วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซูจีลุยจีบผู้นำจีน เจรจาลงทุน-สยบกบฏพรมแดน

ซูจีลุยจีบผู้นำจีน เจรจาลงทุน-สยบกบฏพรมแดน

  • Share:

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นางอองซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศผู้ทรงอิทธิพลของเมียนมา มีกำหนดเดินทางเข้าพบเจรจากระชับความสัมพันธ์กับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนเข้าหารือกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในวันต่อมา 19 ส.ค. โดยเป็นการเจรจาในระดับสูงครั้งแรกของนางซูจีนับตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งเมียนมา เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา

นางอายอาย โซ รองอธิบดีกระทรวงต่างประเทศเมียนมา เปิดเผยว่า การพบปะครั้งนี้ นางซูจีในฐานะตัวแทนรัฐบาลเมียนมา จะมีการลงนามก่อสร้างโรงพยาบาล 2 แห่งในนครย่างกุ้ง และเมืองมัณฑะเลย์ รวมถึงการก่อสร้างสะพานเพื่อการพัฒนาระบบคมนาคมและการสื่อสาร ที่เมืองคุนหลง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา ห่างจากพรมแดนเมียนมา-จีน ประมาณ 32 กิโลเมตร แต่มิได้เปิดเผยว่าโครงการก่อสร้างทั้งหมดมีกรอบระยะเวลาเท่าไรและใครเป็นผู้ลงทุน

นอกจากนี้ รัฐบาลเมียนมายังเปิดเผยด้วยว่า ในการเจรจาคาดการณ์ว่าทางการจีนจะยกประเด็นเรื่องการก่อสร้างเขื่อนพลังน้ำผลิตไฟฟ้า “มิตโสน” ต้นแม่น้ำอิรวดี ลงทุนโดยจีนมูลค่า 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นมาพูดคุย หลังจากโครงการหยุดชะงักไปเมื่อปี 2554 ตามคำสั่งนายเต็ง เส่ง อดีตประธานาธิบดีเมียนมา ที่ปฏิบัติตามกระแสต่อต้านของกลุ่มนักอนุรักษ์ ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า ทางการจีนพยายามที่จะผลักดันโครงการให้ก่อสร้างต่อมาตลอด และตามแผนการเดิมนั้น ไฟฟ้า 90 เปอร์เซ็นต์ ที่ผลิตโดยเขื่อนมิตโสนจะถูกส่งไปยังจีน

ส่วนประเด็นของฝ่ายเมียนมานั้น นางซูจีจะขอความร่วมมือจากจีนให้เข้ามามีส่วนร่วมการเจรจาสันติภาพกับกองกำลังติดอาวุธบริเวณพรมแดนจีน อย่างกรณีกลุ่มโกก้างที่ออกปฏิบัติการในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา และใช้จีนเป็นฐานในการกบดานและหลบหนีการกวาดล้าง

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์โกลบอล ไทม์ส ของจีนรายงานด้วยว่า การมาเยือนของนางซูจีครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมา-จีน มีความเหนียวแน่นกว่าความสัมพันธ์ที่เมียนมามีให้กับสหรัฐฯ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์จีนยังประเมินว่า เนื่องด้วยการลงทุนในเมียนมามีความสำคัญ ดังนั้นรัฐบาลจีนอาจจะยอมถอยเรื่องเขื่อนมิตโสน และหารืออย่างครอบคลุมกับชาวเมียนมาในพื้นที่ว่าจะไม่มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้