ คือ ขั้นตอนที่ 1 การเสนอชื่อนายกฯต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร และเป็นไปตามบัญชีรายชื่อของบุคคลที่พรรค การเมืองสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ และขั้นตอนที่ 2 หากเลือกบุคคลในบัญชีนายกฯของพรรค การเมืองไม่ได้ ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาเพื่อยกเว้นการใช้บัญชีนายกฯของพรรคการเมือง

ไม่อยากให้เสียสมดุลการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง มีความพยายามให้ กรธ. แก้ไขบทบัญญัติในบท เฉพาะกาล มาตรา 272 ว่าด้วยการของความเห็นชอบจากรัฐสภา งดเว้นการใช้บัญชีนายกฯของพรรค การเมือง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเนื้อหาจะคลุมถึงการงดใช้กระบวนการที่มานายกฯ ตามมาตรา 159 ว่าด้วยกรณีให้ ส.ส.เสนอชื่อนายกฯหรือไม่ เพราะต้องรอฟังความเห็นของ สนช.ก่อน อย่างไรก็ตาม กรธ.มีความเห็นว่าหากมาตรา 272 ถูกแก้ไขและถูกยกเลิกไปอาจเป็นการทำลายความสมดุลของกระบวนการทางการเมืองที่ กรธ.ได้วางเจตนารมณ์ไว้ในตัวบทหลัก ดังนั้น กรธ.มีแนวโน้มจะคงมาตรา 272 ไว้แบบเดิม แต่หากเกิดปัญหาของการตีความจะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดต่อไป

“บิ๊กตู่” สร้างหนังปฏิรูปประเทศ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่จุดเช็กอินบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) อาคารผู้โดยสารขาออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดตัวสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) ประชารัฐเพื่อจำหน่ายบนเครื่องบิน “โอทอปไทยจากท้องถิ่นบินสู่ท้องฟ้า” และเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาสินค้าโอทอป เพื่อจำหน่ายบนเครื่องบิน พร้อมกล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลกำลังสร้างหนังใหญ่เรื่องการปฏิรูปประเทศซึ่งต้องมาจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ที่เป็นประเทศแฮปปี้เอนดิ้ง ไม่ใช่หนังสะเทือนขวัญ สะเทือนใจวันหน้า หลายอย่างกำลังเดินหน้า บางอย่างก็ช้า ปัญหาคือเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน มีจิตใจที่ตอบแทนให้กันด้วยความเสียสละเพื่อแผ่นดิน ผืนฟ้าและผืนน้ำเป็นของคนไทยทุกคน สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงสอนว่า หากไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์จะไม่รู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน จะไม่รู้ว่าจะรักประเทศชาติได้อย่างไร ดังนั้นเราต้องสร้างคนที่มีคุณธรรม จริยธรรมและสร้างความเป็นหุ้นส่วนความเป็นเจ้าของให้ทุกคน

ไม่คิดเอาชนะโดยเหยียบย่ำใคร

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรามีเวลาในการปฏิรูปจำกัด ประเทศไทยมีโอกาสมากมายในการเป็นศูนย์กลางต่างๆ เราใช้โอกาสของเราให้กลายเป็นวิกฤติ ที่วิกฤติแล้วก็ยิ่งวิกฤติกว่าเดิม ก็ไม่เข้าใจว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปได้อย่างไร อดีตที่ผ่านมาคืออดีต เราต้องเริ่มต้นใหม่ให้ดีที่สุด ตนไม่ได้เกลียดชังใคร ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายและกระบวนยุติธรรม จะไม่รังแกใคร รัฐบาลไม่ได้คิดว่าทำวันนี้เพื่อไปทำให้คนอื่นดูด้อยค่า ชนะสิ่งที่เขาทำมาแล้ว ทุกอย่างมันต้องทำต่อกันทั้งหมด สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงรับสั่งสอน อีกสิ่งหนึ่งคือ หากไม่ชอบใครสักคน จะผลักเขาออกไปมันก็จะไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ชอบก็หาวิธีการทำให้เขาดีขึ้น ชั่งน้ำหนักตัวเอง และเติมความดีให้เขาไปเรื่อยๆ เติมจนกว่าจะหมด

อย่าเพิ่งผวาผีนายกฯคนนอก

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเชิงเอ่ยถามผู้ที่มาร่วมงานว่า “มีใครคิดว่าบ้านเมืองตอนนี้เป็นสุขแล้ว ไปได้แล้วบ้าง ผมก็ต้องอยู่ตามโรดแม็ปไม่เคยเปลี่ยนแปลง คำว่าโรดแม็ปของผมอยู่ที่ท่านแล้ว ไม่ได้อยู่ที่ผม สงสัยไหมล่ะว่าใครจะเป็นนายกฯคนนอก ไอ้ผีตนนั้นยังมาไม่ถึง อย่าไปกลัวผีตรงโน้น วันนี้มาช่วยผมทำให้ผีมันไม่ผุดจากหลุมขึ้นมาก็แล้วกัน คือไม่ให้คนไม่ดีมาทำให้บ้านเมืองเสียหายเท่านั้นเอง คำว่าดีไม่ดีเราตัดสินด้วยกระบวนการยุติธรรม ถ้าผมใช้อำนาจของผมมันจบไปนานแล้ว ไม่ต้องมาทะเลาะกันถึงวันนี้ ผมให้โอกาสเสมอมา แต่คนบางคนไม่แก้ไข วันนี้ใครบอกคนไม่คบผม เขามากันหมดทุกประเทศ เพราะเห็นศักยภาพของเรามากันทุกอาทิตย์ แต่คนไทยบอกไม่มีใครคบ ต่างชาติเขาบอกว่ารัฐบาลผมรักษาสัญญา และข้อตกลง รวมถึงพยายามเดินตามข้อตกลงมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆมา นั่นคือสิ่งที่ผมเป็นทหาร เพราะสัญญาคือสัญญาต้องทำให้ได้”

ชี้มีปัญหาซ้อนไม่นานจะเผยเอง

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยต้องสร้างด้วยคนไทยกันเอง ถ้าเราทำให้คนไทยทั้งหมดมีความรักความสามัคคีได้ นั่นคือการสร้างความมั่นใจที่ดีที่สุด สำหรับคนที่ไม่ร่วมมือก็ปล่อยเขาไป อย่าเอามาเป็นอารมณ์ อย่าไปลากเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง กฎหมายดูแลอยู่แล้ว อย่าทะเลาะเบาะแว้งกันอีกเลย พอได้แล้ว หลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มีปัญหาซ้อนกันอยู่ อย่าเพิ่งไปลงความเห็นว่าเกิดจากอะไร เดี๋ยวมันจะเปิดเผยมาเอง กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนผีในหลุมที่ตนพูดมันมีไม่เยอะ และวันนี้ผีพวกนี้ก็ออกมาจากหลุม เที่ยวออกมาวุ่นวายตอนนี้ก็ผีในหลุมทั้งนั้น ซักวันก็ต้องกลับหลุมหมด กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการหมด ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมจะดีกว่า

ไม่ว้ากสื่อแต่ขอความร่วมมือ

“อย่ามาให้ผมใช้อำนาจ ผมพร้อมใช้แต่ไม่อยากใช้ เอาอย่างนี้แล้วกัน อย่าบังคับให้ผมต้องใช้เลย ขอให้สื่อช่วยกันสร้างความเชื่อมัน เพราะทุกฝ่ายช่วยกันทำงานกันอย่างสาหัส ทั้งการบินไทย การท่า อากาศยานฯ ศุลกากร ตำรวจ ทหาร ทำกันแทบตาย ถ้ามีข่าวนิดเดียวว่าอย่างนี้อย่างนั้นมันจะไปทั้งหมด เสียแรงเปล่าๆ เราจะทำอย่างนั้นทำไม ไม่เกิดประโยชน์ สื่อคือปากของประเทศ ผมตั้งให้ท่านเลย ท่านไม่ใช่สื่อ แต่เป็นปาก เป็นหู เป็นตาให้กับประเทศไทย ฉะนั้นเวลาจะพูดจะสื่ออะไรออกไป ดูสักนิดว่าจะมีผลเสียตรงไหนหรือไม่ หรือจะมีผลดีตรงไหน ผมไม่ได้ปิดบังสื่อ ผมอาจจะเป็นนายกฯที่พูดมากที่สุด แต่ผมพูดทุกอย่างที่ทำและคิดไม่มีเรื่องอะไรซับซ้อนในใจ มีแต่คิดว่าอะไรจะต้องทำต่อ ขอกำลังใจให้ผมเท่านั้น ผมจะร่วมฟันฝ่าไปกับท่าน ถ้าท่านจะคาดหวังข้าราชการ ภาครัฐโดยไม่ช่วยกันเลยคงไม่สำเร็จ จะไม่มีอะไรสำเร็จได้เลยในโลกใบนี้ ทั้งชาตินี้และชาติหน้าจำไว้” นายกฯกล่าว

“บิ๊กป้อม” ไม่ขอเป็นนายกฯคนนอก

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สนช.เสนอให้ ส.ว. สามารถโหวตเลือกนายกฯได้ตั้งแต่วาระแรกว่า ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คิดว่าคงไม่มีการบิดพลิ้วเมื่อ ถามกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ระบุว่าหากหาคนดีเป็นนายกฯไม่ได้ แล้วค่อยให้มาบอกนั้น พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็ต้องไปคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์เอง เพราะท่านเป็นคนพูดตนจะไปออกความเห็นได้อย่างไร และก็ต้องไปถามประชาชนก่อน เมื่อถามว่า หากมีเสียงเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตรเสียสละช่วยบ้านเมืองในอนาคตจะกลับมาช่วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ทุกวันนี้ก็ช่วยอยู่แล้ว ช่วยมา 50 ปีแล้ว เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรจะเป็นนายกฯคนนอกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่เอา ไม่เป็นหรอก”

ร่วมพิธีถวายสัตย์ฯตุลาการศาลทหาร

จากนั้น พล.อ.ประวิตรในฐานะผู้ได้รับมอบพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนตุลาการศาลทหารกรุงเทพ เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของตุลาการศาลทหารกรุงเทพ จำนวน 196 นาย โดยมี รมช.กลาโหม เลขานุการ รมว.กลาโหม สมุหราชองครักษ์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทน ผบ.ทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่ พล.ร.อ.กฤษฎา เจริญพานิช เจ้ากรมพระธรรมนูญ เป็นผู้กราบบังคมทูลถวายรายงาน เบิกตุลาการศาลทหารกรุงเทพเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ โดยมี พล.อ.ทศพร ศิลปาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะตุลาการศาลทหารอาวุโส เป็นผู้นำตุลาการศาลทหาร กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ตุลาการศาลทหารกรุงเทพ

“วิษณุ” ชิ่งปม ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพิ่มเพื่อทำกฎหมายลูกว่า ตอนนี้ กรธ.ยังตั้งเพิ่มไม่ได้ตราบใดที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่บังคับใช้ กรธ.ยังมีเพียงแค่ 21 คน ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่พอรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ ในบทเฉพาะกาลระบุว่าสามารถขอเพิ่ม กรธ.ได้อีกไม่เกิน 9 คน รวมเป็น 30 คน ต้องทำกันตอนนั้นไม่ใช่ขณะนี้ ที่สำคัญไปทาบทามใครแล้วเขาจะยอมมาเป็นหรือไม่ เพราะคนที่จะมาเป็น กรธ.จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ภายในระยะเวลา 2 ปีหลังจากพ้นตำแหน่ง 21 คนแรก เขาร่วมเสี่ยงมาแล้ว แต่ 9 คนใหม่ที่จะมาเสี่ยงแล้วเป็นอะไรไม่ได้ แม้แต่ ส.ว. จึงต้องคิดกันหน่อย ส่วนกรณีที่มีข้อถกเถียงการเลือกนายกฯคนนอกว่า ส.ว.สามารถร่วมเลือกนายกฯได้เลย หรือต้องให้ที่ประชุม ส.ส.เลือกกันเองแล้วไม่ได้ก่อนจึงจะประชุมร่วมรัฐสภานั้น ตนไม่ทราบ ให้เขาไปเถียงกันก่อน เราจะไม่ลงไปเถียงในเรื่องนี้ ตอนนี้กฎหมายลูกยังไม่ได้ร่างเลยยังไม่มีการแก้มาตรา 272 ให้เข้ากับคำถามพ่วง ดังนั้นอย่าเพิ่งไปตอบ เพราะจะกลายเป็นชี้นำ

“สมชัย” คิดคนเดียวเลือกตั้ง 10 ธ.ค.60

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการตั้งเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาคาดการณ์จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 10 ธ.ค.60 ว่านายสมชัยพูดแล้วว่าเป็นความคิดส่วนตัว อาจเป็นการพูดเล่นธรรมดา นายสมชัยมักจะพูดความคิดของตัวเองหลายเรื่องอยู่แล้ว ไม่ผูกมัด กกต. เหมือนที่นายกฯบอกว่าบางครั้งเป็นการพูดคาบลูกคาบดอก อย่าไปทึกทักว่าจะต้องพาดหัวหน้าหนึ่งไปหมด ไม่เช่นนั้นจะเครียดไปหมด ทำให้เวลาพูดอะไรต้องระวัง ตนเองเคยหลุดปากพูดเล่นไปหลายเรื่อง อย่างไรก็ตามรัฐบาลและประชาชนยังไม่มีอะไรต้องตื่นเต้น เพราะกว่าจะถึงเวลานั้นมีขั้นตอนอีกหลายอย่าง ยังไม่สามารถกำหนดหรือควบคุมอะไรได้ในเวลานี้

ประธาน กกต.ยันยังไม่ได้เคาะวัน

ที่สำนักงาน กกต. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. คาดการณ์วันเลือกตั้ง ส.ส.ว่าจะมีขึ้นในวันที่ 10 ธ.ค. 2560 ว่า เบื้องต้นการกำหนดวันดังกล่าวยังไม่มีการนำมาพิจารณาในที่ประชุม กกต. เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคลของนายสมชัยเท่านั้น

“บุญส่ง”ชี้ต้องรอ ก.ม.ลูกเสร็จก่อน

นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งเตรียมเสนอให้ กกต.ทำงานในรูปแบบของบอร์ดแทนการแบ่งงานเป็นด้านว่า ปัจจุบันก็ทำงานรูปแบบบอร์ดอยู่แล้ว ส่วนที่แบ่งการทำงานแต่ละด้านเพื่อต้องการอำนวยความสะดวกในการบริหารงานเท่านั้น ส่วนกรณีที่เตรียมเสนอให้วันที่ 10 ธ.ค.2560 เป็นวันเลือกตั้งนั้น ไม่ขอแสดงความเห็นเพราะจะเป็นก้าวล่วงอำนาจ เนื่องจากต้องรอกระบวนการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญของ กรธ.ซึ่งทุกอย่างมีกรอบเวลากำหนดไว้แล้วการกำหนดวันเลือกตั้งยังไม่แน่นอน คาดว่าเป็นเพียงการกำหนดโรดแม็ปที่จะต้องเตรียมความพร้อม นอกจากนี้ขอเสนอแนะ กรธ.และ สนช.ถึงการกำหนดโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิตในคดีทุจริตเลือกตั้ง โดยอยากให้กำหนดเพิ่มเติมไปในกฎหมายของศาลยุติธรรม ให้สามารถทบทวนคำพิพากษาของศาลได้ หากปรากฏว่ามีหลักฐานพยานใหม่ชัดเจนว่าผู้ที่ถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตถูกกลั่นแกล้งจากการเบิกความเท็จของพยาน ควรให้สิทธิในการต่อสู้คดีอีกครั้ง

พท.แนะนายกฯเปิดตัวลงเลือกตั้ง

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ระบุให้หาคนดีมาเป็นนายกฯว่า คำว่าให้หาคนดีนั้น เหมือนเป็นกระบวนการของการแต่งตั้ง ความจริงหาก พล.อ.ประยุทธ์อยากเป็นนายกฯอีกก็มีผู้พร้อมสนับสนุนอยู่ แล้ว เช่น นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่เตรียมตั้งพรรคการเมืองรองรับ ถ้าใช้ช่องทางนั้นจะสง่างามมากกว่า

ปชป.กระตุกอย่าฉวยโอกาสลักไก่

นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคและ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สนช.และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กลุ่มหนึ่งอ้างผลประชามติในคำถามพ่วงว่า ประชาชนเห็นชอบให้ ส.ว.สรรหาสามารถร่วมโหวตกับ ส.ส.เลือกนายกฯได้เลยว่าขอให้คนกลุ่มนี้กลับไปดูเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา 272 ว่ามีขั้นตอนในการเลือกนายกฯอย่างไร และควรยึดเอาหลักตามร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติไปแล้ว ส่วนการอ้างสิทธิในคำถามพ่วงนั้น เป็นส่วน ประกอบย่อยของร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะสามารถใช้ได้ในบทเฉพาะกาลเท่านั้น ถ้าจะเขียนแบบรวบรัดตามที่ สปท.และ สนช.กลุ่มนี้เสนอความเห็นนั้น อาจจะเป็นปัญหาการบังคับใช้ในอนาคต เพราะบทเฉพาะกาลมีระยะเวลาในการบังคับใช้ 5 ปี แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ตลอดไป จึงไม่อยากให้คนกลุ่มนี้ ฉวยโอกาสลักไก่ หรือตีขลุมกฎหมายโดยการบิดเบือนเจตนารมณ์ในลักษณะตีความเข้าข้างตัวเอง

“มาร์ค” ฝากปัญหา 4 ข้อถึง กรธ.

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบรรยายพิเศษตอนหนึ่งกับคณะครู อาจารย์และนักศึกษา ด้านกฎหมายและการปกครองว่า อยากให้ผู้ที่ศึกษาด้านกฎหมาย การปกครอง นำเอาความรู้ที่เรียนมาไปปรับใช้ในสังคมปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด และฝากไปถึง กรธ.ว่าการทำงานหลังจากนี้ ขอให้ยึดหลักความเป็นจริงในสถานการณ์ปัจจุบัน และมองอนาคตว่า ปัญหา 4 ข้อนี้ ได้แก่ 1.ปัญหาปากท้อง ความเป็นอยู่ประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจ 2.ปัญหาความปลอดภัยทางสังคม 3.ปัญหาสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของประชาชน และ 4.ปัญหาความขัดแย้ง ความแตกแยก มีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้ง ให้ใช้กระบวนการยุติธรรมที่ทันต่อเหตุการณ์ ไม่ใช่คดีต่างๆ กว่าจะเสร็จสิ้นนานจนจำไม่ได้ และสร้างประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา

“ถาวร” ดักคออย่าทำลายหลักการ

นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส.กล่าวถึงกรณี สปท.บางส่วน อ้างผลประชามติในคำถามพ่วง ประชาชนเห็นชอบให้ ส.ว.สรรหาสามารถร่วมโหวตเลือกนายกฯ ร่วมกับ ส.ส.ได้ว่า ตามที่ระบุในร่างรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ ส.ส.จากการเลือกตั้ง เสนอเลือกนายกฯ ตามบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอก่อน หากเลือกไม่ได้จึงขอใช้ข้อยกเว้นให้ ส.ว.สรรหาร่วมโหวตเลือก ดังนั้นจึงต้องผ่านในกรณีแรกก่อน ถ้าเพิ่มสิทธิให้ ส.ว.สรรหาร่วมโหวตนายกฯในวาระแรกได้เลย เท่ากับทำลายหลักการสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญ เข้าใจดีว่าต้องการเอาใจ คสช. เพราะบางส่วนอยากมาเป็น ส.ว. แต่รวบรัดเช่นนี้ดูไม่สง่างาม และคิดว่ากรธ.ที่เป็นผู้ใหญ่คงไม่ทำตาม เพราะจะเป็นการทำลายประชามติ ฉีกร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเลือกแล้ว ส่วนข้อเสนอของ สปท.ที่ให้ใส่ในร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่ โดยห้ามผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง หรือห้ามนักการเมืองทำบุญใส่ซองช่วยงานบุญต่างๆของชาวบ้านนั้น เป็นข้อเสนอที่คิดเล็กคิดน้อย และขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติของสังคมไทย สร้างภาพไปเปล่าๆ

แจง “ไผ่ ดาวดิน” ไม่ได้อดอาหาร

อีกเรื่องที่ จ.ชัยภูมิ นายเวชยันต์ ลูกอินทร์ ผบ.เรือนจำภูเขียว จ.ชัยภูมิ กล่าวถึงกระแสข่าวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหา กระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อดอาหารอยู่ภายในเรือนจำอำเภอภูเขียวว่า ตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่า ไม่เป็นความจริง ผู้ต้องหายังดำเนินชีวิตปกติ มีการร่วมกิจกรรมต่างๆ และเล่นดนตรีร่วมกับผู้ต้องขังคน อื่นๆตามโอกาสสมควร นายจตุภัทร์ดื่มนมกล่อง เครื่องดื่มบำรุงกำลัง และน้ำดื่ม ไม่ได้อดอาหารตามที่เป็นข่าว และได้จัดแพทย์-เจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด

นศ.ยื่นหนังสือยูเอ็นช่วยจี้ปล่อยตัว

เวลา 14.30 น. ที่หน้าอาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก นายนันทพงษ์ ปานมาศ นศ.ปริญญาโท นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แกนนำกลุ่มเสียงคนหนุ่มสาว พร้อม นศ.รามคำแหงจำนวนหนึ่ง เดินทางมารวมตัวกันชูป้ายข้อความเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นศ.คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำภูเขียว จ.ชัยภูมิ หลังถูกจับฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรค 2 จากการ แจกเอกสารรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยปฏิเสธการขอประกันตัว ทั้งนี้นายนันทพงษ์ได้ยื่นหนังสือต่อผู้แทนข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติด้วย หนังสือระบุว่า ก่อนและหลังลงประชามติ รัฐบาลทหารจับผู้เห็นต่าง ทั้งที่คนเหล่านั้นแสดงออกโดยสุจริตภายใต้เสรีภาพของพลเมือง จึงขอเรียกร้องผ่านยูเอ็นให้กดดันรัฐบาลไทย ปล่อยตัวนักโทษประชามติ ยุติการดำเนินคดีกับคนที่แสดงออกโดยสุจริต เปิดพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิดเห็นให้กับประชาชน และเร่งคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

“วัฒนา” แนะ “ไผ่” ตั้งสติหยุดก่อน

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “กูใช่ทาสหากคือไท” ว่า ขอยกย่องการต่อสู้ของไผ่ ดาวดิน ทั้งที่กิจกรรมที่ทำให้ถูกจับกุม คือแสดงความคิดเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน นอกจากพวกเผด็จการ โดยที่ฝ่ายสนับสนุนที่ทำผิดกฎหมาย เช่นกลุ่ม กปปส.ติดป้ายโฆษณาชักชวนให้เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ที่ จ.ราชบุรี กลับไม่ถูกดำเนินคดี เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบแล้ว ทุกคนที่อยู่ตรงข้ามกับผู้มีอำนาจกลายเป็นทาสทันที นายทาสสามารถทำได้ทุกอย่าง แม้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นการประท้วงของไผ่ไม่อาจใช้ได้กับสถานการณ์ในวันนี้ จึงอยากเรียกร้องให้ไผ่ขอประกันตัวออกมา เก็บพลังไว้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ซัดรัฐจองเวรสร้างแรงตึงเครียด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่ารัฐบาลจะตามจองเวรกลุ่มไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไปทำไม จะหาประโยชน์อะไรจากการจับกุมคุมขังคนเหล่านี้ ถ้าอ้างว่าเพื่อรักษากฎมาย ก็เห็นชัดอยู่แล้วว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่บังคับใช้ขาดความชอบธรรม ขัดหลักสากล เล่นงานเฉพาะฝ่ายเห็นต่าง แต่พวกเดียวกันขึ้นป้ายรับร่างกลับไม่ทำอะไร ขณะนี้ไปไกลถึงขั้นไล่จับผิดไผ่ ดาวดิน เรื่องกินน้ำ กินนม สร้างแรงเสียดทานให้สถานการณ์ตึงเครียดต่อไป แค่แจกใบปลิว แต่เอาเป็นเอาตายกับเด็ก และหากยังมีมาตรา 44 ให้อำนาจไว้ที่คนคนเดียว บ้านเมืองนี้จะอ้างหลักนิติธรรมได้อย่างไร

สนช.แถลงปิดคดีสอย “ประชา”

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา มีการประชุม สนช. โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย กรณีใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงการทำงานขององค์การตลาด (อต.) ในการพิจารณาลงโทษการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด อดีต ผอ.องค์การตลาด โดยเชิญคู่กรณีสองฝ่ายคือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายประชา มาแถลงปิดสำนวน โดย น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงปิดสำนวนว่า นายประชามีพฤติการณ์ใช้ตำแหน่งหน้าที่แทรกแซงการทำงานคณะกรรมการ อต.ชัดเจน โทรศัพท์ไปสั่งการระงับการประชุม อต.พิจารณาเลิกจ้างนายธีธัช ในวันที่ 12 พ.ย.55 ออกไป ทั้งที่ยังไม่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล อต. ต่อมาบอร์ด อต.มีมติเลิกจ้างนายธีธัช ได้สร้างความไม่พอใจให้นายประชา จนมีคำสั่งปลดบอร์ด อต.แสดงถึงการใช้อำนาจล้วงลูก ทำลายระบบบริหารงานอย่างร้ายแรง

ลุ้น สนช.ลงมติถอดถอน 19 ส.ค.

ขณะที่นายประชาแถลงปิดสำนวน ปฏิเสธทุกกล่าวหาของ ป.ป.ช.และยืนยันว่า เป็นเรื่องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี ไม่มีเจตนาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงาน อต. เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและผู้อื่น การประชุมดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องความเห็นต่างในข้อกฎหมาย ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ และวันที่ 19 ส.ค. เวลา 10.00 น. สนช.จะลงมติถอดถอนตนนั้นเป็นวันสำคัญที่สุดต่อชีวิตตน แต่เชื่อมั่นว่า สนช.ทุกคนจะมีความเมตตาและเป็นธรรม ซึ่งตนยึดมั่นว่ากฎแห่งกรรมมีจริง แต่ผลออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับ

ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงปิดคดี นายประชาเดินทางกลับทันทีด้วยสีหน้าไม่สู้ดี และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงการแถลงปิดสำนวน กล่าวเพียงสั้นๆว่า “จุก”

“บิ๊กป้อม” ยันโผทหารไร้ปัญหา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดทำโผแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีว่า ไม่มีปัญหา จะปรับเปลี่ยนเฉพาะตำแหน่งของ พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.กองพลทหารราบที่ 4 ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. จะเป็นคนพิจารณาส่งรายชื่อเข้ามาใหม่ ส่วนจะเสนอรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯแล้วหรือไม่ ตนไม่ทราบ

เตรียมเชือด จนท.เอี่ยวค้ามนุษย์

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือสถานการณ์การค้ามนุษย์ในปัจจุบัน โดยมี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ภายหลังการประชุม นายวิษณุเผยว่า หารือประเด็นกฎหมาย ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ต้องการให้มีความชัดเจน เพื่อรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2558 หรือทริปรีพอร์ตได้ว่า จะทำอะไรบ้าง ต่อคณะทำงานตรวจสอบตามวงรอบในปีนี้ โดยใน 1-2 วันนี้หัวหน้า คสช.จะมีคำสั่งตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ออกมาเพื่อจัดการเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ที่เกี่ยวข้องค้ามนุษย์

สั่งสอบซ้ำ ขรก.เพิกเฉยละเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ที่ 47/2559 เรื่องสืบเนื่องจากการดําเนินการตามคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 33/2559 เรื่องให้ข้าราชการ ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น และให้ผู้บังคับบัญชาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีรายชื่อผู้ว่าราชการจังหวัด ผบช.ภ. อัยการ และข้าราชการ 23 ตำแหน่ง แต่ปรากฏว่า ยังคงมีการร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่บางรายละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต่อการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ จึงให้การตรวจสอบตามคำสั่งที่ 33/2559 ที่ระบุหากไม่พบการกระทำผิด ให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งศูนย์อํานวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ทราบนั้น ให้ถือว่าการตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด และให้ประธาน ศอตช.แต่งตั้งคณะบุคคลที่ไม่มีข้อขัดแย้งหรือมีส่วนได้เสีย 3-5 คน ตรวจสอบเปรียบเทียบให้เสร็จใน 30 วัน

สนช.ยืดเวลาศึกษาร่าง รธน.-ก.ม.ลูก ส่งซิกลุยแหลกเพิ่มอำนาจหน้าที่ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ “สมคิด เลิศไพฑูรย์” ชี้โหวตได้ ก็ควรเสนอชื่อได้ด้วย โยนศาล รธน.ตัดสินชี้ขาด รับมีปัญหาตีความคำถามพ่วงลักลั่นอาจต้องแก้ร่าง รธน. ถึง 6 มาตรา... 19 ส.ค. 2559 08:06 ไทยรัฐ