วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมายจับ 17 นปป. เอี่ยวบึม 7 จังหวัดภาคใต้ ส่งขังคุกมทบ.11 รีดขยายผล

แฉวางแผน-จ้างโจรใต้ป่วน คดีหัวหินล่า '3หนุ่มต่างด้าว'


ศาลทหารอนุมัติหมายจับ 17 ผู้ต้องหาเชื่อมโยงแก๊งก่อวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้ ข้อหาอั้งยี่และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ชุมนุมเกิน 5 คน เผยถูกควบคุมที่ มทบ.11 ทั้งหมดเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์รวมตัวกันมาจากนักเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามพรรค นปป. เชื่อมโยงการทำงานกับกลุ่มแนวร่วมโจรใต้ก่อวินาศกรรม ส่วน “ศักรินทร์” ผู้ต้องหาวาง เพลิงห้างโลตัสฯเมืองคอน ถูกถอนหมายจับคดีวางเพลิงแล้วแต่ยังรอหมายศาลทหารอายัดคดีครอบครองวัตถุระเบิด ขณะที่ ผบ.ตร. ยืนยันผู้ต้องหารายนี้ไม่ใช่แพะ

จากเหตุวินาศกรรมทั้งลอบวางระเบิดเพลิงและระเบิดแสวงเครื่องป่วน 7 จังหวัดภาคใต้สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องตามรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล ส่วนนายศักรินทร์ คฤหัส อายุ 32 ปี พนักงานของบริษัท เวทเธอร์ฟอร์ด เคเอสพี คอมพานี ลิมิเต็ด จำกัด บริษัทรับเหมาช่วงของบริษัท เชฟรอนสำรวจและผลิต จำกัด อยู่บ้านเลขที่ 190/65 หมู่ 2 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาลอบวางเพลิงห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช ที่ถูกคุมตัวไว้ที่ มทบ.41 ค่ายวชิราวุธ อ.เมืองนครศรีธรรมราช แต่สุดท้ายต้องปล่อยตัวไป เนื่องจากไม่มีหลักฐานมัดตัวพร้อมเสนอศาลถอนหมายจับ

ขณะที่ พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 กล่าวยืนยันว่า ทหารไม่ได้เป็นคนจับนายศักรินทร์ ทหารมีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกและให้สถานที่ในการคุมตัวเท่านั้น ตำรวจเป็นคนจับต้องรู้แก่ใจ ทหารไม่มีส่วนรู้เห็นในการทำงานของตำรวจ ขณะเดียวกัน ทางห้างเทสโก้ได้ส่งหลักฐานสำคัญเป็นภาพวงจรปิดของผู้ต้องสงสัย 2 คนลักษณะคล้ายคนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่เชื่อว่าเป็นคนร้ายตัวจริงที่ลงมือวางเพลิงห้างฯซึ่งได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้ สภ.เมืองนครศรีธรรมราชไปแล้ว

ถอนหมายจับ “ศักรินทร์” แล้ว

ต่อมาวันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสังเกตการณ์บริเวณชั้น 2 บก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช สถานที่ที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช นำตัวนายศักรินทร์ คฤหัส จาก มทบ.41 อ.เมืองนครศรีธรรมราชมาควบคุมตัวไว้พบมีกำลังตำรวจเฝ้าดูแลนายศักรินทร์ตลอดเวลา ห้ามไม่ให้สื่อมวลชนหรือบุคคลภายนอกเข้าไปใกล้จุดควบคุมตัวนายศักรินทร์อย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราชสั่งการให้ พ.ต.อ.ประสิทธิ์ เผ่าชู รอง ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ไปขอถอนหมายจับนายศักรินทร์จากศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชเรียบร้อยแล้ว แต่ยังควบคุมตัวนายศักรินทร์ไว้และห้ามไม่ให้นายตำรวจทุกนายให้ข่าวหรือสัมภาษณ์สื่อมวลชนอ้างเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพราะเกรงจะเสียรูปคดี

ขอหมายจับศาลทหารคดีใหม่

ต่อมา พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมอีก 1 ชุดเพื่อให้มาช่วยเสริมงานสอบสวนในคดีเผาห้างเทสโก้ โลตัส นครศรีธรรมราช ให้มีความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับนายศักรินทร์หลังถอนหมายจับคดีวางเพลิงแล้วแต่ยังถูกควบคุมตัวไว้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรอการขออนุมัติหมายจับคดีครอบครองวัตถุระเบิดจากศาลทหาร มทบ.11 กทม.และคดีจะถูกนำไปรวมเป็นคดีเดียวกันกับผู้ต้องหาคนอื่นๆที่ถูกออกหมายจับฐานร่วมกันก่อวินาศกรรมในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ โดยนายตำรวจชุดคลี่คลายคดีคนหนึ่งเปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องขอหมายจับใหม่นายศักรินทร์จากศาล ทหาร มทบ.11 เนื่องจากตรวจสอบภาพวงจรปิดและดีเอ็นเอของนายศักรินทร์เปรียบเทียบกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุตรงกัน หากศาลทหารอนุมัติออกหมายจับนายศักรินทร์เมื่อไหร่จะแจ้งข้อหาแล้วคุมตัวไปดำเนินคดีที่กรุงเทพฯทันที แต่ตอนนี้ยังคุมตัวนายศักรินทร์ไว้ในฐานะผู้ต้องสงสัยเท่านั้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาแต่อย่างใด

ตามแกะรอยแก๊งเผาโลตัสฯ

ส่วนการแกะรอยติดตามตัวผู้ต้องสงสัยวางเพลิงเผาห้างเทสโก้ โลตัส สาขานครศรีธรรมราช 2 คนตามภาพวงจรปิดที่ห้างโลตัสฯส่งมาให้และเชื่อว่าทั้งสองขึ้นรถทัวร์หลบหนีเข้าไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แล้วนั้นโดยชุดคลี่คลายกำลังติดตามตัวผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนอย่างกระชั้นชิดโดยมีกำลังตำรวจในพื้นที่และตำรวจ กก.สส.ภ. 8 และตำรวจกองปราบปรามร่วมลงพื้นที่ตามไล่ล่าด้วยคาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้ ส่วน พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.มทบ.41 หลังฉุนเฉียวการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีการจับกุมนายศักรินทร์นั้น ผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์ พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ที่ มทบ.41 อีกครั้งแต่ถูกปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์เพียงแต่กล่าวสั้นๆว่าหมดหน้าที่ของทหารแล้วไม่ขอพูดอะไรอีกพร้อมกับยิ้มและหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

สั่งกองปราบฯ เจ้าภาพดำเนินคดี

ส่วน พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ. 8 สั่งการให้ทีมสอบสวนของ บช.ภ.8 ประสานข้อมูลกับตำรวจกองปราบปราม ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ที่มอบหมายให้พนักงานสอบสวนของกองปราบปรามเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลทหารเพื่อจะขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาตามหลักฐานโดยมีจำนวนผู้ต้องหาไม่ต่ำกว่า 16 รายซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับคดีวางเพลิง วางระเบิด หรือก่อวินาศกรรมใน 7 จังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้มีรายงานว่า การทำงานคลี่คลายคดีวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้ ระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหรือทหาร กับฝ่ายตำรวจในขณะนี้ค่อนข้างไม่ลงตัวจากความเห็นที่แตกต่างกันของแต่ละฝ่าย

แก๊งบึมเมืองสุราษฎร์มี 4 คน

สำหรับคดีลอบวางระเบิด 2 จุดในพื้นที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานีจนมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ จากการตรวจสอบพบชิ้นส่วนโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุงทั้ง 2 จุดและยังตรวจพบชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือชนิดเดียวกันภายในร้านทวีสินพลาสติก ที่ถูกเพลิงเผาไหม้ทั้งหมด 4 คูหาด้วยนั้น ต่อมาที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น.ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการสืบสวนร่วมกับ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.อนุชน ชามาตย์ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

จากการติดตามเส้นทางของกลุ่มผู้ต้องสงสัยจากภาพวงจรปิดพบว่ามีด้วยกันทั้งหมด 4 คนว่าจ้างรถโดยสารขนาดเล็กจากตลาดเกษตร 2 ใกล้กับมัสยิดกลางสุราษฎร์ธานีไปส่งที่ป้อมสถานีตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ริมถนนสาย 41 ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง โดยแจ้งกับคนขับรถโดยสารว่าต้องการเดินทางไป จ.ชุมพร ซึ่งจากการสอบสวนปากคำคนขับรถโดยสารระบุว่า บุคคลทั้ง 4 ไม่ได้ใช้ภาษาท้องถิ่นและใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าตลอดเวลา ขณะที่ พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขณะนี้กำลังเร่งติดตามภาพกล้องวงจรปิดทั้งหมดเพื่อเชื่อมโยงการทำงานของกลุ่มคนร้ายทั้งหมดและความแน่ชัดของรูปพรรณสัณฐานให้ชัดเจนก่อนเสนอสำนวนการสอบสวนให้รอง ผบ.ตร.พิจารณาขออนุมัติศาล ทหารออกหมายจับต่อไป

ผู้ว่าฯ ประธานเผาเหยื่อระเบิด

ต่อมาเวลา 14.00 น. วันเดียวกันที่วัดโพธิ์นิมิต ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต รอง ผวจ.ร่วมเป็นประธานในงานฌาปนกิจศพนางจงกลนี พุ่มกระจ่าง อายุ 52 ปี เหยื่อระเบิดบริเวณหน้ากองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี หลังคนร้ายก่อเหตุวินาศกรรมโดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อนร่วมงานและญาติร่วมในพิธีกว่า 300 คน ท่ามกลางความเศร้าสลดพร้อมกันนี้ทางกองทุนประกันสังคมโดยนายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานีได้มอบเงินสวัสดิการกองทุนประกันสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน 192,932.17 บาท

ตรวจระเบิดก่อนเปิดงานฟูลมูน

ที่ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่อีโอดีจาก กก.ตชด.41 นำโดย พ.ต.ท.ฐานันดร์ ช่วยหนู สว.งานเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดลงพื้นที่หาดริ้น ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน สถานที่จัดงานฟูลมูนปาร์ตี้เพื่อตรวจสแกนหาวัตถุระเบิดและวัตถุต้องสงสัยก่อนงานฟูลมูนจะเริ่มในช่วงค่ำวันเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบตลอดแนวชายหาดเนื่องจากหลายฝ่ายเกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดี ลักลอบเข้ามาก่อเหตุวุ่นวายภายในงานฟูลมูนซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานไม่ต่ำกว่า 20,000 คนบริเวณหน้าหาด ซึ่งจากการตรวจสอบยังไม่พบวัตถุระเบิดมีเพียงอุปกรณ์พวกแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ชาวบ้านในพื้นที่นำมาทิ้งในถังขยะทำให้เครื่องตรวจจับส่งเสียงเตือน แต่ตรวจสอบแล้วไม่มีอันตราย

จ่อหมายจับมือบึมบางเนียง

ที่ สภ.เขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบภาพวงจรปิดปรากฏว่าพบเห็นพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยมือวางระเบิดตลาดนัดบางเนียงเห็นได้ชัดว่าผู้ต้องสงสัยนั่งรถบัสโดยสารสายภูเก็ต-ตะกั่วป่ามาลงที่หน้าร้านขายของที่ระลึกหน้าตลาดนัดบางเนียงซึ่งเป็นจุดที่พบระเบิดและอุปกรณ์วางเพลิงจุดสุดท้าย ก่อนจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที เข้าปฏิบัติการนำระเบิดและอุปกรณ์วางเพลิงไปไว้ตามจุดต่างๆ ก่อนจะเหมารถแท็กซี่บริเวณตลาดนัดให้ไปส่งที่สถานีขนส่งโคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อขึ้นรถโดยสารผ่านเมืองพังงา ออกไปทาง จ.กระบี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอออกหมายจับมือระเบิดรายนี้ต่อไป

จับภาพชัด 3 มือระเบิดหัวหิน

ส่วนคดีวางระเบิดที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจภาพจากกล้องซีซีทีวีที่เห็นโฉมหน้าของผู้ต้องสงสัยอย่างชัดเจนเป็นชาย 3 ราย รูปร่างผอมสูง สวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า สะพายกระเป๋าและถือถุงพลาสติกสีขาวที่คาดว่าน่าจะซุกซ่อนระเบิดอยู่ด้านใน เดินทั่วตัวเมืองหัวหิน ซึ่งชายต้องสงสัยทั้งหมดอาจจะเป็นผู้ก่อเหตุลงมือวางระเบิดย่านบาร์เบียร์และหอนาฬิกาหัวหินรวม 4 ลูก รวมทั้งพยายามวางระเบิดเพลิงภายในตลาด ฉัตรไชยหัวหิน โดยพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยถูกกล้องซีซีทีวีจับภาพได้เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาระหว่างเวลา 06.00-07.30 น. นอกจากนี้ผู้ต้องสงสัยยังเดินมานั่งพักสูบบุหรี่ที่สถานีรถไฟหัวหิน ก่อนที่จะเดินมาที่หน้าสำนักงานประปาเทศบาลเมืองหัวหิน ข้ามถนนมาร้านก๋วยเตี๋ยวนายเบียร์แล้วเดินเข้าซอยหายไป ซึ่งชายต้องสงสัยทั้ง 3 คน ถูกบันทึกภาพได้ในวันที่ 10 ส.ค.เพียงวันเดียว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีกำลังอยู่ระหว่างติดตามตัว มาสอบปากคำเพื่อหาความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นต่อไป

ตื่นวัตถุคล้ายระเบิดกลางเมือง

ขณะที่เหตุวางระเบิด 7 จังหวัดกำลังตามล่าตัวคนร้าย ปรากฏว่าเมื่อเวลา 02.45 น.วันเดียวกัน ร.ต.อ.พุฒิสรรค์ อินตา รอง สวป. สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด บริเวณป้ายรถประจำทางหน้าโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย ถนนเจริญประเทศ ต.ช้างคลาน ไปตรวจสอบพร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สส.ภ.5 พบกระเป๋าต้องสงสัยวางอยู่บนม้านั่ง ตรวจสอบพบกล่องพลาสติกกว้าง 6 นิ้ว ลักษณะคล้ายระเบิดแสวงเครื่อง เจ้าหน้าที่จึงยิงทำลายทิ้ง พบเศษแก้ว สายไฟและผงคล้ายดินปืนกระจายอยู่ทั่วบริเวณ แต่ไม่พบองค์ประกอบของระเบิดแสวงเครื่อง คาดเป็นฝีมือแก๊งกวนเมืองและกำลังตรวจสอบว่าเกี่ยวโยงกับ 7 จังหวัดภาคใต้หรือไม่

ลอบวางบึมกลางดึกลานอู่รถ

อีกราย เมื่อเวลา 11.30 น.วันเดียวกัน ร.ต.ท.เกษม เสมาประโคน รอง สว. (สอบสวน) เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมชุดเก็บกู้ระเบิด ตชด.ค่ายพระยาสุรสีห์ ไปตรวจสอบเหตุวางระเบิดภายในลานจอดรถ ของอู่ซ่อมรถชวาลวิสส์จำนวน 2 ลูก ระเบิดไปแล้ว 1 ลูก บริเวณปากซอยน้อยจินดา ถนนสิริโสธร พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด 1 ลูก อยู่ในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมใส่ถุงพลาสติกสีดำและมีสายไฟโผล่ออกมากับตัวไทม์เมอร์ตั้งเวลาติดอยู่ เจ้าหน้าที่เลยยิงทำลายทิ้ง เบื้องต้นพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา ส่วนอีกลูกระเบิดวางไว้บริเวณใกล้กัน และระเบิดดังขึ้น เมื่อเวลา 03.30 น. แต่ไม่มีใครลุกขึ้นมาดู เพราะคิดว่าเป็นยางรถสิบล้อระเบิด กระทั่งเช้าพบรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บจ 5523 อ่างทอง ที่ลูกค้านำมาซ่อมถูกสะเก็ดระเบิดเสียหาย สอบปากคำเจ้าของอู่ยืนยันไม่เคยมีเรื่องกับใคร คาดฝีมือพวกป่วนเมือง

ระเบิดแปดริ้วไม่โยงวินาศกรรม

ต่อมาเย็นวันเดียวกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดในเมืองฉะเชิงเทราว่าได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว และรายงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ทราบแล้วว่าเหตุดังกล่าวเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวไม่เกี่ยวกับเหตุวินาศกรรมที่เกิดขึ้นใน 7 จังหวัดแต่อย่างใด เบื้องต้นฝ่ายสืบสวนในพื้นที่อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง

รวบ 17 คนเชื่อมโยงป่วน 7 จว.

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คสช. เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามเพื่อให้ปากคำและมอบหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากเมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุคดีความมั่นคง ทั้งนี้มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้ควบคุมตัวผู้ที่เชื่อมโยงขบวนการก่อความไม่สงบใน 7 จังหวัดภาคใต้ ทั้งหมด 17 คนโดยนำตัวไปควบคุมที่ มทบ.11 แยกเป็นชาย 13 คนและหญิง 4 คน ซึ่ง 6 ใน 17 คน เป็นแกนนำสำคัญ ทำหน้าที่ประสานงานและเคลื่อนไหว โดยพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลทหารออกหมายจับทั้งหมดฐานความผิดตามคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ห้ามการชุมนุมหรือมั่วสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และฐานความผิดกระทำการเข้าข่ายอั้งยี่

เผยทั้งหมดเป็นกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์

รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าคุมตัวนายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อาชีพซื้อขายของเก่า 1 ใน 17 ที่ถูกคุมตัวไปสอบสวนหลังพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มป่วน 7 จังหวัดภาคใต้ จากนั้นช่วงค่ำวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ทหารได้เข้าตรวจค้นบ้านของนายสรศักดิ์ย่านถนนเลียบมอเตอร์เวย์-ทับช้าง พบปืนอาก้า 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีน 2 อันและกระสุน 31 นัด ซึ่งถูกซุกซ่อนไว้ในท่อน้ำพีวีซีสีฟ้าในบ้าน รายงานข่าวแจ้งอีกว่าทีมสืบสวนได้แบ่งกลุ่มที่ก่อเหตุครั้งนี้ออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้บงการหรือหัวหน้าขบวนการที่ว่าจ้างในการทำระเบิด 2.กลุ่มผู้ประสานงานติดต่องานและเคลื่อนไหว และ 3.กลุ่มผู้ประกอบระเบิดและวางระเบิด โดยผู้ต้องหาทั้ง 17 คนที่ถูกออกหมายจับนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ประสานงานเป็นขบวนการที่ต่อต้านการรัฐประหารหรือที่ทหารเรียกว่าเป็นกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี

ร่วมมือกลุ่มโจร 3 จว.ชายแดนใต้

นอกจากนี้ กลุ่มคน 17 คนนี้ยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างกลุ่มที่เป็นผู้ว่าจ้างหรือหัวหน้าขบวนการที่ตอนนี้แนวทางสืบสวนพบว่าเป็นกลุ่มนักการเมืองที่มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มที่ลงมือประกอบระเบิดและวางระเบิดในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ แนวทางการสืบสวนพบว่าเป็นกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการแบ่งกันทำหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ คือ กลุ่มหาวัสดุในการประกอบระเบิด กลุ่มที่ลงมือประกอบระเบิด และกลุ่มที่นำระเบิดไปวางตามสถานที่ต่างๆ

พยานระบุผู้ก่อเหตุไม่พูดภาษาไทย

ทั้งนี้มีรายงานล่าสุดว่า ชุดสืบสวนของตำรวจ ภูธรภาค 7 และชุดสืบสวนของกองปราบปรามที่เข้าคลี่คลายคดีระเบิดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบแล้วว่าคนร้ายที่มาวางระเบิดหัวหินมีจำนวน 3 คน วางระเบิดรวม 6 จุด จากการสอบปากคำพยานพบว่าทั้ง 3 คน ไม่สามารถพูดไทยหรือภาษายาวีได้ แต่ภาษาที่พูดคล้ายของประเทศกัมพูชาหรือไม่ก็พม่า เมื่อวางระเบิดเสร็จได้เดินทางออกจากพื้นที่หัวหินทันที และพบว่าเดินทางโดยรถประจำทางจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่จะมีการจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งในส่วนนี้ชุดทำงานกำลังเร่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานสเกตช์ภาพใบหน้าทั้ง 3 คน

รวมตัวก่อเหตุป่วนในนาม นปป.

ทั้งนี้มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 17 ราย เป็นนักเคลื่อนไหวในนาม “พรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย” หรือ นปป. โดยจุดประสงศ์ของขบวนการนี้ต้องการที่จะปฏิวัติการปกครอง มีแนวคิดจากพวกซ้ายเก่าหรือคอมมิวนิสต์ โดยมีการนำความคิดของคอมมิวนิสต์มาเป็นแนวทางในการเคลื่อนไหว เริ่มเคลื่อนไหวประชุมมาตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.58 โดยใช้บ้านพักแห่งหนึ่งในย่านบางกรวย จ.นนทบุรี เป็นสถานที่ประชุมวางแผน

แบ่งการทำงานอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังมีการระดมมวลชนที่มีความเห็นต่างทางการเมือง กระจายตัวและได้แบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 11 เขตทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ตอนล่างและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งมีการแบ่งงานกันชัดเจนเป็นฝ่ายต่างๆอาทิ ฝ่ายมวลชน ฝ่ายจัดหาอาวุธ ระดมทุน ฝ่ายต่างประเทศ เป็นต้นโดยร่วมมือกับกลุ่มหัวรุนแรงที่มีความเห็นต่าง รวมทั้งขบวนการบีอาร์เอ็นที่แตกแถวมารับงานจ้างก่อเหตุ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 ส.ค.พบความเคลื่อนไหวในการเตรียมพร้อมที่จะก่อเหตุ หลังประกาศผลรับหรือไม่รับร่างประชามติ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มแกนนำหลักทั้ง 6 คนที่คุมตัวได้นั้น จากการสอบสวนเบื้องต้นให้การรับว่าเป็นหัวหน้าเขตต่างๆถึง 3 คน ทั้งนี้แนวทางการสืบสวนพบว่าในการประกอบระเบิดครั้งนี้เป็นฝีมือของนายอาหะมะ เล็งฮะ ชาว จ.นราธิวาสเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ตากใบ จ.นราธิวาส ทั้งนี้พบว่าหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปกบดานที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

ศาลทหารอนุมัติหมายจับ 17 คน

ต่อมาเวลา 14.00 น.วันเดียวกันที่ศาลทหารกรุงเทพฯ ภายหลังพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้นำพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ 17 ผู้ต้องหาที่ควบคุมตัวไว้ ข้อหาการกระทำผิดอั้งยี่และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ว่าด้วยการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ศาลพิเคราะห์แล้วได้อนุมัติหมายจับตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เลขที่ จพ 29/2559 โดยทั้ง 17 คนถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) จากการสอบสวนยอมรับว่า เป็นสมาชิกของพรรคแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มใหม่มีแนวคิดต่อสู้ทางการเมืองกับรัฐ โดยการตรวจค้นบ้าน 1 ใน 17 ผู้ต้องหา พบอาวุธปืนสงคราม AK-47 จำนวน 1 กระบอก ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนก่อเหตุรุนแรงใน 7 จังหวัดภาคใต้ แต่เจ้าหน้าที่จะติดตามสืบสวนความเชื่อมโยงต่อไป

เผยรายชื่อ 17 ผู้ต้องหาที่ถูกจับ

สำหรับรายชื่อผู้ต้องหา 17 คนที่ถูกศาลทหารออกหมายจับครั้งนี้ประกอบด้วย 1.ด.ต.ศิริรัตน์ มโนรัตน์ อายุ 71 ปี ชาว จ.พัทลุง 2.นายวีระชัฏฐ์ จันทร์สะอาด อายุ 62 ปี ชาว จ.นนทบุรี 3.นายประพาส โรจนพิทักษ์ อายุ 67 ปี ชาว จ.ตรัง 4.นายปราโมทย์ สังหาญ อายุ 63 ปี ชาว จ.สตูล 5.นายสรศักดิ์ ดิษปรีชา อายุ 49 ปี ชาว กทม. 6.น.ส.มีนา แสงศรี อายุ 39 ปี ชาว กทม. 7.นายศิริฐาโรจน์ จินดา อายุ 56 ปี ชาว จ.หนองคาย 8.ร.ต.ต.หญิง วิลัยวรรณ คูณสวัสดิ์ อายุ 54 ปี ชาว จ.หนองคาย 9.นายชินวร ทิพย์นวล อายุ 71 ปี ชาว จ.เชียงราย

10.นายณรงค์ ผดุงศักดิ์ อายุ 60 ปี ชาว จ.อ่างทอง 11.ร.ต.ท.สมัย คูณสวัสดิ์ อายุ 57 ปี ชาว จ.หนองคาย 12.นายศรวัชษ์ กุระจินดา อายุ 60 ปี ชาว จ.มหาสารคาม 13.นายเหนือไพร เซ็นกลาง อายุ 41 ปี ชาว จ.สกลนคร 14.นายวิเชียร เจียมสวัสดิ์ อายุ 59 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช 15.นายบุญภพ เวียงสมุทร อายุ 61 ปี ชาว จ.เชียงราย 16.น.ส.รุจิยา เสาสมภพ อายุ 52 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และ 17.นายวิโรจน์ ยอดเจริญ อายุ 67 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช

ผบ.ตร.ยัน “ศักรินทร์” ไม่ใช่แพะ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับงานว่ามีการจับกุมตัวผู้ต้องหาเชื่อมโยงเหตุระเบิดและเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีกแต่คดีนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนกรณีออกหมายจับนายศักรินทร์ คฤหัสที่ จ.นครศรีธรรมราช อย่าเรียกว่าความผิดพลาดเพราะพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน เมื่อไปแถลงที่ศาล ศาลก็อนุมัติตามที่ขอ อยากจะขอว่าอย่าพยายามไปบิดเบือนว่าเป็นการจับแพะ มันไม่ใช่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ยังให้น้ำหนักไปที่เรื่องการลงประชามติใช่หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนพูดตั้งแต่วันแรกแล้วว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของตน ถ้าผิดให้มาตำหนิตน อย่าเอาประเด็นเหล่านี้มาเป็นการชี้นำกระแส ไม่ใช่ว่าตนไม่ยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เป็นการวิเคราะห์แค่นั้นเอง การที่ตนบอกว่าการประกอบระเบิดเหมือนที่ภาคใต้ มันเป็นจริงอย่างที่ตนบอก มุมมองของทหาร ตำรวจ มีมุมมองคล้ายๆกัน

มือระเบิด กทม.มาจากภาคใต้

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการควบคุมตัวนายมูฮัมหมัด ลอสะดี ปาเนาะ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง ตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานีที่ตำรวจควบคุมตัวได้ที่ จ.กระบี่ จากการสอบสวนให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะเรื่องเหตุระเบิดใน กทม. เมื่อปีใหม่ 2549 จำนวน 9 จุด เป็นการขึ้นมาจากทางภาคใต้รวมทั้งเหตุระเบิดที่หน้ามหาวิทยาลัย รามคำแหง เมื่อปี 2556 ก็มาจากทางใต้ มันไม่ได้เป็นการขยายพื้นที่ เพียงแต่ขึ้นมาทำเฉพาะกิจหรือเปล่า ตรงนั้นยังบอกไม่ได้ ขณะนี้กำลังดูอยู่ว่าจะมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร พยายามเก็บข้อมูล ยืนยันว่าการเก็บข้อมูลของตำรวจ 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ก่อเหตุที่ผ่านมาเป็นกลุ่มที่จับตาเฝ้าดูอยู่แล้ว เบื้องต้นเชื่อว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใน 7 จังหวัดภาคใต้น่าจะหลบหนีอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เพราะเป็นฐานที่มั่น ปลอดภัยที่สุดของพวกเขา

“บิ๊กป้อม” วอนอย่ากดดัน จนท.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ว่ามีความคืบหน้าและความชัดเจนอย่างต่อเนื่อง เราต้องการจับกุมผู้ต้องหาให้ได้มากที่สุด ขอร้องว่าอย่ากดดัน ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน ที่ผ่านมาทำงานไม่ได้หลับไม่ได้นอน ก่อนหน้านี้ด้านการข่าวได้รับรายงานว่าจะมีการก่อเหตุ แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงระมัดระวังอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งนี้อยากขอความร่วมมือจากประชาชน เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ขณะที่สื่อมวลชนอย่าตื่นตัวมากเกินไป เพราะจะทำให้ประเทศเสียหาย เช่นการไปถามนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ให้ประเมินความเสียหายและผลกระทบ ส่งผลให้ประชาชนเกิดความสับสน

“วิษณุ” ถกเยียวยาเหยื่อระเบิด

ขณะเดียวกันนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ร่วมประชุม 6 กระทรวงเพื่อหาแนวทางเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเหตุวางเพลิงและระเบิดป่วน 7 จังหวัดภาคใต้ว่าได้นัดประชุมวันที่ 22 ส.ค.เวลา 09.00 น.ส่วนหลักเกณฑ์การเยียวยา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ตั้งใจช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ แต่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยทำให้ได้รับการเยียวยาน้อยมาก ดังนั้นจะมีการขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มเติมเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้ประสบเหตุจากเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ การเยียวยาระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติ ไม่แตกต่างกันเพียงแต่ชาวต่างชาติอาจมีปัจจัยเรื่องการเดินทางเพิ่มขึ้นมา

ผบ.ตร.แจงกลุ่ม นปป.ไม่โยงบึม

ต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่ศาลทหารอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 17 รายในข้อหาอั้งยี่ และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ว่าด้วยการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนว่าได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าวแล้ว ในส่วนนี้เป็นเรื่องของแนวคิดต่อต้านการเมืองของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาธิปไตย (นปป.) ยืนยันว่า การออกหมายจับครั้งนี้ กลุ่ม นปป.ไม่มีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ใน 7 จังหวัดภาคใต้เป็นคนละเรื่องกัน แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า การออกหมายจับกลุ่ม นปป.ครั้งนี้ต้องการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่มีเพราะถึงแม้ไม่มีเหตุระเบิด ตำรวจต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณหรือกดดันไปยังกลุ่มการเมือง ตนพูดมาตลอดว่าใครที่จะมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่สุ่มเสี่ยงต่อข้อกฎหมายต้องหลีกเลี่ยง

ศาลทหารอนุมัติหมายจับ 17 ผู้ต้องหาเชื่อมโยงแก๊งก่อวินาศกรรม 7 จังหวัดภาคใต้ ข้อหาอั้งยี่และฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ชุมนุมเกิน 5 คน เผยถูกควบคุมที่ มทบ.11 ทั้งหมดเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์รวมตัวกันมาจากนักเคลื่อนไหวทางการเมือง 19 ส.ค. 2559 05:25 ไทยรัฐ